logo

ส่วนที่ 1

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 3354

อธิษฐาน

(5 นาที)

เริ่มต้นด้วยการอธิษฐาน การมองเห็นทางจิตวิญญาณและการเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าปราศจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใช้เวลาเป็นกลุ่มเพื่อเชิญพระองค์ให้นำทางคุณตลอดส่วนนี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะได้ยินและหารือเกี่ยวกับแนวคิดเหล่านี้:

  • พระเจ้าทรงใช้คนธรรมดา
  • คำจำกัดความง่าย ๆ ของสาวกและคริสตจักร
  • การหายใจฝ่ายวิญญาณคือการได้ยินและเชื่อฟังพระเจ้า

อ่าน

(5 นาที)

พระเจ้าทรงใช้คนธรรมดา

ยินดีต้อนรับสู่การอบรมซูเม่ - ซูเม่ในภาษากรีก แปลว่า “ยีสต์” 

พระเยซูบอกเราว่าอาณาจักรของพระเจ้าเปรียบเหมือน “ซูเม่” จำนวนนิดเดียวซึ่งผู้หญิงเอาไปผสมในแป้งกองใหญ่

ขณะที่เธอผสมยีสต์ลงในแป้ง มันแพร่ไปทั่วจนกระทั่งแป้งทั้งก้อนฟูขึ้น 

พระเยซูกำลังสำแดงแก่เราว่าคนธรรมดาคนหนึ่งสามารถนำบางอย่างเล็ก ๆ และใช้มัน ทำให้เกิดผลกระทบอันยิ่งใหญ่ได้!

ความฝันของเราคือการทำในสิ่งที่พระเยซูบอก – นั่นคือช่วยคนธรรมดาที่อยู่รอบโลก    ให้ใช้เครื่องมือเล็ก ๆ เพื่อสร้างผลกระทบอันยิ่งใหญ่ในอาณาจักรของพระเจ้า!

พระบัญชาสุดท้ายของพระเยซูที่ทรงมีต่อสาวกนั้นเรียบง่าย พระองค์ตรัสว่า –

“ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดีทรงมอบไว้แก่เราแล้ว เหตุฉะนั้น     เจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเรา    ได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค”

พระบัญชาของพระเยซูนั้นเรียบง่าย – จงไปสร้างสาวก

และคำสั่งของพระองค์ว่าจะทำสิ่งนั้นได้อย่างไรก็เรียบง่าย-- สร้างสาวกไม่ว่าคุณจะไปที่ใด 

  • สร้างสาวกด้วยการให้บัพติศมาพวกเขาในพระนามของพระบิดา พระบุตร  และพระวิญญาณบริสุทธิ์ 
  • สร้างสาวกโดยการสอนเขาให้เชื่อฟังทุกสิ่งที่พระเยซูบัญชาไว้

ดังนั้น ขั้นตอนการสร้างสาวกมีอะไรบ้าง? 

  • เราสร้างสาวกอยู่ตลอดเวลา – ไม่ว่าเราจะไปที่ไหนและในเวลาที่เราไป
  •  เมื่อใครคนหนึ่งตัดสินใจติดตามพระเยซู – พวกเขาควรรับบัพติศมา
  • ขณะที่พวกเขาเติบโต – เราควรสอนสาวกทุกคนว่าจะเชื่อฟังทุกสิ่งที่พระเยซู  สอนได้อย่างไร  

เนื่องจากสิ่งหนึ่งที่พระองค์บัญชาไว้ก็คือการไปสร้างสาวก นั่นหมายถึงสาวกทุกคน      ที่ติดตามพระเยซูจะต้องเรียนรู้วิธีออกไปสร้างสาวกด้วย 

ผู้เชื่อในพระเจ้ากำลังสร้างสาวก และผู้เชื่อใหม่ก็กำลังสร้างสาวกด้วยเช่นกัน

เพิ่มจำนวนสาวก นั่นคือวิธีทำงานของซูเม่

เหมือนกับยีสต์ – ที่ทำงานกับแป้งทั้งก้อนจนกระทั่งแป้งก้อนนั้นฟูขึ้นมา 

เมื่อพระเยซูทรงบัญชาให้ออกไปสร้างสาวก พระองค์ทรงให้พระสัญญาไว้ด้วยเช่นกัน 

พระเยซูตรัสว่า – เราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค

ผู้ติดตามพระเยซูทุกคนควรเชื่อมั่นในพระสัญญานี้ว่าพระองค์จะอยู่กับเราเสมอ      เพราะพระองค์ทรงอยู่กับเรา!

แต่นั่นหมายถึงผู้ติดตามพระเยซูควรตั้งมั่นกับข้อเท็จจริงที่ว่าพระเยซูต้องการให้เรา       แต่ละคนออกไปสร้างสาวกด้วย เพราะนั่นคือสิ่งที่พระองค์ต้องการ

พระเยซูตรัสว่า – สิทธิอำนาจทั้งสิ้นในสวรรค์และในแผ่นดินโลกทรงมอบไว้แก่เราแล้ว ดังนั้นจงไปสร้างสาวก

สิทธิอำนาจที่พระเยซูทรงใช้เมื่อทรงส่งเราออกไปนั้น – คือสิทธิอำนาจของพระองค์ 

พระเยซูตรัสว่าไม่มีสิทธิอำนาจใดยิ่งใหญ่กว่านั้น ไม่มีประเพณีใดมีสิทธิอำนาจมากกว่านั้น ไม่มีวัฒนธรรมใดมีสิทธิอำนาจมากกว่านั้น ไม่มีกฎบัญญัติใดในโลกมีสิทธิอำนาจมากกว่านั้น

พระเยซูตรัสว่า – จงออกไปและสร้างสาวก 

และเช่นเดียวกับซูเม่ – เหมือนกับยีสต์ – เราจะทำต่อไปและเติบโตจนกว่างานทุกอย่างจะเสร็จสิ้น

หารือ

(10 นาที)

ถ้าพระเยซูตั้งใจให้สาวกของพระองค์ทุกคนเชื่อฟังพันธกิจสำคัญของพระองค์ เหตุใดจึงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สร้างสาวกได้สำเร็จ?

อ่าน

(5 นาที)

สาวกและคริสตจักร

 

ยินดีต้อนรับกลับเข้าสู่การอบรมซูเม่ ในบทเรียนนี้ เราจะพูดถึงเรื่องสาวกและคริสตจักร 

สาวกคืออะไร? และคุณจะสร้างสาวกได้อย่างไร? 

คุณจะสอนผู้ติดตามพระเยซูให้เชื่อฟังพระบัญชาทั้งหมดของพระองค์ได้อย่างไร? 

คุณจะนำคนหนึ่งที่เคยมีชีวิตในด้านมืดของโลกนี้และช่วยเขาให้เป็นประชากรในอาณาจักรของพระเจ้าได้อย่างไร? 

ความหมายของคำว่าสาวกก็คือ ผู้ติดตาม ดังนั้นสาวกคือผู้ติดตามพระเจ้า 

พระเยซูตรัสว่า – สิทธิอำนาจทั้งสิ้นในสวรรค์และในแผ่นดินโลกทรงมอบไว้แก่เราแล้ว 

ฉะนั้น ในอาณาจักรของพระเจ้า พระเยซูทรงเป็นกษัตริย์ของเรา เราเป็นพลเมืองของพระองค์และอยู่ภายใต้น้ำพระทัยของพระองค์ ความปรารถนา พระประสงค์ ความตั้งใจ การจัดลำดับความสำคัญและคุณค่าต่างๆ ของพระองค์เป็นสิ่งสูงสุดและดีที่สุด 

พระดำรัสของพระองค์คือพระบัญญัติ ถ้าเช่นนั้น อะไรคือพระบัญญัติของอาณาจักรของพระองค์? พระเยซูตรัสกับประชากรของพระองค์ให้ทำอะไร? 

พระเยซูตรัสว่า – จงรักพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน ด้วยสุดความคิดและด้วยสิ้นสุดกำลังของท่าน พระเยซูตรัสว่า – จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง 

พระเยซูตรัสว่าพระบัญชาของพระเจ้าจากพันธสัญญาเดิม – ไม่ว่าจะเป็นพระบัญญัติในพระธรรมทุกเล่มและจากหนังสือผู้เผยพระวจนะล้วนขึ้นกับพระบัญญัติสองข้อนี้คือ” – จงรักพระเจ้าและจงรักผู้อื่น 

พระเยซูตรัสว่า – จงสร้างสาวก 

พระเยซูตรัสว่า – สอนเขาให้เชื่อฟังทุกสิ่งที่เราสั่งไว้ 

เนื่องจากการสร้างสาวกรวมถึงการสอนเขาให้เชื่อฟังทุกสิ่งที่พระเยซูทรงบัญชาไว้ – ดังนั้นสิ่งที่พันธสัญญาใหม่ได้สรุปไว้ก็คือ การสร้างสาวก 

สาวกคือผู้ติดตามพระเยซู ผู้ซึ่งรักพระเจ้า รักผู้คน และสร้างสาวก 

เช่นนั้นแล้ว คริสตจักรคืออะไร? 

คุณอาจชินกับการคิดว่าคริสตจักรก็คืออาคารหลังหนึ่ง – ซึ่งเป็นสถานที่หนึ่งที่คุณไป 

แต่พระวจนะของพระเจ้าตรัสเกี่ยวกับคริสตจักรว่าเป็นการรวมตัวกันของผู้คนที่กระทำพันธกิจต่างๆร่วมกัน 

คำว่า “คริสตจักร” ถูกใช้ในพระคัมภีร์ในสามแบบแตกต่างกัน 

• คริสตจักรสากล – หมายถึงผู้คนที่ติดตามพระเยซูคริสต์ทั้งในอดีต ปัจจุบันและจะติดตามพระองค์ในอนาคต 

• คริสตจักรท้องถิ่นหรือพื้นที่ – หมายถึงผู้คนที่ติดตามพระเยซูและอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นๆ ของโลกนี้ 

• คริสตจักรบ้าน – หมายถึงผู้คนที่ติดตามพระเยซูและพบกันในบ้านของใครคนหนึ่งหรือหลายคน 

 

ครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณ – หมายถึงผู้ติดตามพระเยซูผู้ซึ่งรักพระเจ้า รักผู้คน และสร้างสาวก เป็นกลุ่มคนที่มาพบกันในพื้นที่เพื่อรวมตัวกันเป็นคริสตจักรในรูปแบบสุดท้ายนั่นคือ – คริสตจักรบ้านหรือคริสตจักรรูปแบบง่ายๆ 

เมื่อคริสตจักรบ้านเหล่านี้มาประสานกันเพื่อทำสิ่งที่ใหญ่กว่า ด้วยการทำร่วมกันแล้วพวกเขาก็สามารถก่อตั้งเป็นคริสตจักรท้องถิ่นหรือคริสตจักรในพื้นที่นั้นได้ คริสตจักรบ้านทั้งหมดประสานกันเป็นเครือข่ายในพื้นที่ต่างๆ และขยายแผ่ออกไปตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรสากล 

นั่นคือคริสตจักรที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร “ค” 

คริสตจักรบ้านเป็นครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณที่มีพระเยซูคริสต์เป็นศูนย์กลางและเป็นกษัตริย์ของพวกเขา 

คริสตจักรบ้านเป็นครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณที่รักพระเจ้า รักผู้อื่นและสร้างสาวกที่จะทวีจำนวน 

บางคริสตจักรมีอาคาร มีกิจกรรม งบประมาณและเจ้าหน้าที่ 

แต่คริสตจักรบ้านไม่จำเป็นต้องมีสิ่งเหล่านั้นเพื่อรักพระเจ้า รักผู้อื่นและสร้างสาวกให้เพิ่มจำนวนทวีคูณ 

และเนื่องจากสิ่งใดก็ตามที่เพิ่มเข้ามาย่อมทำให้คริสตจักรซับซ้อนมากยิ่งขึ้นและยากขึ้นในการทวีจำนวน การฝึกอบรมของเราจึงละสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เช่น อาคาร กิจกรรม งบประมาณ และเจ้าหน้าที่เอาไว้ให้เป็นหน้าที่ของคริสตจักรท้องถิ่นหรือคริสตจักรพื้นที่ได้เป็นผู้สร้างขึ้นมาซึ่งก็มาจากการทวีจำนวนของคริสตจักรบ้านนั่นเอง 

โปรดจำว่า “ซูเม่” หมายถึง “ยีสต์” – สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่แพร่ขยายได้อย่างรวดเร็ว 

ด้วยการอบรมซูเม่ – เราจะเป็นเหมือนยีสต์นั้น – เรียบง่ายและเพิ่มจำนวนอย่างทวีคูณ แต่ก่อนที่เราจะเริ่มการเพิ่มจำนวนอย่างทวีคูณ – เราต้องทำให้แน่ใจเสียก่อนว่าพระเจ้าต้องการเพิ่มจำนวนสิ่งใด การเพิ่มจำนวนแบบทวีคูณนั้นอาจเป็นเรื่องดี แต่ไม่เสมอไป 

มะเร็งคือการเพิ่มจำนวนแบบทวีคูณ แต่นำไปสู่ความตาย 

เราจะสร้างชีวิตใหม่และไม่ใช่ความตายได้อย่างไร? และเราแน่ใจได้อย่างไรว่าเราเป็นสาวกที่มีคุณค่าแก่การสร้างชีวิตใหม่?

หารือ

(10 นาที)
  • เมื่อคุณคิดถึงคริสตจักร คุณนึกถึงอะไร?
  • อะไรคือความแตกต่างระหว่างภาพนั้นกับสิ่งที่บรรยายไว้ในวิดีโอว่าเป็น “คริสตจักรเรียบง่าย” คืออะไร?
  • คุณคิดว่าวิธีไหนจะทวีคูณได้ง่ายกว่ากัน และทำไม?

อ่าน

(5 นาที)

การได้ยินและเชื่อฟังพระเจ้า

ยินดีต้อนรับกลับเข้าสู่การอบรมซูเม่

ในบทเรียนนี้ เราจะคุยกันถึงการได้ยินเสียงจากพระเจ้าและเชื่อฟังในสิ่งที่เราได้ยิน

การหายใจคือชีวิต เราหายใจเข้า เราหายใจออก ชีวิต

ในอาณาจักรของพระเจ้าการหายใจก็สำคัญเช่นกัน

ที่จริงแล้ว พระเจ้าทรงเรียกพระวิญญาณของพระองค์ว่า “ลมหายใจ”

ในอาณาจักรของพระเจ้า เราหายใจ เข้า เมื่อเราได้ยินจากพระเจ้า

  • เราหายใจเข้าเมื่อเราได้ยินจากพระเจ้าผ่านพระวจนะของพระองค์ – จากพระคัมภีร์
  • เราหายใจเข้าเมื่อเราได้ยินจากพระเจ้าผ่านการอธิษฐาน ซึ่งเป็นการสนทนาของเรา     กับพระองค์
  • เราหายใจเข้าเมื่อเราได้ยินจากพระเจ้าผ่านพระกายของพระองค์ – คือคริสตจักร ผู้ติดตามพระเยซูคนอื่น ๆ 
  • เราหายใจเข้าเมื่อเราได้ยินจากพระเจ้าผ่านพระราชกิจของพระองค์ – คือเหตุการณ์ต่างๆ ประสบการณ์และบางครั้งผ่านการข่มเหงและความทุกข์ยากที่พระองค์ทรงอนุญาต ให้ลูก ๆ ของพระองค์เผชิญกับมัน

ในอาณาจักรของพระเจ้าเราหายใจออกเมื่อเราลงมือทำในสิ่งที่เราได้ยินจากพระเจ้า เราหายใจออกเมื่อเราเชื่อฟัง 

บางครั้งการหายใจออกเพื่อเชื่อฟังหมายถึงการเปลี่ยนแปลงความคิด คำพูด การกระทำเพื่อให้สอดคล้องกับพระเยซูและพระประสงค์ของพระองค์ 

บางครั้งการหายใจออกเพื่อเชื่อฟังหมายถึงการหยิบยื่นสิ่งที่พระเยซูทรงหยิบยื่นให้กับเรา – ให้ในสิ่งที่พระองค์ให้กับเรา – เพื่อผู้อื่นจะสามารถรับพระพรได้เช่นเดียวกับที่พระเจ้ากำลังอวยพระพรเรา

สำหรับผู้ติดตามพระเยซู – การหายใจเข้าและการหายใจออกคือหัวใจสำคัญ คือชีวิตของเราเองทีเดียว

พระเยซูตรัสว่า - พระบุตรไม่อาจทำสิ่งใดโดยลำพังพระองค์เอง พระองค์สามารถทำได้แต่เพียงสิ่งที่เห็นพระบิดาของพระองค์ทรงกระทำ เพราะพระบิดาทรงกระทำสิ่งใด พระบุตรก็กระทำสิ่งนั้นด้วย

พระเยซูตรัสว่า – เพราะเราไม่ได้พูดตามใจของเราเอง แต่พระบิดาผู้ทรงส่งเรามาได้ทรงบัญชาเราว่าจะพูดอะไรและพูดอย่างไร

พระเยซูตรัสว่าทุกคำที่พระองค์ตรัสและงานทุกอย่างที่พระองค์ทรงทำสำเร็จนั้นล้วนมาจากการได้ยินจากพระเจ้าและเชื่อฟังพระเจ้าในสิ่งที่พระองค์ทรงได้ยิน 

หายใจเข้า – ได้ยินจากพระเจ้า

หายใจออก – เชื่อฟังในสิ่งที่คุณได้ยินและบอกเล่าสิ่งนี้ให้ผู้อื่นฟัง 

พระเยซูตรัสว่าผู้ติดตามพระองค์จะได้ยินจากพระเจ้าด้วย โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ – ลมหายใจของพระองค์ จะถูกระบายเข้าในเราทุกคนที่ติดตามพระองค์ 

พระเยซูตรัสว่า - แต่องค์ที่ปรึกษาคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งพระบิดาจะทรงส่งมาในนามของเราจะทรงสอนสิ่งทั้งปวงแก่พวกท่าน และจะให้พวกท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เรา ได้กล่าวกับพวกท่าน

หายใจเข้า – ได้ยินจากพระเจ้า

หายใจออก – เชื่อฟังในสิ่งที่คุณได้ยินและบอกเล่าสิ่งนี้ให้ผู้อื่นฟัง

พระเยซูทรงสำแดงให้เราเห็นว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไร

แล้วเราได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้าได้อย่างไร? เรารู้ได้อย่างไรว่าจะเชื่อฟังสิ่งใด? 

พระเยซูทรงเรียกพระองค์เองว่า “ผู้เลี้ยงที่ดี” พระเยซูทรงเรียกผู้ติดตามพระองค์ว่า “แกะ” ของพระองค์ 

พระเยซูตรัสว่า - แกะของเราฟังเสียงของเรา เรารู้จักแกะนั้นและแกะนั้นตามเรา

พระเยซูตรัสว่า - ผู้ที่เป็นคนของพระเจ้าย่อมรับฟังสิ่งที่พระเจ้าตรัส เหตุที่พวกท่านไม่ยอมรับฟังก็เพราะพวกท่านไม่ได้เป็นของพระเจ้า

ในฐานะผู้ติดตามพระเยซู เราต้องตั้งมั่นที่จะได้ยินเสียงของพระองค์ 

เราได้ยินเสียงของพระองค์ได้ด้วยการสงบนิ่ง 

เราได้ยินเสียงของพระองค์ได้ด้วยการมุ่งเน้นความสนใจไปที่พระเยซู

เราได้ยินเสียงของพระองค์ได้ในความคิดต่าง ๆ  ในนิมิต ในความรู้สึกและสิ่งที่ประทับใจเรา

เราได้ยินเสียงของพระองค์เมื่อเราจดบันทึกลงไปและทดสอบสิ่งที่เราได้ยิน 

ไม่ใช่ทุกเสียง ไม่ใช่ทุกความคิด ไม่ใช่ทุกนิมิต ทุกความรู้สึกหรือทุกความประทับใจ จะเป็นเสียงของพระเจ้า 

บางครั้งมันเป็นเสียงของศัตรู พระเยซูตรัสว่า ศัตรูของเราคือการโกหกและบิดาของการโกหก พระเยซูตรัสว่าศัตรูของเรามาเพื่อลัก ฆ่าและทำลาย!

แต่พระเจ้าตรัสว่าเราจะได้ยินเสียงจากพระองค์และเราจะรู้ว่านั่นคือพระองค์  เมื่อพระองค์ตรัส

ด้วยการฝึกฝนและการอธิษฐาน เราจะรู้จักพระสุรเสียงของพระเจ้าได้ดีขึ้น เราสามารถเรียนรู้แยกแยะได้ว่าเสียงที่เราได้ยินนั้นมาจากพระเจ้าหรือเป็นเสียงอื่น 

มีวิธีที่เราจะทดสอบสิ่งที่เราได้ยิน

  •  เมื่อพระเยซูตรัส – เสียงของพระองค์จะสอดคล้องกับพระวจนะของพระองค์        ที่บันทึกไว้แล้วเสมอ – พระคัมภีร์นั่นเอง พระคัมภีร์บอกเราไว้แล้ว เสียงตรัสของพระองค์จะไม่มีวันขัดแย้งกับเสียงของพระองค์ที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ 
  • เมื่อพระเยซูตรัส – พระสุรเสียงของพระองค์จะทำให้หัวใจเรารู้สึกถึงความหวัง และสันติสุข เสียงของพระองค์จะไม่ทำให้เรารู้สึกถูกประนามหรือเสียกำลังใจ  พระเยซูทรงแก้ไขตักเตือนเราด้วยความรัก
  • เสียงของพระเยซูจะไม่แสดงออกถึงการทำงานของเนื้อหนัง – ไม่ว่าจะเป็นการผิดศีลธรรมทางเพศ ความไม่บริสุทธิ์ และการลามก การกราบไหว้รูปเคารพ การใช้คาถาอาคม ความเกลียดชัง ความบาดหมาง ความริษยาหึงหวง ความโมโหโทโส ความทะเยอทะยานอย่างเห็นแก่ตัว การไม่ลงรอยกัน การแบ่งพรรคแบ่งพวก และการอิจฉากัน การเมามาย การมั่วสุมเสพสุราและกาม สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่พระสุรเสียงของพระเจ้า
  • เมื่อพระเยซูตรัส – พระสุรเสียงของพระองค์จะสำแดงผลแห่งพระวิญญาณ –      นั่นคือ ความรัก ความชื่นชมยินดี สันติสุข ความอดทน ความปรานี ความดี    ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพอ่อนโยนและการควบคุมตนเอง
  •  เมื่อพระเยซูตรัส – พระสุรเสียงของพระองค์ให้ความรู้สึก ที่มั่นใจกับเราไม่ใช่ความสงสัย เราสัมผัสได้ถึงความรู้สึกและสันติสุขจากสิ่งที่เรากำลังได้ยินจากพระเจ้า เราอาจจะไม่ได้ยินทุกอย่างในครั้งเดียว เราอาจจะได้ยินเพียงส่วนหนึ่งที่เราควรรู้ แต่สิ่งที่เราได้ยินจะมั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลงไม่ผันแปร

ข่าวดีสำหรับผู้ติดตามพระเยซูทุกคนก็คือ เมื่อเราหายใจเข้า และได้ยินจากพระเจ้า เมื่อเราหายใจออกและเชื่อฟังในสิ่งที่เราได้ยิน และเล่าให้ผู้อื่นฟังถึงสิ่งที่เราได้ยิน –    พระเจ้าจะทรงตรัสชัดเจนยิ่งกว่าเดิม 

พระองค์จะระบายลมหายใจผ่านเรามากยิ่งกว่าเดิม

เราจะได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม

เราจะรู้จักพระสุรเสียงของพระองค์และไม่ใช่เสียงอื่น

เราจะได้เห็นพระราชกิจของพระองค์ในโลกนี้ มีโอกาสได้ช่วยและได้ทำงานกับพระองค์ 

เราหายใจเข้า เราหายใจออก มีชีวิต

หารือ

(10 นาที)
  • เหตุใดการเรียนรู้ที่จะได้ยินและจดจำเสียงของพระเจ้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ?
  • การได้ยินและการตอบสนองต่อพระเจ้าเหมือนกับการหายใจจริงไหม ทำไมจริงหรือทำไมไม่? จริง

ทบทวน

(1 นาที)

แนวคิดที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • พระเจ้าทรงใช้คนธรรมดา
  • คำจำกัดความง่าย ๆ ของสาวกและคริสตจักร
  • การหายใจฝ่ายวิญญาณคือการได้ยินและเชื่อฟังพระเจ้า

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

ฝึกแบ่งปันคำจำกัดความเหล่านี้กับเพื่อนและอธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงฝังความหมายเหล่านี้ไว้ในใจและจิตวิญญาณของคุณอย่างลึกซึ้ง ถามพระเจ้าว่าพระองค์ต้องการให้คุณแบ่งปันกับใคร

แบ่งปัน

แบ่งปันคำจำกัดความนี้กับผู้ที่พระเจ้าทรงดลใจให้คุณทำเช่นนั้น จากนั้นเตรียมพวกเขาให้พร้อมที่จะแบ่งปันกับคนอื่น ๆ

ส่วนที่ 2

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 4568

อธิษฐาน

(5 นาที)

ถามว่าจะมีใครในกลุ่มที่มีความต้องการเฉพาะเจาะจงให้กลุ่มอธิษฐานเผื่อไหม

ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงสัญญาในพระวจนะของพระองค์ว่าจะทรงฟังและปฏิบัติเมื่อผู้คนของพระองค์อธิษฐาน

ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าทรงนำเวลาของคุณที่อยู่ร่วมกัน

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะเพิ่มเครื่องมือนี้ลงในชุดเครื่องมือของเรา:

  • การอ่านพระคัมภีร์แบบ S.O.A.P.S.

อ่าน

(5 นาที)

การอ่านพระคัมภีร์แบบ S.O.A.P.S.

ชุดเครื่องมือ Zume การศึกษาพระคัมภีร์ S.O.A.P.S. พระเยซูตรัสว่า-- “จงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของเรา จงบัพติศมาพวกเขาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ และสอนพวกเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดที่เราสั่งพวกท่านไว้ ...” ถ้าสาวกพระเยซูทุกคนจะเชื่อฟัง ทุกสิ่งที่พระเยซูสั่ง พวกเขาก็ต้องรู้ว่าพระเยซูสั่งอะไร พระมหาบัญญัติและพระมหาบัญชา เป็นบทสรุปที่สำคัญของสิ่งที่พระเจ้าต้องการบอกเรา แต่ถ้าสาวกจะเติบโตเต็มขนาด ของสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างพวกเขาให้เป็น พวกเขาจะต้องรู้และเชื่อฟังมากยิ่งขึ้นไปอีก S.O.A.P.S. ย่อมาจาก: พระคัมภีร์ การสังเกต การนำไปใช้ การอธิษฐาน และการแบ่งปัน ซึ่งเป็นวิธีการเรียนรู้แบบง่าย ๆ และจดจำวิธีการศึกษาพระคัมภีร์อย่างได้ผล ซึ่งสาวกพระเยซูทุกคนสามารถใช้ได้ ให้เรามาดูแต่ละส่วนเพิ่มเติม เมื่อคุณอ่านหรือฟังพระคัมภีร์: พระคัมภีร์: เขียนข้อพระคัมภีร์สักหนึ่งข้อหรือมากกว่า ที่มีความหมายกับคุณโดยเฉพาะในวันนี้ การสังเกต: เขียนข้อพระคัมภีร์หรือประเด็นสำคัญจากพระคัมภีร์เหล่านั้นใหม่ ด้วยคำพูดของคุณเองเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจความหมายได้ดีขึ้น การนำไปใช้: ลองคิดถึงความหมาย ที่จะเชื่อฟังบัญญัติหรือแนวคิดเหล่านี้ในชีวิตของคุณเอง คุณจะต้องทำอะไรแตกต่างออกไป? เขียนสิ่งเหล่านี้ลงไป การอธิษฐาน: เขียนคำอธิษฐานที่บอกพระเจ้าถึงสิ่งที่คุณอ่านในพระวจนะของพระองค์ และคุณเข้าใจอะไรเกี่ยวกับการเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์ และนำสิ่งที่คุณเรียนรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ การแบ่งปัน: ทูลถามพระเจ้าว่าพระองค์ต้องการให้คุณแบ่งปันกับใคร เกี่ยวกับสิ่งที่คุณได้เรียนรู้และวิธีที่คุณนำไปใช้ ให้เรามาลองใช้ S.O.A.P.S.กัน: พระคัมภีร์ : พระคัมภีร์กล่าวว่า: เพราะความคิดของเราไม่ใช่ความคิดของเจ้า และทางของพวกเจ้าก็ไม่ใช่ทางของเรา” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ “เพราะฟ้าสวรรค์สูงกว่าแผ่นดินโลกอย่างไร ทางของเราก็สูงกว่าทางของพวกเจ้า และความคิดของเราก็สูงกว่าความคิดของเจ้าอย่างนั้น” อิสยาห์ 55:8-9 การสังเกต- ในฐานะมนุษย์ ฉันก็มีข้อจำกัดในสิ่งที่ฉันรู้ และวิธีทำที่ฉันรู้ พระเจ้าไม่มีข้อจำกัดในทางใดๆ พระองค์เห็นและรู้ทุกสิ่ง พระองค์สามารถทำทุกสิ่ง การนำไปใช้ - เนื่องจากพระเจ้าทรงรู้ทุกสิ่งและหนทางของพระองค์ดีที่สุด ฉันจะประสบความสำเร็จในชีวิตมากขึ้นหากฉันติดตามพระองค์ แทนที่จะพึ่งพาการทำสิ่งต่างๆ ด้วยวิธีของฉัน การอธิษฐาน- พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ไม่รู้ว่าจะดำเนินชีวิตที่ดีได้อย่างไร ที่ทำให้พระองค์พอพระทัยและช่วยเหลือผู้อื่น การกระทำของข้าพระองค์นำไปสู่ความผิดพลาด ความคิดของข้าพระองค์นำไปสู่ความเจ็บปวด ขอพระองค์ได้โปรดสอนหนทางและความคิดของพระองค์แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ทรงนำทางข้าพระองค์เมื่อข้าพระองค์เดินตามพระองค์ การแบ่งปัน - ฉันจะแบ่งปันข้อพระคัมภีร์เหล่านี้และการประยุกต์ใช้กับสตีฟเพื่อนของฉัน ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และต้องการการชี้แนะสำหรับการตัดสินใจที่สำคัญที่เขากำลังเผชิญอยู่ การศึกษาพระคัมภีร์ S.O.A.P.S. หนึ่งในเครื่องมือที่เรียบง่ายใน ชุดเครื่องมือ Zume

กิจกรรม

(30 นาที)

ฝึกปฏิบัติ S.O.A.P.S.

  • ทำงานเป็นรายบุคคลผ่านรูปแบบการศึกษาพระคัมภีร์ S.O.A.P.S. โดยใช้มัทธิว 6:9-13 (20 นาที)
  • กลับมาร่วมกันและแบ่งปัน S.O.A.P.S. ของคุณในกลุ่ม 2 หรือ 3 คน (10 นาที)

เนื้อหา: 

พระคัมภีร์

เขียนข้อพระคัมภีร์หนึ่งข้อหรือมากกว่านั้นที่มีความหมายต่อคุณเป็นพิเศษในวันนี้

การสังเกต

เขียนข้อหรือประเด็นสำคัญเหล่านั้นใหม่ด้วยคำพูดของคุณเองเพื่อให้เข้าใจได้ดียิ่งขึ้น

การนำไปใช้

ลองคิดดูว่าการเชื่อฟังคำสั่งเหล่านี้ในชีวิตของคุณหมายความว่าอย่างไร

การอธิษฐาน

เขียนคำอธิษฐานบอกพระเจ้าถึงสิ่งที่คุณได้เรียนรู้และวิธีที่คุณวางแผนที่จะเชื่อฟัง

การแบ่งปัน

ถามพระเจ้าว่าพระองค์ต้องการให้คุณแบ่งปันสิ่งที่คุณได้เรียนรู้/นำไปประยุกต์ใช้กับใคร

นี่คือตัวอย่างของ S.O.A.P.S. ในการทำงานของ:

S – “เพราะความคิดของเราไม่ใช่ความคิดของเจ้าและทางของพวกเจ้าก็ไม่ใช่ทางของเรา” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ “เพราะฟ้าสวรรค์สูงกว่าแผ่นดินโลกอย่างไร ทางของเราก็สูงกว่าทางของพวกเจ้าและความคิดของเราก็สูงกว่าความคิดของเจ้าอย่างนั้น” อิสยาห์ 55:8-9
O -  ในฐานะมนุษย์ ฉันมีข้อจำกัดในสิ่งที่รู้และสิ่งที่ทำได้ พระเจ้าไม่มีข้อจำกัดใด ๆ พระองค์ทรงเห็นและทรงรู้ทุกสิ่ง พระองค์ทรงทำทุกสิ่งได้
A – เนื่องจากพระเจ้าทรงทราบทุกสิ่งและหนทางของพระองค์ดีที่สุด ฉันจะประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่ามากหากฉันติดตามพระองค์แทนที่จะพึ่งพาวิธีการทำสิ่งต่างๆ ของตัวเอง
P – พระเจ้า ข้าพระองค์ไม่รู้ว่าจะดำเนินชีวิตที่ดีเพื่อให้พระองค์พอพระทัยและช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างไร วิถีทางของข้าพระองค์นำไปสู่ความผิดพลาด ความคิดของข้าพระองค์นำไปสู่ความเจ็บปวด โปรดสอนข้าพระองค์เกี่ยวกับวิถีทางและความคิดของพระองค์แทน ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำข้าพระองค์ขณะที่ข้าพระองค์เดินตามพระองค์
S – ฉันจะแบ่งปันข้อพระคัมภีร์เหล่านี้และการประยุกต์ใช้กับสตีฟ เพื่อนของฉัน ที่กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก และต้องการคำแนะนำสำหรับการตัดสินใจที่สำคัญที่เขาต้องเผชิญ

ทบทวน

(1 นาที)

เครื่องมือที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • การอ่านพระคัมภีร์แบบ S.O.A.P.S.

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

เริ่มฝึกอ่านพระคัมภีร์ S.O.A.P.S. ระหว่างนี้จนถึงการประชุมครั้งหน้า เน้นที่มัทธิว 5-7 อ่านอย่างน้อยวันละครั้ง จดบันทึกประจำวันโดยใช้รูปแบบ S.O.A.P.S.

แบ่งปัน

ขอให้พระเจ้าทรงนำคุณท้าทายผู้เชื่ออย่างน้อยห้าคนที่คุณรู้จักให้เริ่มฝึกอ่านพระคัมภีร์แบบ S.O.A.P.S. ด้วยตนเองทุกวัน

ส่วนที่ 3

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 8767

อธิษฐาน

(5 นาที)

อธิษฐานและขอบคุณพระเจ้าสำหรับการประทับอยู่ของพระองค์ในชีวิตของเรา อธิษฐานให้ทุกคนในกลุ่มมีหูที่จะได้ยินเสียงของพระองค์ และขอให้พระองค์ทรงโปรดประทานพระคุณเพื่อเชื่อฟังสิ่งที่พระองค์ตรัส

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะเพิ่มเครื่องมือนี้ลงในชุดเครื่องมือของเรา:

  • กลุ่มความรับผิดชอบ

อ่าน

(5 นาที)

กลุ่มความรับผิดชอบ

ชุดเครื่องมือ Zume กลุ่มความรับผิดชอบ พระเยซูตรัสว่า- “คนที่ได้รับมาก จะต้องเรียกเอาจากคนนั้นมาก และคนที่ได้รับฝากไว้มาก ก็จะต้องทวงเอาจากคนนั้นมาก” พระเยซูทรงแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับความรับผิดชอบหลายเรื่อง และบอกความจริงหลายประการแก่เราว่าเราจะต้องรับผิดชอบอย่างไร สำหรับสิ่งที่เราทำและพูด พระเยซูทรงบอกเราถึงเรื่องเหล่านี้ตอนนี้ เพื่อเราจะได้พร้อมในภายหลัง และเพราะเราจะต้องรับผิดชอบต่อพระองค์สักวันหนึ่ง การฝึกรับผิดชอบต่อกันและกันตอนนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี กลุ่มความรับผิดชอบประกอบด้วยบุคคลสองหรือสามคนที่เป็นเพศเดียวกัน ผู้ชายกับผู้ชาย ผู้หญิงกับผู้หญิง - ซึ่งจะพบกันสัปดาห์ละครั้งเพื่อพูดคุยกันเกี่ยวกับชุดคำถาม ที่ช่วยเปิดเผยด้านที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างถูกต้อง และด้านอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องแก้ไข สาวกทุกคนของพระเยซูจะต้องรับผิดชอบ ดังนั้น สาวกพระเยซูทุกคนควรแสดงความรับผิดชอบต่อผู้อื่น กลุ่มความรับผิดชอบ อีกหนึ่งเครื่องมือที่เรียบง่ายในชุดเครื่องมือ Zume

กิจกรรม

(20 นาที)

ฝึกฝนกลุ่มความรับผิดชอบ

  • แบ่งกลุ่มคนออกเป็นกลุ่มละสองหรือสามคนที่เพศเดียวกัน
  • ใช้เวลา 20 นาทีถัดไปในการทำงานร่วมกันผ่านคำถามเรื่องความรับผิดชอบ

เนื้อหา:

  1. คุณเคยเห็นพระเจ้าทรงทำงานอย่างไร?
  2. สัปดาห์นี้ คุณได้เป็นพยานถึงความยิ่งใหญ่ของพระเยซูคริสต์ทั้งคำพูดและการกระทำของคุณหรือไม่?
  3. คุณเคยสัมผัสกับสื่อที่เย้ายวนทางเพศหรือปล่อยให้จิตใจของคุณให้คิดเรื่องเพศที่ไม่เหมาะสมหรือไม่?
  4. คุณยอมรับความเป็นเจ้าของของพระเจ้าในการใช้เงินของคุณหรือไม่?
  5. คุณเคยโลภสิ่งใดบ้างไหม?
  6. คุณเคยทำให้ชื่อเสียงหรือความรู้สึกของใครเสียหายด้วยคำพูดของคุณหรือเปล่า?
  7. คุณเคยมีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ทั้งคำพูดและการกระทำหรือพูดเกินจริงหรือไม่?
  8. คุณได้ยอมให้มีพฤติกรรมเสพติด (หรือขี้เกียจ หรือไม่มีวินัย) หรือไม่?
  9. คุณเคยเป็นทาสของเสื้อผ้า เพื่อนฝูง การทำงาน หรือทรัพย์สินหรือไม่?
  10. คุณเคยล้มเหลวในการให้อภัยใครบ้างไหม?
  11. คุณกำลังเผชิญความกังวลหรือความวิตกกังวลเรื่องใดบ้าง?
  12. คุณเคยบ่นหรือบ่นอะไรบ้าง?
  13. คุณรักษาจิตใจให้มีความขอบคุณแล้วหรือยัง?
  14. คุณให้เกียรติ เข้าใจ และเอื้อเฟื้อในความสัมพันธ์ที่สำคัญของคุณบ้างหรือไม่?
  15. คุณเคยเผชิญกับสิ่งล่อใจในความคิด คำพูด หรือการกระทำใดบ้าง และคุณตอบสนองอย่างไร?
  16. คุณใช้โอกาสในการรับใช้หรืออวยพรผู้อื่นโดยเฉพาะผู้เชื่ออย่างไร?
  17. คุณเคยเห็นคำตอบที่เฉพาะเจาะจงต่อคำอธิษฐานหรือไม่?

ทบทวน

(1 นาที)

เครื่องมือที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • กลุ่มความรับผิดชอบ

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

ค้นหาคู่รับผิดชอบ (เพศเดียวกัน) และเริ่มพบปะกับเขาเป็นประจำทุกสัปดาห์

แบ่งปัน

ขอให้พระเจ้าทรงนำคุณท้าทายผู้เชื่ออย่างน้อยห้าคนที่คุณรู้จักให้เริ่มการประชุมกลุ่มความรับผิดชอบของตนเอง แล้วทำเช่นนั้น

ส่วนที่ 4

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 6787

อธิษฐาน

(5 นาที)

อธิษฐานและขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงทำให้เราเป็นเหมือนพระเยซู เชิญพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้ทรงนำเวลาที่คุณอยู่ด้วยกัน

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะได้ยินและหารือเกี่ยวกับแนวคิด:

  • ผู้ผลิตไม่ใช่ผู้บริโภค

และเราจะเพิ่มเครื่องมือนี้ลงในชุดเครื่องมือของเรา:

  • 100 รายชื่อ

อ่าน

(5 นาที)

ผู้ผลิตไม่ใช่ผู้บริโภค

ในบทเรียนนี้ เราจะพูดถึงวิธีการช่วยผู้ติดตามพระเยซูให้เป็นผู้ผลิตในอาณาจักรของ พระเจ้าแทนที่จะเป็นเพียงแค่ผู้บริโภค

ในแผนการอันสมบูรณ์ของพระเจ้า พระองค์ทรงสร้างเราให้มีชีวิตอย่างสมดุล – เพื่อผลิตและบริโภค เพื่อสร้าง และเพื่อใช้ เพื่อเทออกและเพื่อรับการเติมเข้ามาใหม่ เพื่อเราจะ   เทออกได้อีกครั้งหนึ่ง 

แต่ในโลกที่ไม่สมบูรณ์นี้ ผู้คนปฏิเสธแผนการของพระเจ้า และคนจำนวนมากดำเนินชีวิตเพียงแค่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่สมบูรณ์ของพระเจ้า

พวกเขาเรียนรู้แต่ไม่แบ่งปันให้ผู้อื่น พวกเขารับการเติมเข้ามาแต่ไม่เคยส่งต่อออกไป  พวกเขาบริโภคแต่ไม่ผลิต 

หากเราจะสร้างสาวกซึ่งจะเพิ่มจำนวนทวีคูณแล้วละก็ เราจำเป็นต้องแบ่งปันให้พวกเขาฟัง ว่าพวกเขาจะเป็นผู้ผลิตได้อย่างไร ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ผู้บริโภคเท่านั้น

นื่คือวิธี – พระเจ้าทรงใช้พระดำรัสของพระองค์ที่ถูกบันทึกไว้ – ที่เราเรียกว่าพระวจนะหรือพระคัมภีร์ – เพื่อช่วยเราให้เติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ

สาวกทุกคนต้องถูกเตรียมให้พร้อม เพื่อที่จะเรียนรู้ ตีความ และประยุกต์ใช้พระวจนะ 

ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมาได้มีการบันทึกผ่านผู้เขียนหลายคนว่า พระเจ้าทรงตรัส      พระดำรัสของพระองค์เข้าไปในใจของบรรดาชายผู้สัตย์ซื่อ เมื่อพวกเขาได้รับข้อความเหล่านี้พวกเขาได้บอกต่อสิ่งที่พวกเขาได้ยิน 

พระวจนะสอนเราเกี่ยวกับเรื่องราวของพระเจ้า แผนการต่าง ๆ ของพระองค์ พระทัย    ของพระองค์ ทางของพระองค์ให้แก่เรา

ในบทเรียนก่อนหน้านี้ คุณได้เรียนรู้เครื่องมือง่าย ๆ สองเรื่องด้วยกัน – การศึกษาพระคัมภีร์และกลุ่มผู้มีหน้ามีที่รับผิดชอบ ในบทเรียนต่อไป คุณจะได้เรียนรู้เครื่องมืออีกรูปแบบคือ  – กลุ่ม 3 - 3 

เครื่องมือสามอย่างนี้ทำงานร่วมกันเพื่อช่วยเตรียมผู้ติดตามใหม่ให้เรียนรู้ ตีความและประยุกต์ใช้พระวจนะของพระเจ้า 

พวกเขาจะเรียนรู้ว่าพวกเขาไม่เป็นเพียงแค่ผู้ฟังพระวจนะของพระเจ้า แต่จะเป็น          นักปฏิบัติและนักแบ่งปันด้วย พระเจ้าใช้พระดำรัสของพระองค์ – ซึ่งเรารับรู้ได้ผ่านการอธิษฐาน – เพื่อช่วยเราให้เติบโตฝ่ายจิตวิญญาณอีกด้วย 

การอธิษฐานคือการพูดคุยกับพระเจ้าและฟังพระองค์ การอธิษฐานช่วยให้เรารู้จัก      พระเจ้าอย่างใกล้ชิดมากขึ้น และเข้าใจ ใจของพระองค์ น้ำพระทัยของพระองค์ และวิธีของพระองค์ 

การอธิษฐานช่วยเราที่จะดูแลและรับใช้ผู้อื่น ช่วยเราที่จะสอนและแบ่งปันด้วยวิธี            ที่เฉพาะเจาะจงซึ่งเป็นการช่วยบุคคลหรือกลุ่มคนให้รู้จักพระเจ้าดีขึ้น 

มีสองเครื่องมือง่าย ๆ – การเดินอธิษฐานและวงจรการอธิษฐาน สองสิ่งนี้ช่วยผู้ติดตามให้พัฒนาชีวิตด้านการอธิษฐานส่วนตัวและเรียนรู้ที่จะอธิษฐานในรูปแบบที่เป็นการรับใช้ผู้อื่น

เครื่องมือเหล่านี้ช่วยพัฒนานิสัยการอธิษฐานอย่างไม่ลดละและเรียนรู้ที่จะมองโลก   ด้วยสายตาฝ่ายจิตวิญญาณ แทนที่จะพึ่งพาเพียงแต่สิ่งที่เรามองเห็นได้เท่านั้น

เมื่อใช้เครื่องมือ 2 สิ่งนี้อย่างสม่ำเสมอแล้ว จะช่วยผู้ติดตามของพระเยซู ช่วยเพิ่มศักยภาพของพวกเขาในการอธิษฐานและเสริมสร้างความสามารถในการได้ยินจาก   พระเจ้าและแบ่งปันในสิ่งที่พวกเขาได้ยิน 

พระเจ้าทรงใช้กายของผู้เชื่อ – ที่เราเรียกว่าคริสตจักร หรือผู้ติดตามพระเยซู – ทำให้เราเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ 

เมื่อผู้เชื่อมาอยู่รวมกัน เราเชื่อมต่อกัน พระวจนะของพระเจ้าตรัสไว้ว่าในพระเยซู –      แม้ทั้งหมดจะมีหลายส่วนแต่ประกอบกันเป็นกายเดียว พูดอีกอย่างคือ เราไม่ได้แค่เชื่อมต่อกับพระเจ้าเท่านั้น – แต่เราเชื่อมต่อกันและกันด้วย 

พระเจ้าตรัสว่าจงยอมเชื่อฟังกันและกัน พระเจ้าตรัสว่าจงรับใช้กันและกัน 

เราแต่ละคนมีจุดแข็งต่างกันและแต่ละคนก็มีจุดอ่อนด้วย พระเจ้าคาดหวังให้เราใช้      จุดแข็งของเราช่วยเหลือผู้อื่นที่อ่อนแอ และพระองค์คาดหวังให้เรายอมให้ผู้อื่นใช้จุดแข็งที่พระเจ้าประทานให้แก่เขาเพื่อช่วยในจุดที่อ่อนแอของเราด้วย 

พระวจนะบอกว่าพระเจ้าทรงประทานความสามารถพิเศษบางอย่างให้เราแต่ละคน      ให้เราแน่ใจว่าเราได้ใช้สิ่งเหล่านั้นเพื่อช่วยเหลือกันและกัน ส่งต่อพระพรมากมายให้กับผู้อื่น

เครื่องมือง่าย ๆ เช่นกลุ่ม 3 - 3 กลุ่มผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ และกลุ่มเพื่อน - พี่เลี้ยงจะช่วยเราให้หนุนใจซึ่งกันและกัน ให้รักและทำงานดี ทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเราให้เชื่อฟังในสิ่งที่พระเจ้าให้เราทำเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราหาวิธีแบ่งปันสิ่งที่เราได้เรียนรู้ไปให้ผู้อื่นฟังด้วย 

นอกจากนี้พระเจ้ายังใช้การข่มเหงและการทนทุกข์ – คือการเสียสละและการสูญเสียที่เราได้ทนทุกข์ในนามของพระเยซู – เพื่อทำให้เราเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณอีกด้วย  

เมื่อผู้อื่นข่มเหงและทำร้ายเราเพราะเรารักและเชื่อฟังพระเยซู หรือเมื่อสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นแม้ว่าเรารักและเชื่อฟังพระเยซูก็ตาม พระเจ้าทรงใช้การข่มเหงและความทุกข์ยากเหล่านี้เพื่อขัดเกลาคุณลักษณะของเราให้ดีขึ้นและสร้างเราให้เป็นเหมือนพระเยซูมากขึ้น

พระองค์ทรงพัฒนาคุณลักษณะของเรา ทำให้เราแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทรงชำระความเชื่อของเรา เตรียมเราให้พร้อมสำหรับพันธกิจและช่วยเราให้รับใช้ผู้อื่นที่กำลังทนทุกข์ในแบบที่พิเศษ – ในขณะเดียวกันพระองค์สำแดงให้ทุกคนที่กำลังมองดูเราอยู่ คนที่เห็นถึงความเจ็บปวดของเราก็จะเห็นพระองค์ชัดเจนยิ่งขึ้น

พระเจ้าบอกเราว่าในฐานะผู้ติดตามพระเยซูเราจะถูกคาดหวังว่าเราจะต้องถูกข่มเหง

พระเยซูตรัสว่า - ความสุขมีแก่ท่านเมื่อคนทั้งหลายสบประมาท ข่มเหง และใส่ร้ายป้ายสีท่านเพราะเรา จงชื่นชมยินดีเถิดเพราะบำเหน็จของท่านในสวรรค์ยิ่งใหญ่นัก เพราะพวกเขาได้ข่มเหงบรรดาผู้เผยพระวจนะที่อยู่ก่อนท่านเหมือนกัน

เครื่องมือง่าย ๆ เช่นกลุ่ม 3 - 3 และกลุ่มผู้มีหน้าที่รับผิดชอบให้โอกาสผู้ติดตามพระเยซู ที่จะได้เล่าถึงการข่มเหงและความทุกข์ยากต่าง ๆ ที่พวกเขาประสบ

กลุ่มเหล่านี้ให้โอกาสคุณเพื่อสอนสาวกว่า พระวจนะของพระเจ้ากล่าวไว้ว่าเราควรเตรียมตัวเพื่อที่จะเผชิญความยากลำบาก และเราควรเตรียมพวกเขาให้พร้อมเพื่อการตอบสนองอย่างถูกต้องด้วยความเชื่อมั่นในความรักของพระเจ้าเมื่อสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่ถูกต้องและไม่คาดคิดเข้ามาในชีวิต

พระวจนะ อธิษฐาน กายของผู้เชื่อพระคริสต์ การข่มเหงและการทนทุกข์

ทั้งหมดนี้คือวิธีต่าง ๆ ที่พระเจ้าทรงทำให้เราเติบโตเป็นเหมือนพระเยซู พระบุตร ผู้สมบูรณ์แบบของพระองค์มากยิ่ง ๆ ขึ้น 

เครื่องมือต่าง ๆ ช่วยให้เราไม่เป็นแค่เพียงผู้บริโภคหรือผู้รับสิ่งดีต่าง ๆ ที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เราเท่านั้น แต่ช่วยให้เราเป็นผู้ผลิตหรือผู้สร้างและเป็นผู้แบ่งปันอีกด้วย

หารือ

(10 นาที)
  • ใน 4 ด้านที่ระบุไว้ข้างต้น (การอธิษฐาน พระวจนะของพระเจ้า ฯลฯ) คุณฝึกฝนด้านไหนอยู่แล้วบ้าง?
  • คุณรู้สึกไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องไหน
  • คุณรู้สึกพร้อมแค่ไหนเมื่อต้องฝึกอบรมคนอื่น ๆ ?

อ่าน

(5 นาที)

100 รายชื่อ

ชุดเครื่องมือ Zume 100 รายการ พระเยซูตรัสว่า - "จงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวก..." และสาวกของพระองค์ก็ทำเช่นนั้น พวกเขาไปหาครอบครัวของตน พวกเขาไปหาเพื่อนของพวกเขาไปหาคนที่รู้จักในเมือง พวกเขาไปหาคนที่ทำงานด้วยกัน พวกเขาออกไป พระเยซูตรัสว่า “จงออกไป” และพวกเขาก็เชื่อฟัง แล้วครอบครัวของพระเจ้าก็เติบโตขึ้น พระเจ้าได้มอบความสัมพันธ์ที่เราต้องการให้กับเราแล้ว ที่จะ “จงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวก” นี่คือครอบครัว เพื่อนฝูง เพื่อนบ้านของเรา เพื่อนร่วมงานและเพื่อนร่วมชั้นเรียน - คนที่เรารู้จักมาตลอดชีวิต คนที่เราเพิ่งพบเจอ การซื่อสัตย์ต่อผู้คนที่พระเจ้าส่งเข้ามาในชีวิตของเรา เป็นก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ในการทวีคูณจำนวนสาวก และสามารถเริ่มต้นได้จากขั้นตอนง่าย ๆ ด้วยการจัดทำรายการ 100 รายการ เป็นเครื่องมือง่ายๆ ในชุดเครื่องมือ Zume ที่ทวีคูณจำนวนสาวก

กิจกรรม

(30 นาที)

สร้างรายการ 100 รายชื่อของคุณเอง

  • ให้ทุกคนในกลุ่มของคุณใช้เวลา 30 นาทีเพื่อกรอกรายการความสัมพันธ์ของตนเอง กรอกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • จากนั้นให้ทำเครื่องหมายความเข้าใจที่ดีที่สุดของคุณเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเขากับพระเจ้า: สาวก ผู้ไม่เชื่อ หรือคนที่ไม่รู้จัก

1 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

2 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

3 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

4 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

5 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

6 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

7 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

8 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

9 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

10 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

11 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

12 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

13 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

14 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

15 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

16 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

17 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

18 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

19 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

20 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

21 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

22 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

23 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

24 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

25 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

26 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

27 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

28 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

29 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

30 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

31 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

32 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

33 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

34 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

35 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

36 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

37 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

38 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

39 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

40 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

41 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

42 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

43 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

44 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

45 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

46 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

47 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

48 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

49 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

50 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

51 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

52 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

53 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

54 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

55 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

56 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

57 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

58 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

59 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

60 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

61 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

62 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

63 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

64 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

65 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

66 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

67 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

68 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

69 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

70 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

71 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

72 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

73 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

74 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

75 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

76 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

77 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

78 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

79 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

80 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

81 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

82 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

83 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

84 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

85 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

86 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

87 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

88 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

89 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

90 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

91 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

92 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

93 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

94 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

95 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

96 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

97 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

98 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

99 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

100 ___________________________________________
☐ สาวก   ☐ ผู้ไม่เชื่อ   ☐ ไม่รู้จัก

ทบทวน

(1 นาที)

แนวคิดที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • ผู้ผลิตไม่ใช่ผู้บริโภค

เครื่องมือที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • 100 รายชื่อ

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

ใช้เวลาในสัปดาห์นี้ในการอธิษฐานเผื่อผู้คน 5 คนจากรายชื่อ 100 คนที่คุณทำเครื่องหมายไว้ว่าเป็น "ผู้ไม่เชื่อ" หรือ "ผู้ที่ไม่รู้จัก" ขอให้พระเจ้าทรงเตรียมใจเขาให้เปิดใจรับเรื่องราวของพระองค์

แบ่งปัน

ถามพระเจ้าว่าพระองค์ต้องการให้คุณแบ่งปันเครื่องมือกับใครจาก 100 รายชื่อ แบ่งปันชื่อของบุคคลนี้กับกลุ่มก่อนที่คุณจะไปและติดต่อเขาก่อนการเรียนครั้งต่อไป

ส่วนที่ 5

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 3450

อธิษฐาน

(5 นาที)

อธิษฐานและขอบคุณพระเจ้าสำหรับความรักที่พระองค์มีต่อทุกคนในชีวิตของเรา อธิษฐาน ให้ทุกคนในกลุ่มมองเห็นผู้คนรอบข้างคุณในแบบเดียวกับที่พระเจ้ามองเห็นเขา

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะเพิ่มเครื่องมือนี้ลงในชุดเครื่องมือของเรา:

  • หัวข้ออธิษฐานในวงกลม

อ่าน

หัวข้ออธิษฐานในวงกลม

ชุดเครื่องมือ Zume วงจรการอธิษฐาน พระเยซูทรงสอนสาวกของพระองค์อยู่เสมอเกี่ยวกับจุดประสงค์ การปฏิบัติและคำสัญญาแห่งการอธิษฐาน พระเยซูตรัสว่า- “จงขอแล้วจะได้ จงหาแล้วจะพบ จงเคาะแล้วจะเปิดให้แก่พวกท่าน เพราะว่าทุกคนที่ขอก็ได้ และทุกคนที่แสวงหาก็พบ ทุกคนที่เคาะก็จะเปิดให้เขา พระเยซูทรงสอนสาวกของพระองค์ว่าการอธิษฐานไม่ใช่เพื่อการสรรเสริญต่อหน้าสาธารณชน หรือความปรารถนาที่เห็นแก่ตัว หรือคำพูดที่ไม่ชัดเจนที่เราพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า พระเยซูทรงแสดงให้เราเห็นว่าคำอธิษฐานมีพลังเพราะเป็นคำอธิษฐานโดยตรง และการสนทนาอย่างต่อเนื่องกับพระบิดาของเราในสวรรค์ผู้ทรงรักเรา เหมือนการสนทนาที่ดี การอธิษฐานที่ดีหมายถึงทั้งสองฝ่ายต่างฟัง และพูด แต่การพูดคุยกับพระเจ้าผู้สร้างจักรวาล อาจดูน่ากลัว และได้ยินอะไรบางอย่างกลับมาจริง ๆ สำหรับคนส่วนใหญ่นั่นอาจเป็นเรื่องที่น่ากลัวเลยทีเดียว ข่าวดีก็คือการอธิษฐานที่ดีขึ้น คือมีการสนทนาที่ดีขึ้นและลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับพระเจ้าผู้ทรงรักเรา ไม่เพียงแต่เป็นไปได้เท่านั้น - นั่นเป็นสิ่งที่พระเจ้าต้องการอย่างแน่นอน แต่เมื่อการอธิษฐานเป็นเหมือนการเรียนรู้ภาษาใหม่ คุณจะดีขึ้นได้อย่างไร? คำตอบง่ายๆ คือ คุณต้องฝึกฝน วงจรการอธิษฐาน เป็นเครื่องมือง่ายๆ สำหรับฝึกอธิษฐาน ที่คุณสามารถนำไปใช้เองและแบ่งปันกับผู้ติดตามคนอื่นๆ ได้ เพียง 12 ขั้นตอนง่ายๆ - ขั้นตอนละ 5 นาที - วงจรการอธิษฐานจะนำทางคุณผ่านสิบสองวิธีที่พระคัมภีร์สอนเราให้อธิษฐาน สุดท้ายคุณจะได้อธิษฐานเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง พระคัมภีร์บอกเราว่า “จงอธิษฐานไม่หยุดหย่อน” ไม่ใช่หลายคนจะสามารถพูดได้ว่าเราทำแบบนั้น แต่ชั่วโมงแห่งการอธิษฐานนี้ คุณจะก้าวเข้าใกล้อีกขั้นหนึ่ง วงจรการอธิษฐาน - เครื่องมือที่เรียบง่ายอีกหนึ่งตัวในชุดเครื่องมือ Zume

กิจกรรม

(60 นาที)

อธิษฐานรอบละ 1 ชั่วโมงเป็นรายบุคคล

กำหนดเวลาให้กลุ่มกลับมาพบกันอีกครั้ง อย่าลืมเผื่อเวลาไว้สักเล็กน้อยเพื่อให้ทุกคนหาสถานที่เงียบ ๆ เพื่ออธิษฐานและเดินทางกลับเข้ากลุ่ม

ถ้าคุณมีเวลาเพียงพอ ให้ใช้เวลา 1 ชั่วโมงเต็ม อธิษฐานแต่ละข้อเป็นเวลา 5 นาทีเต็ม ซึ่งจะทำให้ส่วนนี้ยาวนานกว่าการฝึกอบรม 1 ชั่วโมง

ถ้าคุณไม่สามารถใช้เวลาอธิษฐานได้นานขึ้น ให้ลดเวลาอธิษฐานจาก 5 นาทีเหลือ 3 นาทีต่อครั้ง


เนื้อหา: ในขั้นตอนการอธิษฐานนี้ใช้เพียง 12 ขั้นตอนง่ายๆ - ขั้นตอนละ 5 นาที - ช่วยให้คุณเรียนรู้ 12 วิธีที่พระคัมภีร์สอนให้เราอธิษฐาน เมื่อสิ้นสุดขั้นตอน คุณจะอธิษฐานนานถึงหนึ่งชั่วโมง

[ภาพ_ขั้นตอนการอธิษฐานในวงกลม]

สรรเสริญ เริ่มต้นชั่วโมงการอธิษฐานของคุณด้วยการสรรเสริญพระเจ้า สรรเสริญพระองค์สำหรับสิ่งที่คุณคิดอยู่ในใจตอนนี้ สรรเสริญพระองค์สำหรับสิ่งพิเศษหนึ่งอย่างที่พระองค์ทรงทำในชีวิตของคุณในสัปดาห์ที่ผ่านมา สรรเสริญพระองค์สำหรับความดีที่พระองค์ทรงมีต่อครอบครัวของคุณ

รอสักครู่ ใช้เวลาในการรอคอยพระเจ้าเงียบ ๆ และปล่อยให้พระองค์รวบรวมความคิดในการใคร่ครวญเพื่อคุณ

สารภาพบาป ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์แสดงสิ่งใด ๆ ในชีวิตของคุณที่อาจทำให้พระองค์ไม่พอพระทัย ขอให้พระองค์ชี้ให้เห็นทัศนคติที่ผิด ตลอดจนการกระทำเฉพาะเจาะจงที่คุณยังไม่ได้สารภาพบาป ตอนนี้จงสารภาพบาปนั้นต่อพระเจ้าเพื่อว่าคุณจะได้รับความบริสุทธิ์  

อ่านพระวจนะ ใช้เวลาอ่านพระธรรมสดุดี พระธรรมผู้เผยพระวจนะ หรือข้อพระคัมภีร์เกี่ยวกับการอธิษฐานที่อยู่ในพันธสัญญาใหม่

ขอ ส่งคำร้องขอในนามตัวคุณเอง

การวิงวอน ขอแทนผู้อื่น

อธิษฐานพระวจนะ อธิษฐานเฉพาะข้อพระคัมภีร์ คำอธิษฐานตามพระคัมภีร์และสดุดีบางบทสามารถนำไปใช้เพื่อจุดประสงค์นี้ได้

ขอบพระคุณ จงขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งต่างๆ ในชีวิตของคุณ ในนามของครอบครัวของคุณ และในนามของคริสตจักรของคุ

ร้องเพลง ร้องเพลงสรรเสริญหรือนมัสการหรือเพลงสรรเสริญหรือเพลงเกี่ยวกับจิตวิญญาณอื่น ๆ

อธิษฐาน ขอให้พระเจ้าตรัสกับคุณ เตรียมปากกาและกระดาษไว้เพื่อบันทึกความประทับใจที่พระองค์ประทานให้แก่คุณ

รับฟัง ใช้เวลารวบรวมสิ่งที่คุณอ่าน สิ่งที่คุณอธิษฐาน และสิ่งที่คุณร้องเข้าด้วยกัน และดูว่าพระเจ้าทรงนำสิ่งเหล่านั้นมารวมกันเพื่อตรัสกับคุณอย่างไร

สรรเสริญ สรรเสริญพระเจ้าสำหรับเวลาที่คุณใช้ร่วมกับพระองค์และความประทับใจที่พระองค์ประทานให้แก่คุณ สรรเสริญพระองค์สำหรับคุณสมบัติอันรุ่งโรจน์ของพระองค์

จากหนังสือ The Hour that Changes the World ของ Dick Eastman © 2002 โดย Dick Eastman, Chosen Books, Grand Rapids, MI, ใช้โดยได้รับอนุญาต

หารือ

(10 นาที)
  • คุณมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อการใช้เวลาอธิษฐานหนึ่งชั่วโมง?
  • คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง?
  • คุณได้เรียนรู้หรือได้ยินอะไรบ้าง?
  • ชีวิตจะเป็นอย่างไรถ้าคุณอธิษฐานอย่างนี้จนเป็นนิสัย?

ทบทวน

(1 นาที)

เครื่องมือที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • หัวข้ออธิษฐานในวงกลม

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

ใช้หัวข้ออธิษฐานในวงกลมเพื่อเป็นแนวทางเมื่อคุณอธิษฐานเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงในสัปดาห์นี้

แบ่งปัน

แบ่งปันคำอธิษฐานกับผู้ที่พระเจ้าทรงชี้แนะคุณ ท้าทายเขาให้แบ่งปันกับคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

ส่วนที่ 6

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 2344

อธิษฐาน

(5 นาที)

อธิษฐานและขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่คุณได้พบกับพระองค์ในการเรียนส่วนที่แล้ว และเชิญพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ทรงนำช่วงเวลาของคุณร่วมกัน

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะได้ยินและหารือเกี่ยวกับแนวคิดเหล่านี้:

  • เศรษฐศาสตร์ฝ่ายวิญญาณ
  • การแบ่งปันวิสัยทัศน์เป็นพระพรอันยิ่งใหญ่ที่สุด
  • พระกิตติคุณ

อ่าน

(5 นาที)

เศรษฐศาสตร์ฝ่ายวิญญาณ

ในบทเรียนนี้ เราจะพูดถึงเรื่องการทำงานฝ่ายวิญญาณของพระเจ้า ในโลกที่ไม่สมบูรณ์นี้ ผู้คนรู้สึกว่าเขาได้รับรางวัลเมื่อพวกเขาไปรับอะไรบางอย่าง เมื่อพวกเขาได้รับบางอย่าง และเมื่อพวกเขาได้มากกว่าคนรอบข้าง

ในพระวจนะของพระเจ้า พระองค์บอกกับคนของพระองค์ว่า – เพราะความคิดของเราไม่เป็นความคิดของเจ้า ทั้งวิถีทางของเจ้าไม่เป็นวิถีทางของเรา

พระเจ้าสำแดงให้เราเห็นว่าการทำงานในอาณาจักรของพระองค์นั้น เราไม่เพียงแต่ได้รางวัลจากสิ่งที่เราได้รับมา – แต่เราได้จากสิ่งที่เราให้ออกไป 

พระเจ้าตรัสว่า – เราจะช่วยเจ้าและเจ้าจะเป็นพระพร พระเยซูตรัสว่า – การให้เป็นเหตุ ให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ

การให้ในสิ่งที่พระเจ้าให้เราและการอวยพรผู้อื่นเมื่อพระเจ้าอวยพรเรา นี่เป็นพื้นฐาน  ของการมีชีวิตทางฝ่ายจิตวิญญาณที่เราได้เรียนรู้ไปแล้ว 

เราหายใจเข้าและได้ยินจากพระเจ้า เราหายใจออกและเราเชื่อฟังในสิ่งที่เราได้ยิน     และแบ่งปันให้กับผู้อื่น 

เมื่อเราสัตย์ซื่อในการเชื่อฟังและแบ่งปันสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ให้กับเรา จากนั้น พระองค์สัญญาว่าจะให้มากยิ่งกว่าเดิม 

พระเยซูตรัสว่า - คนที่ไว้ใจได้ในสิ่งเล็กน้อย ก็ไว้ใจได้ในสิ่งใหญ่ด้วย

นี่คือหนทางไปสู่ความเข้าใจอันลึกซึ้ง รวมถึงความสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้น มีชีวิตครบบริบูรณ์อย่างที่พระเจ้าสร้างเรามาเพื่อใช้ชีวิตเช่นนั้น นี่คือหนทางที่เราสามารถเดิน เพื่องาน       ที่เกิดผลดี ดังที่พระเจ้าได้ทรงวางแผนไว้ให้เราทำ

หากเราต้องการได้รับรางวัลอันยิ่งใหญ่ที่สุดจากพระเจ้า เราจะต้องฝึกฝนสองสิ่งนี้ซึ่ง  พระเจ้าทรงสัญญาไว้ว่าพระองค์จะทรงอวยพรเรา 

เราต้อง –

  • เชื่อฟังและแบ่งปัน 
  • ลงมือทำและสอน
  • ฝึกฝนและส่งต่อ 

 - ทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงบอกให้เราทำ

หากเราต้องการให้ผู้อื่นรับรางวัลยิ่งใหญ่ที่สุดจากพระเจ้า เราก็จะต้องแสดงให้พวกเขาเห็นถึงวิธีทำสิ่งเดียวกันนี้ด้วย 

นี่คือองค์ประกอบหลักของการเป็นสาวกและเป็นองค์ประกอบหลักของการสร้างสาวกเช่นกัน 

  • เราเป็นผู้ติดตามและผู้นำ
  • เราเป็นผู้เรียนรู้และผู้สอน
  • เราเป็นผู้รับพระพรและเป็นพระพร

พระเจ้าไม่ต้องการให้เรารอจนเรารู้ทุกสิ่งทุกอย่างครบแล้วจึงเริ่มเชื่อฟังและแบ่งปัน เพราะสิ่งนั้นจะไม่มีวันมาถึง

พระเจ้าไม่ได้คาดหวังให้เราเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ก่อนที่เราจะเริ่มการเพิ่มจำนวนอย่างทวีคูณ พระองค์ต้องการให้เราทำการเพิ่มจำนวนอย่างทวีคูณทันที

พระเจ้าต้องการให้เราเชื่อฟังในสิ่งที่เรารู้และแบ่งปันในสิ่งที่เราได้ยิน

จากนั้น พระองค์ต้องการให้เราสอนคนอื่นให้ทำอย่างเดียวกันด้วย ในที่สุด – นั่นคือ    การเชื่อฟังและการแบ่งปันสิ่งที่พระองค์ได้ทรงบอกให้เราทำ นี่คือหนทางสู่ความเป็นผู้ใหญ่และการเติบโต

หารือ

(10 นาที)

คุณเห็นความแตกต่างอะไรบ้างระหว่างระบบเศรษฐศาสตร์ฝ่ายจิตวิญญาณของพระเจ้ากับวิธีการทำสิ่งต่าง ๆ บนโลกของเรา?

อ่าน

(5 นาที)

พระพรยิ่งใหญ่ - ยิ่งใหญ่กว่า - ยิ่งใหญ่ที่สุด

ในบทเรียนนี้ เราจะพูดถึงเรื่องพระพรยิ่งใหญ่ของพระเจ้า พระพรที่ยิ่งใหญ่กว่า และ    พระพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และวิธีที่คุณจะแบ่งปันสิ่งเหล่านี้ให้กับผู้อื่น 

เมื่อใครคนหนึ่งเลือกติดตามพระเยซู คุณจะช่วยเขาให้เดินอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องได้อย่างไร? 

คุณจะช่วยเขาให้กลายเป็นผู้ผลิต ไม่ใช่แค่เพียงผู้บริโภคอีกคนหนึ่งในอาณาจักรของ พระเจ้าได้อย่างไร? 

คุณจะช่วยให้พวกเขาได้รับพระพรทุกประการที่พระเจ้ายินดีประทานให้ได้อย่างไร? 

ผมเริ่มต้นด้วยการบอกแก่พวกเขาอย่างนี้ว่า... 

  • การติดตามพระเยซูเป็นพระพร
  • การนำผู้อื่นมาติดตามพระเยซูเป็นพระพรยิ่งใหญ่
  • การสร้างครอบครัวใหม่ฝ่ายวิญญาณเป็นพระพรที่ยิ่งใหญ่กว่า
  • การเตรียมผู้อื่น ๆ ให้พร้อมสร้างครอบครัวใหม่ฝ่ายจิตวิญญาณเป็นพระพร  ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

คุณได้เลือกติดตามพระเยซูแล้ว และพระเจ้าทรงอวยพรคุณ

ผมอยากให้คุณได้รับทั้งพระพรยิ่งใหญ่ พระพรที่ยิ่งใหญ่กว่า และพระพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดด้วย ให้ผมบอกคุณได้ไหมว่าต้องทำอย่างไร?

หากพวกเขาอยากรู้เพิ่ม ผมจะขอให้พวกเขาเขียนชื่อคนที่พวกเขารู้จักมา 100 คน

จากนั้น ผมจะให้พวกเขาเลือกห้าคนจากรายชื่อทั้งหมด – ห้าคนที่ยังไม่รู้จักพระเยซู –  ห้าคนที่เขาอยากแบ่งปันให้ฟังเดี๋ยวนั้น 

การติดตามพระเยซูเป็นพระพร มีใครที่คุณอยากแบ่งปันพระพรให้อีก?

ผมสอนให้พวกเขาเล่าคำพยาน พระเจ้าทรงกระทำอะไรในชีวิตของเขา ผมสอนให้พวกเขาเล่าเรื่องข่าวประเสริฐ คือพระราชกิจที่พระเจ้าทรงกระทำในโลกนี้ ผมสอนให้พวกเขาเล่าถึงพระพรของ

พระเจ้า ทั้งพระพรที่ยิ่งใหญ่ พระพรที่ยิ่งใหญ่กว่า และพระพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ผมจะให้พวกเขาฝึกเล่าเรื่องเหล่านี้ให้แต่ละคนที่พวกเขาเลือกคนละหนึ่งรอบ เริ่มด้วยเรื่องราวของพวกเขา ต่อด้วยเรื่องราวของพระเจ้า และพระพรของพระเจ้า 

ในแต่ละรอบ ผมสมมุติตัวว่าเป็นหนึ่งในรายชื่อห้าคนจากที่เขาเลือกไว้ 

ในแต่ละรอบ พวกเขาเล่าเรื่องของตนเอง เล่าเรื่องของพระเจ้า และเชิญชวนให้ผมมาติดตามพระเยซูด้วยกัน พวกเขาสอนเรื่องพระพรยิ่งใหญ่ของพระเจ้า พระพรที่ยิ่งใหญ่กว่าและพระพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 

ในแต่ละรอบผมถามคำถามหรือแสดงความคิดเห็นที่ผมคิดว่าคน ๆ นั้นอาจพูดออกมา 

หลังจากที่เราได้ฝึกฝนแล้ว ผมขอพบกับพวกเขาอีกครั้ง ในสองวันต่อมา ถ้าเป็นไปได้ เพื่อดูว่าการแบ่งปันเป็นอย่างไร

ผมอยากให้พวกเขามีเวลาเพียงพอที่จะพบกับห้าคนจากรายชื่อของเขา แต่ผมไม่ต้องการให้เขามีเวลามากจนผัดผ่อนหรือหลงลืมไป

ผมขอเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมล์หรือวิธีติดต่อกันทางอื่นไว้เสมอ

ผมอธิษฐานกับพวกเขา ขอพระเจ้าจะทรงประทานถ้อยคำที่เหมาะสมเหมือนกับตอนที่พวกเขาเล่าให้ผมฟัง 

สองวันต่อมา เราจะพบกันอีกครั้งและคุยถึงการแบ่งปันว่า เป็นอย่างไรบ้าง

หากพวกเขายังไม่ได้เริ่มเล่า ผมจะเสนอตัวฝึกซ้อมกับพวกเขาเพิ่ม หรือเสนอตัวที่จะไปกับเขา เพื่อไปหาหนึ่งในห้าคนที่อาจจะว่างให้พบได้ ผมทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้       เพื่อช่วยให้พวกเขาเริ่มต้นเล่าเรื่อง 

แต่ผมจะยังไม่พูดถึงเรื่องใหม่ ผมต้องการให้พวกเขาใช้โอกาสนี้อย่างดีที่สุดที่จะสำแดงความสัตย์ซื่อในสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้ไป

หากพวกเขาปฏิเสธหรือมีข้ออ้าง ผมจะถามพระเจ้าว่า นี่คือ “ดินดี” ที่จะเกิดผลมาก    เพื่ออาณาจักรของพระองค์หรือไม่ หรือมีที่อื่นที่ผมควรไปลงทุนมากกว่า

ถ้าพวกเขาได้เล่าเรื่องแล้ว... อย่างนี้ต้องฉลอง!

แม้จะยังไม่มีใครเชื่อจากรายชื่อของพวกเขา แต่ผมตื่นเต้นที่พวกเขาได้ยินเชื่อฟัง        และแบ่งปัน นี่คือผู้สัตย์ซื่อ

และเพราะพวกเขาสัตย์ซื่อในสิ่งเล็กน้อย ผมจึงยินดีที่จะแบ่งปันให้เขาเพิ่มอีก

ผมจะพูดถึงการรับบัพติศมาและให้เครื่องมือที่พวกเขาจะนำไปใช้ได้เช่น การเดินอธิษฐาน หรือ กลุ่มผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ

ผมจะขอให้พวกเขาเลือกจากรายชื่อ 100 คน ออกมาอีกบางส่วน คนที่ยังไม่รู้จัก         หรือไม่ได้ติดตามพระเยซู

จากนั้นผมจะฝึกกับพวกเขา เหมือนก่อนหน้านี้ที่เขาเล่าเรื่องของตนเอง เรื่องราวของ  พระเจ้าและเรื่องพระพรจากพระเจ้า และเราอธิษฐานด้วยกัน 

ถึงตอนนี้ถ้าพวกเขาได้แบ่งปันและมีบางคนเชื่อ เราต้องฉลองใหญ่

ครอบครัวของพระเจ้ากำลังขยายใหญ่ขึ้น

ผมถามเสมอว่า พวกเขาได้เล่าถึงพระพรยิ่งใหญ่ พระพรที่ยิ่งใหญ่กว่า และพระพร ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระเจ้าหรือไม่ เพราะสิ่งนี้แหละที่จะทำให้ครอบครัวของพระเจ้าขยายออกไปเรื่อย ๆ

หากพวกเขาไม่ได้เล่าถึงพระพรยิ่งใหญ่ของพระเจ้า เราจะพูดกันอีกครั้งถึงพระพร  ของพระเจ้า วิธีที่ผู้เชื่อใหม่จะเขียนรายชื่อ วิธีการเล่าเรื่องของตนเอง การเล่าเรื่องราวของพระเจ้า และพระพรต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้ผู้เชื่อใหม่ได้เรียนรู้จักการแบ่งปันด้วย

หลังจากที่เราฝึกด้วยกันแล้ว ผมจะให้พวกเขากลับไปหาผู้เชื่อใหม่คนเดิมเพื่อที่เขาจะได้แบ่งปันต่อ

แล้วสำหรับคนที่ได้เล่าเรื่องแล้วมีคนเชื่อและพวกเขาได้เล่าถึงพระพรต่าง ๆ ด้วยล่ะ?

เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น ผมปลาบปลื้มเป็นที่สุด

นี่แหละคือคนที่พระวจนะเรียกว่า “ดินดี” – คนที่จะทำให้ครอบครัวของพระเจ้าเจริญขึ้นในแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

ถ้าผมได้เจอคนแบบนี้เมื่อไหร่ ผมจะวางแผนพบเขาให้บ่อยขึ้น จะทุ่มเทลงทุนเพื่อพัฒนาจิตวิญญาณของพวกเขา

ผมจะสอนบทเรียนใหม่ๆ เช่น บัพติศมาและวิธีตั้งกลุ่ม 3 - 3 เพื่อพวกเขาจะสามารถเริ่มต้นสร้างครอบครัวฝ่ายวิญญาณได้ โดยเริ่มที่กลุ่มคนที่เขานำมาเชื่อในพระเยซู

เพราะว่าพวกเขามีความสัตย์ซื่ออย่างมาก ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะแบ่งปันให้พวกเขาได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วดูว่าพระเจ้าจะทรงทำอะไรต่อไป ค่อย ๆ ก้าวทีละก้าว! ให้โอกาสพวกเขาได้ศึกษา เชื่อฟังและแบ่งปันสิ่งที่เขารู้

ผมจะอธิษฐานเผื่อเขาบ่อยๆ ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงอนุญาตให้ผมได้แบ่งปันและเรียนรู้ไปกับพวกเขาและขอพระองค์จะประทานพระพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้แก่พวกเขาเสมอ

หารือ

(10 นาที)
  • นี่เป็นรูปแบบที่คุณได้รับการสอนเมื่อเริ่มติดตามพระเยซูหรือไม่? ถ้าไม่ มีอะไรที่แตกต่างไป?
  • หลังจากที่คุณมาเชื่อแล้ว ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าคุณจะเริ่มสร้างสาวก?
  • คุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าสาวกใหม่เริ่มแบ่งปันและฝึกฝนคนอื่น ๆ ทันที?

พระเยซูตรัสว่า “เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาเหนือท่าน และท่านทั้งหลายจะเป็นสักขีพยานของเราในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย ทั่วแคว้นสะมาเรีย และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก”

หารือ

(10 นาที)
  • คุณนึกถึงอะไรเมื่อได้ยินพระบัญชาของพระเจ้าที่ให้เป็น “พยาน” ของพระองค์และบอกเล่าเรื่องราวของพระองค์?
  • ทำไมพระเยซูจึงทรงเลือกคนธรรมดาแทนที่จะทรงเลือกวิธีอื่นในการแบ่งปันข่าวดีของพระองค์?
  • จะต้องทำอย่างไรเพื่อให้คุณรู้สึกสบายใจมากขึ้นในการแบ่งปันเรื่องราวของพระเจ้า?

พระกิตติคุณ

ไม่มี "วิธีที่ดีที่สุด" ในการบอกเล่าเรื่องราวของพระเจ้า (เรียกอีกอย่างว่าพระกิตติคุณ) เพราะวิธีที่ดีที่สุดจะขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังบอกเล่าเรื่องราวกับใคร สาวกทุกคนควรเรียนรู้ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของพระเจ้าในลักษณะที่สอดคล้องกับพระคัมภีร์และเชื่อมโยงกับผู้ฟังที่เขากำลังบอกเล่าด้วย

กรุณาทบทวนงานนำเสนอสองชิ้นต่อไปนี้ และเลือกหนึ่งชิ้นเพื่อฝึกฝน

อ่าน

(5 นาที)

การนำเสนอ 1

ในบทเรียนนี้ เราจะเรียนรู้วิธีการเล่าเรื่องราวของพระเจ้า – ข่าวประเสริฐ – จากการทรงสร้างถึงการพิพากษา จากจุดเริ่มต้นของมวลมนุษย์สู่ยุคสุดท้าย มีหลายวิธีในการเล่าเรื่องราวของพระเจ้า 

วิธีที่ดีที่สุดนั้น ขึ้นอยู่กับคนที่คุณกำลังเล่าให้ฟังว่า พวกเขามีมุมมองในการมองโลก   และประสบการณ์ชีวิตอย่างไร 

พระเจ้าทรงใช้ผู้ที่มีใจยินดีที่จะเล่า ให้ทำงานกับผู้ที่มีใจยินดีที่จะฟัง

นี่คืองานของพระองค์ พระองค์เพียงเชิญชวนคุณให้เข้ามามีส่วนร่วม

วิธีหนึ่งในการเล่าเรื่องราวของพระเจ้า คือการอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่การทรงสร้างของพระเจ้า จนถึงการพิพากษาของพระองค์ที่จะเกิดขึ้นในยุคสุดท้าย 

เมื่อเราเล่าเรื่องราวของพระเจ้าด้วยวิธีนี้ เราสามารถทำให้เป็นเรื่องยาวหรือเรื่องสั้นก็ได้ ลงในรายละเอียดหรือเพียงแค่ภาพกว้าง ๆ ก็ได้ อย่างไรก็ตาม ให้เราเล่าเรื่องโดยให้สัมพันธ์สอดคล้องกับวัฒนธรรมของผู้ฟังเสมอ

ขณะเล่าเรื่องของพระองค์ให้กับคนต่างวัฒนธรรมและต่างมุมมอง คุณสามารถใช้มือแสดงท่าทาง

เล่าเรื่องได้ สิ่งนี้จะช่วยให้การเรียนการสอนเป็นไปได้ง่ายขึ้น

นี่คือเรื่องราวข่าวประเสริฐของพระเจ้า

ในปฐมกาล พระเจ้าทรงสร้างโลกใบนี้ขึ้นมาและทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในโลก

พระองค์ทรงสร้างชายคนแรกและหญิงคนแรกขึ้นมา พระองค์ให้พวกเขาอยู่ในสวน ที่สวยงาม พระองค์ทรงให้พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของพระองค์และทรงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมกับพวกเขา

พระองค์ทรงสร้างเขาทั้งสองเพื่อให้มีชีวิตอยู่ตลอดไป ที่นั่นไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความตาย

แม้ว่าจะอยู่ในที่ ๆ สมบูรณ์แบบ แต่มนุษย์ก็ยังกบฎดื้อดึงกับพระเจ้าและนำเอาความบาปและความทุกข์ยากเข้ามาสู่โลกนี้ 

พระองค์ทรงขับมนุษย์ออกจากสวนนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้าแตกสลายลง 

ในตอนนี้ มนุษย์จะต้องเผชิญกับความตาย 

หลายร้อยปีต่อมา พระเจ้าทรงส่งผู้ส่งสารหลายคนมายังโลกนี้ พวกเขามาเตือนมนุษย์ ถึงความบาปและยังบอกพวกเขาให้รู้ถึงความสัตย์ซื่อและพระสัญญาของพระเจ้าด้วย   ที่พระองค์จะส่งพระผู้ช่วยให้รอดมายังโลกนี้ 

องค์พระผู้ช่วยให้รอดจะมาฟื้นคืนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ ดั่งที่เคยมีก่อน องค์พระผู้ช่วยให้รอดจะกู้มนุษย์ออกจากความตาย องค์พระผู้ช่วยให้รอด จะประทานชีวิต

นิรันดร์และจะอยู่กับมนุษย์ตลอดนิรันดร์กาล

“พระเจ้าทรงรักเรามากเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม พระองค์ทรงส่งพระบุตรองค์เดียว     ของพระองค์ลงมายังโลกนี้เพื่อมาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดพระองค์นั้น”

พระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงบังเกิดเข้ามาในโลกนี้ผ่านทางหญิงพรหมจารีย์ พระองค์ทรงดำเนินชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ พระองค์ไม่เคยทำบาปเลย

พระเยซูสอนเรื่องราวของพระเจ้าให้ผู้คนฟัง พระองค์ทรงทำการอัศจรรย์หลายอย่าง       ที่สำแดงให้เห็นฤทธิ์อำนาจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ พระองค์ทรงขับผีออกหลายตน     ทรงรักษาผู้คนจำนวนมาก และทรงทำให้คนตาบอดกลับมองเห็นได้ ทรงทำให้คนหูหนวกได้ยิน ทรงทำให้คนง่อยเดินได้ 

พระเยซูทรงทำให้คนตายฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ผู้นำศาสนาหลายคนรู้สึกว่าอำนาจของตนถูกคุกคามและอิจฉาพระเยซู พวกเขาจึงอยากให้พระเยซูตายเสีย 

เนื่องจากพระองค์ไม่เคยทำบาป พระองค์จึงไม่จำเป็นต้องตาย แต่พระองค์เลือกที่จะตายในฐานะเครื่องบูชาไถ่บาปเพื่อเราทุกคน ความตายอันสุดแสนเจ็บปวดทรมานของพระองค์ได้ปกคลุมความบาปทั้งหลายของมวลมนุษยชาติ 

หลังจากนี้ พระเยซูทรงถูกฝังในอุโมงค์ฝังศพ

พระเจ้าทอดพระเนตรเห็นการยอมสละพระองค์เป็นเครื่องบูชาไถ่บาปและพระเจ้าทรงยอมรับสิ่งนั้น พระเจ้าทรงแสดงการยอมรับด้วยการให้พระเยซูเป็นขึ้นจากตาย ในวันที่สาม 

หากเราเชื่อและยอมรับการเสียสละของพระเยซูเพื่อบาปของเรา – หากเราหันหลังให้กับบาปของเราและติดตามพระเยซู พระเจ้าจะชำระเราจากบาปทั้งสิ้นของเราและรับเรากลับเข้าสู่ครอบครัวของพระองค์อีกครั้งหนึ่ง 

พระเจ้าทรงส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อสถิตอยู่ในเราและช่วยเราให้สามารถติดตาม พระเยซูได้ 

เราได้รับบัพติศมาในน้ำเพื่อแสดงให้เห็นและเพื่อประสานความสัมพันธ์ที่ดีต่อพระเจ้ากลับคืนมา

การที่เราอยู่ใต้น้ำนั้นเป็นสัญลักษณ์ของการตาย การขึ้นมาจากน้ำเป็นสัญลักษณ์ของการมีชีวิตขึ้นมาใหม่เพื่อติดตามพระเยซู หลังจากที่พระเยซูเป็นขึ้นจากตายแล้ว พระองค์ทรงใช้เวลา 40 วันอยู่บนโลก 

พระเยซูทรงสั่งสอนสาวกของพระองค์ให้ออกไปทุกหนทุกแห่ง ประกาศข่าวประเสริฐและการช่วยให้รอดของพระองค์ให้กับทุกคนทั่วโลก

“พระเยซูตรัสว่า - ดังนั้นจงไปสร้างสาวกจากมวลประชาชาติ ให้เขารับบัพติศมาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้เชื่อฟังทุกสิ่งที่เราสั่งพวกท่านไว้ และแน่นอน เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไปตราบจนสิ้นยุค” 

หลังจากตรัสดังนี้แล้วพระองค์ก็ทรงถูกรับขึ้นไปบนสวรรค์ต่อหน้าต่อตาพวกเขา พระเยซูจะเสด็จกลับมาในแบบเดียวกันนี้ในวันหนึ่งข้างหน้า 

พระองค์จะทรงลงโทษผู้ที่ไม่รักและไม่เชื่อฟังพระองค์ตลอดนิรันดร์ 

และพระองค์จะทรงรับและให้รางวัลผู้ที่รักและเชื่อฟังพระองค์ตลอดนิรันดร์

เราจะมีชีวิตอยู่เป็นนิรันดร์กับพระองค์ในสวรรค์และบนโลกใหม่แผ่นดินใหม่

ฉันได้เชื่อและได้รับรู้ว่าพระเยซูคริสต์ได้สละพระชนม์เพื่อไถ่บาปให้ฉันแล้ว พระองค์ทรงชำระฉันให้สะอาดและฟื้นคืนความสัมพันธ์ให้ฉันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของพระเจ้า พระองค์ทรงรักฉัน และฉันรักพระองค์และจะอยู่กับพระองค์ตลอดนิรันดร์กาลในอาณาจักรของพระองค์  

พระเจ้าทรงรักคุณและปรารถนาให้คุณได้รับของขวัญนี้ด้วย คุณต้องการรับสิ่งนี้ตอนนี้เลยหรือไม่?

อ่าน

(5 นาที)

การนำเสนอ 2

ยินดีต้อนรับกลับสู่ Zume Training ในส่วนนี้เราจะเรียนรู้วิธีการแบ่งปันเรื่องราวของพระเจ้าพระกิตติคุณโดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่าวงกลม 3 วง มีหลายวิธีในการแบ่งปันเรื่องราวของพระเจ้า วิธีที่ดีที่สุดจะขึ้นอยู่กับบุคคลที่คุณกำลังแบ่งปัน มุมมองของพวกเขาต่อโลก และประสบการณ์ชีวิตของพวกเขา พระเจ้าทรงใช้หัวใจที่ยินดีจะแบ่งปันเพื่อทำงานกับหัวใจที่เต็มใจฟัง นี่เป็นงานของพระองค์ พระองค์เพียงแต่เชิญชวนเราให้เข้าร่วม วิธีหนึ่งในการแบ่งปันเรื่องราวของพระเจ้าคือการแบ่งปันเรื่องราวที่เรียบง่าย รูปวาดที่เราเรียกว่าวงกลมสามวง เราทุกคนอาศัยอยู่ในโลกที่แตกสลายมาก เราเห็นและได้ยินเรื่องราวแห่งความทุกข์ ความตาย สงคราม โรคภัย การเสพติด ซึ่งมีอยู่ทุกที่ แต่นี่ไม่ใช่การออกแบบดั้งเดิมของพระเจ้า การออกแบบที่สมบูรณ์ของพระเจ้าคือโลกที่เต็มไปด้วยความรัก ความยินดี ความสามัคคี และความสงบ การที่เราเอาตัวเองออกจากการออกแบบที่สมบูรณ์ของพระเจ้าและมาถึงความแตกหัก คือผ่านสิ่งที่พระคัมภีร์เรียกว่าบาป บาปคือการละทิ้งแนวทางของพระเจ้าและดำเนินตามทางของตนเอง บาปทำให้เราแยกจากพระเจ้า บาปทำให้เราเข้าสู่ความแตกสลาย บาปนำเราไปสู่ความตายฝ่ายวิญญาณ ผู้คนต้องการหลุดพ้นจากความพังทลาย เราลองสิ่งต่างๆ มากมายเพื่อให้หลุดพ้น เราบางคนลองใช้ยาเสพติดและแอลกอฮอล เราบางคนพยายามหาทางออกไปโดยการทำงานที่ดีหรือโดยการหาเงินเยอะๆ เราบางคนคิดว่าความสัมพันธ์จะจัดการกับปัญหาเหล่านี่ บางคนยังพยายามนับถือศาสนา เราคิดว่าพฤติกรรมที่ดีหรือการช่วยเหลือคนอื่นจะปลดปล่อยเราได้ สิ่งเหล่านี้ไม่เคยแก้ไขปัญหาของความแตกหักได้จริงๆ แม้ว่าเราจะรู้สึกเหมือนเราหนีไปสักพักหนึ่ง เราถูกดีดกลับทันทีไปยังจุดที่เราเริ่มต้น นี่เป็นความจริงที่ยากจะยอมรับ หากเรายังอยู่ที่นั่น ยังคงอยู่ในความแตกสลาย เมื่อชีวิตนี้สิ้นสุดลง พระคัมภีร์ก็กล่าวว่าเราแยกจากกันอย่างถาวรจากพระเจ้าตลอดไป พระคัมภีร์เรียกสถานที่นั้นว่านรก แต่พระเจ้าไม่ต้องการให้เราอยู่ในความพังทลาย พระคัมภีร์กล่าวว่าพระเจ้าทรงรักเรามากที่พระองค์ส่งพระบุตรของพระองค์เองมาเพื่อให้ทางออกกับเรา พระเยซูเสด็จมาบนโลกเพื่อลบล้างบาปของเราและนำเราออกจากความแตกสลาย แต่โดยวิธีใด? พระเยซูทำทั้งหมดนี้ได้อย่างไร? พระเยซูทรงดำเนินชีวิตที่สมบูรณ์แบบ พระเยซูทรงเป็นบุคคลเดียวเท่านั้นที่ไม่เคยทำบาป พระเยซูคือผู้เดียวที่ยังอยู่ในการออกแบบอันสมบูรณ์ของพระเจ้า แล้วพระเยซูก็ยอมสละชีวิตอันสมบูรณ์แบบของพระองค์และเข้ามาแทนที่เรา พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อชดใช้ราคาสำหรับบาปของเรา พระเยซูพระบุตรของพระเจ้า ทรงยกเลิกบาปของเราด้วยความตายของพระองค์ สามวันหลังจากพระเยซูสิ้นพระชนม์และถูกฝังแล้ว พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย เพราะความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ พระเจ้าทรงตั้งพระเยซูให้เป็นกษัตริย์ของทุกสิ่งในสวรรค์และทุกสิ่งบนโลก พระเยซูเจ้าเปิดทางออกจากความแตกสลายสำหรับเรา พระเจ้าตรัสว่าถ้าเราละทิ้งบาปของเราและเชื่อว่าพระเยซูสิ้นพระชนม์เพื่อเรา และรับบัพติศมาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ แล้วพระเจ้าก็ทรงให้เราเป็นขึ้นเหมือนพระเยซู ที่จะก้าวเดินไปสู่ชีวิตแบบใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของพระเจ้าตลอดไป แล้วเราก็จะจำลองชีวิตใหม่ในโลกที่พังทลาย และรอคอยการกลับมาของพระเยซูเมื่อพระองค์จะทรงสร้างสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ ที่เราจะอยู่กับพระองค์ได้ตลอดไปในความบริบูรณ์ครบถ้วน พระเจ้าต้องการให้เราเติบโตในความสัมพันธ์ของเรากับพระองค์ พระเจ้าต้องการให้เราได้รับการฟื้นฟูกลับสู่การออกแบบดั้งเดิมที่สมบูรณ์ของพระองค์ ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของพระเจ้า พระเยซูทรงมอบพันธกิจแก่เรา เหตุผลในการมีชีวิตอยู่ และหนทางสู่ชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ภารกิจของพระเยซูสำหรับเราคือการออกไป พระเยซูทรงส่งเรามาเหมือนอย่างพระบิดาของพระองค์ พระเจ้าทรงส่งพระองค์กลับไปสู่ความแตกหักอีกครั้งเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นให้หลุดพ้นและกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนิรันดร์ของพระเจ้าด้วย ในโลกวงกลมสามวงนี้ มีคนอยู่สองประเภทเท่านั้น ผู้คนที่เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบอันสมบูรณ์ของพระเจ้า ดำเนินชีวิตตามพันธกิจช่วยเหลือของพระเจ้าช่วยเชื่อมต่อใหม่ระหว่างพระเจ้ากับครอบครัวตลอดกาลของพระองค์ หรือคนที่ยังอยู่ในสภาพที่พังทลาย ที่พยายามทำทุกสิ่งเพื่อที่จะหลุดพ้น หวังว่าจะมีใครช่วยเขาได้ คุณรู้ไหมว่าตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน? คุณรู้ไหมว่าคุณอยากอยู่ที่ไหน? มีหลายวิธีในการแบ่งปันเรื่องราวของพระเจ้า สิ่งสำคัญคือการแบ่งปัน พระเจ้าทรงใช้หัวใจที่เต็มใจจะแบ่งปันเพื่อทำงานกับหัวใจที่เต็มใจจะฟัง นี่เป็นงานของพระองค์ พระองค์เพียงแต่เชิญชวนเราให้เข้าร่วม

ทบทวน

(1 นาที)

แนวคิดที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • เศรษฐศาสตร์ฝ่ายวิญญาณ
  • การแบ่งปันวิสัยทัศน์เป็นพระพรอันยิ่งใหญ่ที่สุด
  • พระกิตติคุณ

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

ฝึกแบ่งปันแนวคิดเศรษฐศาสตร์ฝ่ายวิญญาณกับเพื่อนและอธิษฐานขอให้พระเจ้าฝังแนวคิดนี้ไว้ในใจและจิตวิญญาณของคุณอย่างลึกซึ้ง ถามพระเจ้าว่าพระองค์ต้องการให้คุณแบ่งปันแนวคิดนี้กับใคร

แบ่งปัน

ถามพระเจ้าว่าพระองค์ต้องการให้คุณแบ่งปันพรอันยิ่งใหญ่ที่สุดกับใคร ให้พวกเขาลองทำตามเช่นกัน แบ่งปัน ชื่อของ บุคคล นี้ กับกลุ่มก่อนที่คุณจะไปและติดต่อเขา

ส่วนที่ 7

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 1116

อธิษฐาน

(5 นาที)

อธิษฐานขอให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มของคุณสัมผัสกับพรของการติดตามพระเยซู การนำคนอื่น ๆ ให้ติดตามพระเยซู และเตรียมคนอื่น ๆ เพื่อเริ่มต้นครอบครัวฝ่ายวิญญาณใหม่

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะฝึกฝนเครื่องมือนี้ในชุดเครื่องมือของเรา:

  • การแบ่งปันพระกิตติคุณ

กิจกรรม

(50 นาที)

ฝึกการแบ่งปันพระกิตติคุณ

  • แบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มละสองหรือสามคน และฝึกการบอกเล่าเรื่องราวของพระเจ้าให้กันและกันฟัง
  • เมื่อคุณฝึกเสร็จแล้ว ให้สลับไปมา การทำซ้ำ ๆ จะทำให้คุณมั่นใจ เมื่อคุณฝึกเสร็จ คุณจะพร้อมในการแบ่งปันเรื่องราวของพระเจ้า

ทบทวน

(1 นาที)

เครื่องมือที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • การแบ่งปันพระกิตติคุณ

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

ถามพระเจ้าว่าพระองค์ต้องการให้คุณฝึกใครเพื่อใช้เรื่องราวจากการทรงสร้างจนถึงการพิพากษา (หรือวิธีอื่นในการแบ่งปันเรื่องราวของพระเจ้า) แบ่งปันชื่อของบุคคลนี้กับกลุ่มก่อนที่คุณจะออกไป

แบ่งปัน

ใช้เวลาสัปดาห์นี้ฝึกฝนเรื่องราวของพระเจ้า และแบ่งปันกับอย่างน้อยหนึ่งคนจากรายชื่อ 100 คนที่คุณทำเครื่องหมายไว้ว่าเป็น "ผู้ไม่เชื่อ" หรือ "ไม่รู้จัก"

ส่วนที่ 8

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 5431

อธิษฐาน

(5 นาที)

อธิษฐานและขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงเชิญชวนเราให้แบ่งปันข่าวดีของพระองค์กับคนอื่น ๆ ขอให้พระองค์ทรงประทานจิตใจของพระคริสต์แก่สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มของคุณ และทรงเติมแต่ละคนด้วยพระวิญญาณของพระองค์

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะเพิ่มเครื่องมือเหล่านี้ลงในชุดเครื่องมือของเรา:

  • พิธีบัพติศมา
  • คำพยานสามนาที

อ่าน

(5 นาที)

พิธีบัพติศมา

ชุดเครื่องมือ Zume บัพติศมา พระเยซูตรัสว่า: “จงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของเรา จงบัพติศมาพวกเขาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์...” บัพติศมา - หรือบัพติศมาในภาษาต้นฉบับ - แปลว่า การเปียกหรือจมลงไปใต้น้ำ เหมือนตอนย้อมผ้าแล้วสีมันซึมเข้า และออกมาในสภาพที่เปลี่ยนไป บัพติศมาเป็นภาพของชีวิตใหม่ของเรา ชุ่มโชกด้วยพระฉายของพระเยซู เปลี่ยนแปลงไปโดยเชื่อฟังพระเจ้า เป็นภาพแสดงถึงการตายต่อบาปของเรา เหมือนอย่างที่พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อบาปของเรา ฝังวิถีชีวิตเก่าของเรา เช่นกับที่พระเยซูถูกฝัง การบังเกิดใหม่สู่ชีวิตใหม่ในพระคริสต์ เช่นเดียวกับพระเยซูที่ฟื้นคืนพระชนม์และมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ ถ้าคุณไม่เคยให้ใครรับบัพติศมามาก่อน ก็อาจจะดูน่ากลัว แต่ไม่ควรเป็นเช่นนั้น ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนง่าย ๆ หาแหล่งน้ำนิ่ง ๆ ลึกพอที่จะให้สาวกใหม่จมได้ อาจเป็นบ่อน้ำ แม่น้ำ ทะเลสาบ หรือมหาสมุทร อาจจะเป็นอ่างอาบน้ำหรือวิธีอื่นที่รวบรวมน้ำ ให้สาวกจับมือข้างหนึ่งของคุณด้วยมือของเขา และพยุงหลังของเขาด้วยมืออีกข้างหนึ่ง ถามคำถามสองข้อ เพื่อให้แน่ใจว่าเขาเข้าใจการตัดสินใจของตน “คุณรับพระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของคุณแล้วหรือยัง?” “คุณจะเชื่อฟังและรับใช้พระองค์ในฐานะกษัตริย์ของคุณ ตลอดชีวิตที่เหลือของคุณมั้ย?” ถ้าเขาตอบว่า “ใช่” ทั้งสองคำถาม แล้วให้พูดประมาณนี้: “เพราะคุณได้แสดงความเชื่อในพระเยซูเจ้าแล้ว บัดนี้ข้าพเจ้าขอให้บัพติศมาคุณ ในนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์” ช่วยพวกเขาลงไปในน้ำ จมลงไปให้หมดทั้งตัวแล้วดึงกลับขึ้นมา คุณให้บัพติศมาสาวกใหม่ของพระเยซูแล้ว - พลเมืองใหม่ของสวรรค์ - บุตรคนใหม่ของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ ถึงเวลาเฉลิมฉลองแล้ว! บัพติศมา - พิธีศักดิ์สิทธิ์แรกที่พระเยซูประทานแก่สาวกของพระองค์ และเป็นรากฐานของเครื่องมือ Zume

หารือ

(10 นาที)
  • คุณเคยให้บัพติศมาใครมั้ย?
  • คุณจะพิจารณาเรื่องนี้บ้างมั้ย?
  • ถ้าพันธกิจสำคัญนั้นมีไว้สำหรับสาวกพระเยซูทุกคน นั่นหมายความว่าสาวกทุกคนได้รับอนุญาตให้ทำพิธีบัพติศมาแก่คนอื่น ๆ หรือไม่ เพราะเหตุใด

คำเตือนที่สำคัญ – คุณได้รับบัพติศมาแล้วหรือยัง?

ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น เราขอแนะนำให้คุณวางแผนล่วงหน้าก่อนที่จะเข้าร่วมการฝึกอบรมอีกครั้ง เชิญกลุ่มของคุณให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันสำคัญนี้เมื่อคุณเฉลิมฉลองการกล่าว "ใช่" ต่อพระเยซู

อ่าน

(5 นาที)

คำพยานสามนาที

ชุดเครื่องมือ Zume คำพยาน 3 นาที พระเยซูทรงบอกกับสาวกของพระองค์ว่า “ท่านทั้งหลายเป็นพยานถึงสิ่งเหล่านี้” ในฐานะผู้ติดตามพระเยซู เราเป็น “พยาน” เช่นกัน “การเป็นพยาน” ถึงผลกระทบที่พระเยซูมีต่อชีวิตของเรา เรื่องราวความสัมพันธ์ของคุณกับพระเจ้า เรียกว่าคำพยานของคุณ ทุกคนต่างก็มีเรื่องราวของตัวเอง นี่คือโอกาสที่จะฝึกฝนคำพยานของคุณ เลือกสาวกหนึ่งหรือสองคนเพื่อฝึกซ้อมด้วย จากนั้นเลือก 5 ชื่อจากรายชื่อ 100 ชื่อของคุณ โปรดทำให้แน่ใจว่าคุณเลือกคนในหมวดหมู่ “ไม่ใช่คริสเตียน” หรือ “ไม่ทราบสถานะฝ่ายวิญญาณ” ฝึกฝนการเป็นพยานของคุณ - เรื่องราวของคุณเกี่ยวกับพระเยซู - โดยให้คู่ฝึกของคุณแสร้งทำเป็น หนึ่งในห้าคนที่คุณเลือกจากรายการของคุณ ฝึกฝนการแบ่งปันเรื่องราวของคุณให้มีความเฉพาะเจาะจง สำหรับแต่ละคนจากห้าคน คุณควรสามารถแบ่งปันเรื่องราวของคุณในรูปแบบสั้น ๆ ได้ ในเวลาประมาณสามนาที มีวิธีการมากมายที่จะสร้างเรื่องราวของคุณ แต่มีบางวิธีที่เราเห็นว่าใช้ได้ผลดีกับคนอื่น: คุณสามารถแบ่งปันคำชี้แจงง่าย ๆ เกี่ยวกับเหตุผลที่คุณเลือกติดตามพระเยซู วิธีนี้ได้ผลดีกับผู้เชื่อรายใหม่ คุณสามารถแบ่งปันเรื่องราว “ก่อน” และ “หลัง” ของคุณได้ ชีวิตของคุณเป็นอย่างไรก่อนที่คุณรู้จักพระเยซู และชีวิตของคุณตอนนี้เป็นอย่างไร ทำให้เรียบง่ายและทรงพลัง คุณสามารถแบ่งปันเรื่องราวของคุณ “ที่มี” และ “ไม่มี” ชีวิตคุณเป็นอย่างไร “ที่มีพระเยซู” และจะเป็นเช่นไรหาก "ไม่มีพระองค์" เรื่องราวของคุณแบบนี้ใช้ได้ดี หากคุณมาเชื่อตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่อคุณเสร็จสิ้นการแบ่งปัน ให้คู่ฝึกซ้อมของคุณทำส่วนของเขา ทำกลับไปกลับมาจนกระทั่งคุณทั้งสองทำครบทั้ง 5 คน ต้องการสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมมั้ย? เมื่อแบ่งปันเรื่องราวของคุณ จะเป็นประโยชน์หากคิดถึงเรื่องนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสามส่วน: เรื่องราวของเขา- ขอคนที่คุณกำลังพูดคุยด้วยให้แบ่งปัน การเดินทางฝ่ายจิตวิญญาณของเขา เรื่องราวของคุณ - จากนั้นแบ่งปันคำพยานของคุณที่เข้ากันกับประสบการณ์ของเขา เรื่องราวของพระเจ้า- ท้ายที่สุดก็แบ่งปันเรื่องราวของพระเจ้า ในลักษณะที่เชื่อมโยงกับโลกทัศน์ของเขา ค่านิยมและลำดับความสำคัญ และหากคุณกังวลว่าจะเริ่มต้นอย่างไร - ควรทำให้เรียบง่าย เพียงแบ่งปันคำพูดที่แสดงเหตุผลที่คุณตัดสินใจติดตามพระเยซู พระเจ้าสามารถใช้เรื่องราวของคุณเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ แต่จำไว้ว่า - คุณเป็นคนที่ต้องบอกเรื่องนี้ คำพยานสามนาทีของคุณ เป็นเครื่องมือเรียบง่ายอีกตัวหนึ่งในชุดเครื่องมือ Zume

กิจกรรม

(30 นาที)

ฝึกการแบ่งปันคำพยานของคุณ

  • จงลงมือเขียนเรื่องราวของคุณให้มีความยาวเพียง 3 นาที (10 นาที)
  • แบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มละ 2-3 คน และฝึกแบ่งปัน (20 นาที)

เนื้อหา: 

คำพยานพื้นฐานสามประเภท

มีวิธีการมากมายที่จะสร้างเรื่องราวของคุณ แต่ต่อไปนี้คือวิธีการบางอย่างที่เราเห็นว่าใช้ได้ผลดี:

  • คำกล่าวที่เรียบง่าย - คุณสามารถแบ่งปันคำกล่าวที่เรียบง่ายเกี่ยวกับเหตุผลที่คุณเลือกติดตามพระเยซู ซึ่งเหมาะสำหรับผู้เชื่อใหม่
  • ก่อนและหลัง - คุณสามารถแบ่งปันเรื่องราว “ก่อน” และ “หลัง” ของคุณได้ – ชีวิตของคุณเป็นอย่างไรก่อนที่คุณจะรู้จักพระเยซู และชีวิตของคุณเป็นอย่างไรในตอนนี้ เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
  • มีและไม่มี - คุณสามารถแบ่งปันเรื่องราวของคุณทั้งแบบมีและไม่มี - ชีวิตของคุณเป็นอย่างไรเมื่อ "มีพระเยซู" และจะเป็นอย่างไรเมื่อ "ไม่มีพระองค์" เรื่องราวของคุณในรูปแบบนี้จะได้ผลดีหากคุณมีความเชื่อตั้งแต่อายุยังน้อย

สามส่วนในการแบ่งปันคำพยานของคุณ

เมื่อแบ่งปันเรื่องราวของคุณ การคิดว่าเรื่องราวนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสามส่วนก็จะเป็นประโยชน์:

  • เรื่องราวของพวกเขา - ขอให้ผู้ที่คุณกำลังพูดคุยด้วยแบ่งปันเกี่ยวกับการเดินทางทางจิตวิญญาณของเขา
  • เรื่องราวของคุณ - จากนั้นแบ่งปันประสบการณ์ประสบการณ์ของคุณตามประสบการณ์ของพวกเขา
  • เรื่องราวของพระเจ้า - แบ่งปันเรื่องราวของพระเจ้าในที่สุดโดยเชื่อมโยงกับมุมมองโลก ค่านิยม และลำดับความสำคัญของเขา

ไม่จำเป็นต้องเล่าประจักษ์คำพยานยาวหรือเล่ารายละเอียดมากเกินไปเพื่อให้เกิดผลกระทบ ในความเป็นจริง การทำให้เรื่องราวของคุณสั้นลงเหลือประมาณ 3 นาที จะทำให้มีเวลาสำหรับคำถามและการสนทนาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น หากคุณกังวลว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ก็เล่าให้เรียบง่ายเข้าไว้ พระเจ้าสามารถใช้เรื่องราวของคุณเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ แต่จำไว้ว่า คุณคือผู้ที่จะเล่าเรื่องราวของคุณ

ทบทวน

(1 นาที)

เครื่องมือที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • พิธีบัพติศมา
  • คำพยานสามนาที

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

ถ้าคุณรู้จักใครที่ติดตามพระเยซูแต่ยังไม่ได้รับบัพติศมา จงท้าทายเขาให้ทำเช่นนั้นและเสนอตัวเพื่อให้บัพติศมาแก่เขา มิฉะนั้น ให้ฝึกฝนทักษะนี้กับเพื่อน

แบ่งปัน

ถามพระเจ้าว่าพระองค์ต้องการให้คุณแบ่งปันเกี่ยวกับความหมายของบัพติศมากับใครและทำอย่างไร ให้พวกเขาฝึกฝนเช่นกัน บอกชื่อของบุคคลนี้กับกลุ่มก่อนที่คุณจะไปและติดต่อพวกเขาก่อนการเรียนครั้งถัดไป

ส่วนที่ 9

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 8768

อธิษฐาน

(5 นาที)

อธิษฐานและขอบคุณพระเจ้าสำหรับของขวัญแห่งการได้รวมเป็นหนึ่งกับ การตาย การฝัง และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระคริสต์ ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้า ทรงนำเวลาของคุณที่อยู่ด้วยกัน

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะฝึกฝนเครื่องมือนี้ในชุดเครื่องมือของเรา:

  • คำพยานสามนาที

กิจกรรม (50 นาที)

แบ่งปันคำพยานของคุณ

  • แบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มละสองถึงสามคน และฝึกแบ่งปันคำพยานของคุณภายในสามนาที
  • เลือก 5 คนจากรายชื่อ 100 คนของคุณ ให้ใครสักคนแกล้งทำเป็นแต่ละคนใน 5 คนนี้ แล้วฝึกฝนคำพยานของคุณในแบบที่คุณคิดว่าบุคคลนั้นจะเข้าใจได้
  • หลังจากที่คุณฝึกเสร็จแล้ว ให้สลับไปมา แกล้งทำเป็น 5 คนจากรายชื่อของคนอื่น เมื่อคุณฝึกเสร็จแล้ว คุณควรจะสามารถบอกเล่าคำพยานของคุณได้ภายใน 3 นาทีหรือน้อยกว่านั้น

การทำซ้ำช่วยสร้างความมั่นใจ

ทบทวน

(1 นาที)

เครื่องมือที่ฝึกฝนในส่วนนี้:

  • คำพยานสามนาที

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

ใช้เวลาในสัปดาห์นี้ฝึกฝนคำพยานของคุณ และแบ่งปันกับอย่างน้อยหนึ่งคนจากรายชื่อ 100 คนที่คุณทำเครื่องหมายไว้ว่าเป็น "ผู้ไม่เชื่อ" หรือ "ไม่รู้จัก"

แบ่งปัน

ถามพระเจ้าว่าพระองค์ต้องการให้คุณฝึกฝนใครด้วยเครื่องมือ การเป็นพยานสามนาที แบ่งปันชื่อของบุคคลนี้กับกลุ่มก่อนที่คุณจะออกไป

คำเตือนที่สำคัญ – กลุ่มของคุณจะเฉลิมฉลองอาหารค่ำมื้อสุดท้ายขององค์พระผู้เป็นเจ้าในส่วนถัดไป อย่าลืมเตรียมสิ่งของมาด้วย (ขนมปัง และไวน์/น้ำผลไม้)

ส่วนที่ 10

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 2347

อธิษฐาน

(5 นาที)

อธิษฐานและขอบคุณพระเจ้าสำหรับวิธีการที่พระองค์ทรงทำงานผ่านคำพยานของเรา และเชิญพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์มาทรงนำเวลาของคุณร่วมกัน

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะได้ยินและหารือเกี่ยวกับแนวคิดเหล่านี้:

  • การเป็นสาวกแบบลูกเป็ด
  • ดวงตาที่มองเห็นว่าแผ่นดินของพระเจ้าไม่อยู่ที่ไหน

และเราจะเพิ่มเครื่องมือนี้ลงในชุดเครื่องมือของเรา:

  • อาหารค่ำมื้อสุดท้ายขององค์พระผู้เป็นเจ้า

อ่าน

(5 นาที)

การเป็นสาวกแบบลูกเป็ด

ยินดีต้อนรับกลับเข้าสู่การอบรมซูเม่

ในบทเรียนนี้ เราจะได้เรียนรู้ว่าฝูงลูกเป็ดที่กำลังหัดเดินเตาะแตะจะช่วยเราให้เข้าใจหลักการที่สำคัญที่สุดสองข้อในการสร้างสาวกได้อย่างไร 

คุณเคยเห็นเป็ดเดินตามกันมั๊ย? 

ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนใดของโลก คุณจะเห็นภาพเดียวกันคือ

แม่เป็ดเดินนำและลูกเป็ดเดินตามหลังเป็นแถวเรียงหนึ่ง

แม่เป็ดนำ ลูกเป็ดตัวน้อยตาม

แต่หากคุณมองดูให้ดี คุณจะได้เห็นอะไรอีกอย่างหนึ่ง

จริง ๆ แล้วลูกเป็ดแต่ละตัวกำลังทำสองบทบาทในเวลาเดียวกัน

ลูกเป็ดแต่ละตัวคือ ผู้ตาม เพราะมันกำลังติดตามแม่เป็ดหรือลูกเป็ดตัวที่เดินอยู่ข้างหน้า

และในเวลาเดียวกันนั้นเอง -

ลูกเป็ดตัวน้อยแต่ละตัวก็เป็นผู้นำด้วย เพราะมันกำลังนำลูกเป็ดตัวอื่นที่เดินตามหลังมา 

ลูกเป็ดเหล่านี้เป็นผู้ตามหรือผู้นำกันแน่

คำตอบคือ ทั้งสองอย่าง!

นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมการ “ออกเดิน” ของเป็ดจึงมีความเกี่ยวข้องกับการสร้างสาวก

พระเจ้าปรารถนาให้ครอบครัวของพระองค์ขยายออกไปอย่างมากมาย พระองค์จึงทรงคาดหวังว่าผู้ตามทุกคนจะเป็นผู้นำ ผู้เชื่อทุกคนจะเป็นนักแบ่งปัน และสาวกทุกคน จะเป็นผู้สร้างสาวกในเวลาเดียวกัน 

หนึ่งในหลุมพรางที่เราในฐานะสาวกและผู้สร้างสาวกตกลงไปคือ ความเชื่อผิดที่ว่า      เราต้องรู้ทุกอย่าง หรืออย่างน้อยก็ต้องรู้ให้มาก ก่อนที่จะบอกหรือสอนคนอื่นได้

แต่การสร้างสาวกไม่ใช่แบบนั้น

สาวกก็เป็นเหมือนลูกเป็ด การจะเป็นผู้นำไม่ได้หมายความว่าต้องรู้ทุกอย่าง มันแค่ต้องอยู่ข้างหน้าตัวอื่นหนึ่งก้าว

พระเจ้าทรงปรารถนาให้ครอบครัวของพระองค์เติบโตในด้านความสัตย์ซื่อ – พระองค์จึงทรงคาดหวังว่าผู้นำทุกคนจะเป็นผู้ตาม ผู้แบ่งปันทุกคนจะเป็นผู้เชื่อ และผู้สร้างสาวกทุกคนจะเป็นสาวก – ในเวลาเดียวกันด้วย

หลุมพรางอีกอย่างหนึ่งที่เราในฐานะสาวกและผู้สร้างสาวกตกลงไปคือ ความเชื่อผิดที่ว่า มีใครคนหนึ่งอยู่ที่แห่งหนึ่ง สักแห่งที่รู้ทุกอย่าง และถ้าเราเพียงแต่หาเขาให้เจอและติดตามเขา เท่านั้นก็เรียบร้อย

แต่การสร้างสาวกก็ไม่ใช่อย่างนั้นด้วย

ในอาณาจักรของพระเจ้า มี ”แม่เป็ด” เพียงแค่ตัวเดียวที่เราทุกคนติดตาม – นั่นคือ      พระเยซูคริสต์

ไม่ใช่มิชชันนารี ไม่ใช่ศิษยาภิบาล ไม่ใช่อาจารย์สอนพระคริสตธรรม แต่เป็นพระเยซูเพียงองค์เดียวที่คู่ควรให้เราเชื่ออย่างหมดใจ 

พวกเราที่เหลือกำลังอยู่ในกระบวนการ

เราสามารถเดินตามผู้ที่อยู่ใกล้พระเยซูมากกว่าเรา และเราสามารถนำผู้ที่อยู่ข้างหลังเราได้ แต่ไม่ว่าเราจะอยู่ในตำแหน่งไหน ตาของเราและใจของเรา ควรจับจ้องไปยัง          องค์พระเยซูเสมอ

ในพระคัมภีร์ เปาโล ผู้เขียนพระธรรมในพันธสัญญาใหม่หลายเล่ม และเป็นผู้ก่อตั้งคริสตจักรในยุคแรกหลายแห่ง ท่านไม่ได้เขียนแค่ว่า จงทำตามอย่างข้าพเจ้า! แต่ท่านเขียนว่า “จงทำตามอย่างข้าพเจ้าเหมือนที่ข้าพเจ้าทำตามแบบอย่างของพระคริสต์!”

เปาโลรู้ในสิ่งที่ลูกเป็นทุกตัวรู้ และสาวกทุกคนควรรู้นั่นคือ ผู้นำทุกคนในอาณาจักร     ของพระเจ้าจะต้องเป็นผู้ตาม และเราทั้งหมดติดตามพระเยซู

ในพระคัมภีร์ เปาโลยังได้เขียนไว้ด้วยว่า: “สิ่งต่าง ๆ ที่ท่านได้ยินข้าพเจ้าพูดต่อหน้าพยานหลายคนจงมอบหมายแก่ผู้ที่เชื่อถือได้ ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะสอนผู้อื่นด้วย”
เปาโลรู้ในสิ่งที่ลูกเป็ดทุกตัวรู้ และสาวกทุกคนควรรู้นั่นคือ ผู้ตามทุกคนในอาณาจักรของพระเจ้าจะต้องเป็นผู้นำด้วย และเราทุกคนควรนำตามแบบอย่างพระเยซู คือยอมสละชีวิตของเราเพื่อผู้อื่น

หากเราอยากเห็นครอบครัวของพระเจ้าขยายออกไปและเติบโตในความสัตย์ซื่อ เราต้องมองการสร้างสาวกเป็นเหมือนกับลูกเป็ด คือ เป็นผู้ตามและผู้นำในเวลาเดียวกัน

หารือ

(10 นาที)
  • คุณอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในด้านใดของการเป็นสาวก? (การอ่าน/ทำความเข้าใจพระคัมภีร์ การอธิษฐาน การแบ่งปันเรื่องราวของพระเจ้า ฯลฯ) และใครคือผู้ที่สามารถช่วยให้คุณเรียนรู้ได้?
  • คุณรู้สึกว่าคุณสามารถแบ่งปันเรื่องใดกับคนอื่น ๆ? และใครคือคนที่คุณสามารถแบ่งปันได้?

อ่าน

(5 นาที)

ดวงตาที่มองเห็นว่าแผ่นดินของพระเจ้าไม่อยู่ที่ไหน

ในบทเรียนนี้ เราจะมาเรียนรู้ว่าสาวกจะทวีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วได้ เมื่อเขาเห็นว่ายังมีที่ใดที่แผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้ตั้งอยู่

ในความเป็นมนุษย์ เราคิด มุ่งความสนใจและทำงานเพื่อสิ่งที่เรามองเห็น เราเรียกมันว่าความเป็นจริง ตามอย่างที่มันเป็น แต่แผ่นดินของพระเจ้าจะเติบโตรวดเร็วกว่ามากเมื่อเราให้ความสนใจในสิ่งที่ตามองไม่เห็น สิ่งที่ยังไม่มี หรือสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น

มีหลายแห่งบนโลกรอบตัวเราที่พระประสงค์ของพระเจ้ายังไม่สำเร็จเหมือนอย่าง  ในสวรรค์ มีช่องว่างขนาดมหึมาที่ทำให้ความแตกสลาย ความเจ็บปวด การข่มเหง การทนทุกข์ และกระทั่งความตายได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

สาวกทุกคน คือทุกคนที่ติดตามพระเยซูจำเป็นต้องมองให้เห็นทั้งที่ที่อาณาจักรของ  พระเจ้าตั้งอยู่แล้ว และที่ที่อาณาจักรของพระเจ้ายังไม่ได้มาตั้งอยู่

การขยายอาณาจักรของพระเจ้าคือการเข้าไปในช่องว่างและที่มืดเหล่านั้นแล้วทำการปิดรอยแยกนำแสงสว่างและชีวิตเข้าไปในขณะที่เราอยู่บนโลกนี้ 

มีสองทางที่เราจะมองเห็นว่าที่ไหนที่แผ่นดินของพระเจ้ายังไม่ได้มาตั้งอยู่ นั่นคือ ผ่านทางคนที่เรารู้จัก และผ่านทางคนที่เรายังไม่เคยพบ

ทางแรกคือผ่านทางคนที่เรารู้จัก ได้แก่ - ความสัมพันธ์ที่ดำเนินอยู่ระหว่างเพื่อนฝูง ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนบ้านและอื่น ๆ

นี่คือวิธีเผยแพร่เรื่องราวของพระเจ้าที่เร็วที่สุด เรารักและห่วงใยคนเหล่านี้เพราะเรารู้จักพวกเขาแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมชาติ

พระเยซูทรงเล่าถึงเศรษฐีผู้เห็นแก่ตัวที่ลำพองในชีวิตและเวลานี้ได้รับโทษอยู่ในนรก    เขาวิงวอนให้ส่งลาซารัสไปยังบ้านบิดาของข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้ามีพี่น้องห้าคน           ให้ลาซารัสไปเตือนเขา เพื่อว่าพวกเขาจะได้ไม่ต้องมาที่ทรมานนี้ด้วย

พระเยซูแสดงให้เราเห็นว่า แม้แต่คนที่เห็นแก่ตัว และคนที่มีความทุกข์ก็มีความรักความเป็นห่วงต่อคนที่ใกล้ชิดกับพวกเขา

พระเจ้าทรงวางคนที่เรารู้จักไว้ในชีวิตเรา เพราะพระองค์ทรงรักเราและทรงอยากให้เรารักพวกเขา เราต้องเป็นผู้อารักขาที่ดีในความสัมพันธ์เหล่านั้น และกระทำด้วยความรัก ความอดทนและไม่ลดละ

สาวกจะทวีจำนวนมากขึ้นเมื่อพวกเขาห่วงใยผู้ที่พระเจ้านำให้มาอยู่รอบตัวพวกเขา    และเตรียมที่จะทำอะไรบางอย่าง

คุณสามารถช่วยสาวกให้ห่วงใยผู้อื่นมากขึ้น และเตรียมแผนการง่าย ๆ เพื่อเพิ่มจำนวนสาวกได้ในไม่กี่ขั้นตอน 

ดังวิธีต่อไปนี้ - ให้เขาเขียนรายชื่อคนที่เขารู้จักมา 100 คน แบ่งรายชื่อนั้นออกเป็นสามประเภท 

  • ผู้ที่ติดตามพระเยซู
  • ผู้ที่ไม่ได้ติดตามพระเยซู
  • ผู้ที่เขายังไม่แน่ใจว่าติดตามพระเยซูหรือไม่

สำหรับผู้ที่ติดตามพระเยซู – สาวกสามารถเตรียมและหนุนใจพวกเขาให้เกิดผลและสัตย์ซื่อยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดตามพระเยซู – สาวกสามารถเรียนรู้ที่จะแบ่งปันและแนะนำให้พวกเขารู้จักพระเจ้าแห่งความรักได้ 

สำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจว่าติดตามพระเยซูหรือไม่ ให้สาวกใช้เวลาและทำความรู้จักพวกเขามากขึ้น 

อีกทางหนึ่งที่จะมองเห็นได้ว่าอาณาจักรของพระเจ้ายังไม่ได้มาตั้งอยู่ที่ใด ผ่านคนที่เรายังไม่เคยพบ

คนเหล่านี้คือคนที่ไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับเรา – คนที่เราไม่รู้จัก เพื่อนบ้านที่เราเคยแค่กล่าวคำ สวัสดี นักธุรกิจที่เราเดินผ่านตามถนน คนแปลกหน้าในหมู่บ้าน เมือง หรือจังหวัดที่เรายังไม่เคยไป

พระเยซูตรัสว่า – จงสั่งสอนชนทุกชาติให้เป็นสาวก

พระเยซูตรัสว่า – ท่านทั้งหลายจะเป็นพยานฝ่ายเราในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย แคว้นสะมาเรีย และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก

การเล่าให้คนที่เรารู้จักฟังเป็นการเผยแพร่เรื่องราวของพระเจ้าที่รวดเร็วที่สุด 

การเล่าให้คนที่เรายังไม่รู้จักฟัง เป็นการเผยแพร่เรื่องราวของพระเจ้าออกไปไกลที่สุด 

หากเรารักและห่วงใยคนเหล่านั้นที่เราไม่รู้จัก นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมชาติ แต่เป็นมาจาก  พระเจ้าและแสดงให้เห็นว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำงานในชีวิตของเรา

ความโปรดปรานของพระเจ้าอยู่เหนือคนเล็กน้อยที่สุด คนสุดท้าย และคนที่หลงหายเหล่านี้คือคนที่พระเจ้าทรงเทใจให้ครั้งแล้วครั้งเล่า

หากเราต้องการเป็นเหมือนพระเจ้า เราต้องลงทุนชีวิตกับคนเหล่านี้

พระเจ้าทรงบัญชาให้เราออกไปประกาศ และการออกไปไม่ได้จำกัดเฉพาะคนที่อยู่ใกล้เราเท่านั้น แต่หมายรวมถึงคนเหล่านั้นที่อยู่ในความตกต่ำฝ่ายจิตวิญญาณ คนที่อาจยังไม่เคยแม้แต่ได้ยินชื่อของพระเยซู

พระวจนะของพระเจ้ากล่าวว่า - “พระเจ้าทรงเป็นปฏิปักษ์กับคนเหล่านั้นที่ถือตัวจองหอง แต่พระองค์ทรงสำแดงพระคุณแก่คนที่อ่อนน้อมถ่อมตน”

ในฐานะผู้ติดตามพระเยซู เราต้องทำเหมือนที่พระเจ้าทรงทำ คือ แสดงพระคุณแก่คนที่ใจถ่อม คนสิ้นหวัง และคนที่หลงหาย

สาวกจะทวีจำนวนเมื่อพวกเขาห่วงใยคนที่พระเจ้าทรงนำเข้ามาในชีวิตของเขา

สาวกจะทวีจำนวนมากยิ่งขึ้นเมื่อพวกเขาห่วงใยคนที่อยู่ไกลออกไป แต่อย่างไรก็ดี     พวกเขาจำเป็นต้องมีแผน

คุณสามารถช่วยสาวกให้ห่วงใยผู้อื่นและวางแผนง่าย ๆ เพื่อเพิ่มจำนวนสาวกโดยการฝึกพวกเขาให้มองหาคนที่ได้รับการเตรียมจากพระเจ้า เพื่อให้ได้ยินข่าวประเสริฐ

พระเยซูตรัสว่า - “ถ้าจะเข้าไปในเรือนใด ๆ จงพูดก่อนว่า “ให้ความสุขมีแก่เรือนนี้เถิด” ถ้าลูกแห่งสันติสุขอยู่ที่นั่น สันติสุขของท่านจะอยู่กับเขา ถ้าหากไม่ สันติสุขของท่าน     จะกลับอยู่กับท่านอีก”

เราเรียกคนที่ได้รับการเตรียมจากพระเจ้าเพื่อให้ได้ยินข่าวประเสริฐว่า บุคคลแห่งสันติ – คือคนที่ตอบสนองต่อพระคำของพระเจ้า และสัตย์ซื่อในการเชื่อฟังและแบ่งปันกับผู้อื่น 

ในที่ ๆ เรารู้จักคนน้อย แทนที่เราจะแบ่งปันกับเพื่อน ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมชั้นเรียน และเพื่อนบ้านของเรา เราจะฝึกบุคคลแห่งสันติให้เป็นผู้แบ่งปันแก่คนรอบตัวของเขาแทน 

แต่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจะเกิดขึ้นเมื่อเราให้ความสนใจแก่คนที่สัตย์ซื่อ โปรดจำไว้ว่าความสัตย์ซื่อสำแดงออกด้วยการเชื่อฟังในสิ่งที่พระเจ้าทรงบอกและแบ่งปันให้ผู้อื่นได้รู้ 

ผู้สัตย์ซื่อที่เชื่อฟังและแบ่งปันก็เป็นเหมือนดินดีที่พระเยซูทรงตรัสไว้ 

พระเยซูตรัสว่า – เมล็ดบางส่วนตกที่ดินดีแล้วงอกงามจำเริญขึ้น เกิดผลสามสิบเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง ร้อยเท่าบ้าง

  • จิตใจของคนสัตย์ซื่อไม่แข็งกระด้างและปฏิเสธพระวจนะของพระเจ้า
  • คนที่สัตย์ซื่อไม่ล้มลงเมื่อถูกข่มเหงหรือเมื่อเผชิญความยากลำบาก
  • คนที่สัตย์ซื่อไม่วอกแวกเพราะความกังวลกับฝ่ายโลก หรือความร่ำรวยที่ไม่จีรัง
  • คนที่สัตย์ซื่อเป็นเหมือนชายที่ถูกผีสิงในเมืองเกราซาที่เชื่อฟังและเล่าถึงสิ่งที่ พระเยซูทรงสำแดงแก่เขา

คนสัตย์ซื่อหนึ่งคนที่เชื่อฟังและแบ่งปันทำให้เกิดมีคนอีกมากมายที่ต้องการรู้จักพระเยซูมากขึ้น

การเปิดตาของเราเพิ่ม มองว่าที่ใดที่อาณาจักรของพระเจ้ายังไม่ได้มาตั้งอยู่ และการประกาศข่าวประเสริฐผ่านคนที่เรารู้จักและคนที่เรายังไม่รู้จัก คือวิธีที่จะทำให้สาวก  ทวีจำนวนเพิ่มขึ้นและแผ่นดินของพระเจ้าขยายออกไปไกลและรวดเร็ว

หารือ

(10 นาที)
  • คุณรู้สึกสบายใจที่จะแบ่งปันกับใครมากกว่ากัน -- คนที่คุณรู้จักอยู่แล้วหรือคนที่คุณยังไม่รู้จัก?
  • ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้น?
  • คุณจะสามารถแบ่งปันได้ดีขึ้นกับคนที่คุณไม่ค่อยสบายใจด้วยได้อย่างไร?

อ่าน

(5 นาที)

อาหารค่ำมื้อสุดท้ายขององค์พระผู้เป็นเจ้า

ชุดเครื่องมือ Zume อาหารค่ำมื้อสุดท้ายขององค์พระผู้เป็นเจ้า พระเยซูตรัสว่า- “เราเป็นอาหารดำรงชีวิตซึ่งลงมาจากสวรรค์ ถ้าใครกินอาหารนี้ คนนั้นจะมีชีวิตนิรันดร์ และอาหารที่เราจะให้เพื่อชีวิตของโลกนั้น ก็คือเลือดเนื้อของเรา” ศีลมหาสนิท หรือ “มื้ออาหารค่ำขององค์พระผู้เป็นเจ้า” เป็นวิธีการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของเรา และความสัมพันธ์อันยั่งยืนกับพระเยซู นี่คือวิธีง่าย ๆ ในการเฉลิมฉลอง เมื่อคุณมารวมตัวกันในฐานะสาวกพระเยซู ใช้เวลาใคร่ครวญอย่างเงียบๆ พิจารณาและสารภาพบาปของคุณอย่างเงียบ ๆ ให้ใครสักคนอ่านข้อความนี้จากพระคัมภีร์ -- เพราะว่าเรื่องซึ่งข้าพเจ้ามอบไว้กับพวกท่านนั้น ข้าพเจ้าได้รับจากองค์พระผู้เป็นเจ้า คือในคืนที่เขาทรยศพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงหยิบขนมปัง เมื่อขอบพระคุณแล้ว จึงทรงหัก และตรัสว่า “นี่เป็นกายของเรา ซึ่งให้แก่ท่านทั้งหลาย จงทำอย่างนี้เพื่อระลึกถึงเรา” (1 โครินธ์ 11:23-24) แจกขนมปังที่คุณจัดไว้สำหรับกลุ่มของคุณ และรับประทาน อ่านต่อ -- “หลังจากรับประทานอาหารแล้ว พระองค์ทรงหยิบถ้วยด้วยอากัปกิริยาเดียวกัน ตรัสว่า “ถ้วยนี้คือพันธสัญญาใหม่ โดยโลหิตของเรา จงทำอย่างนี้ คือเมื่อใดที่พวกท่านดื่มจากถ้วยนี้ จงดื่มเพื่อระลึกถึงเรา” (1 โครินธ์ 11:25) แบ่งน้ำผลไม้หรือไวน์ที่คุณเตรียมไว้สำหรับกลุ่มของคุณและดื่ม อ่านต่อให้จบ-- “เพราะว่าเมื่อใดที่พวกท่านกินขนมปังและดื่มจากถ้วยนี้ ท่านก็ประกาศการวายพระชนม์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า จนกว่าพระองค์จะเสด็จมา” (1 โครินธ์ 11:26) คุณได้ร่วมแบ่งปันในมื้ออาหารค่ำขององค์พระผู้เป็นเจ้า ร่วมเฉลิมฉลองด้วยการอธิษฐานหรือร้องเพลง - คุณเป็นของพระองค์ และพระองค์เป็นของคุณ! อาหารค่ำมื้อสุดท้ายขององค์พระผู้เป็นเจ้า ศีลระลึกอันศักดิ์สิทธิ์จากคริสตจักรแรก และเป็นส่วนสำคัญของชุดเครื่องมือ Zume

กิจกรรม

(10 นาที)

ร่วมฉลองอาหารค่ำมื้อสุดท้ายขององค์พระผู้เป็นเจ้า

  • ใช้เวลา 10 นาทีถัดไปเพื่อเฉลิมฉลองอาหารค่ำมื้อสุดท้ายขององค์พระผู้เป็นเจ้ากับกลุ่มของคุณ

เนื้อหา: 

เมื่อคุณมารวมตัวกันเป็นสาวกพระเยซู:

  1. ใช้เวลาในการทำสมาธิเงียบๆ ใคร่ครวญและสารภาพบาปในใจ
  2. เมื่อคุณพร้อมแล้ว ให้ใครสักคนอ่านข้อความจากพระคัมภีร์นี้ -- เพราะว่าเรื่องซึ่งข้าพเจ้ามอบไว้กับพวกท่านนั้น ข้าพเจ้าได้รับจากองค์พระผู้เป็นเจ้า คือในคืนที่เขาทรยศพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงหยิบขนมปัง เมื่อขอบพระคุณแล้วจึงทรงหัก และตรัสว่า “นี่เป็นกายของเรา ซึ่งให้แก่ท่านทั้งหลาย จงทำอย่างนี้เพื่อระลึกถึงเรา” " (1 โครินธ์ 11:23-24)
  3. จงแจกขนมปังซึ่งคุณได้จัดไว้สำหรับกลุ่มของคุณ และรับประทานกัน
  4. อ่านต่อ -- หลังจากรับประทานอาหารแล้ว พระองค์ทรงหยิบถ้วยด้วยอากัปกิริยาเดียวกัน ตรัสว่า “ถ้วยนี้คือพันธสัญญาใหม่ โดยโลหิตของเรา" (1 โครินธ์ 11:25)
  5. จงแจกน้ำผลไม้หรือไวน์ที่คุณเตรียมไว้สำหรับกลุ่มของคุณแล้วดื่ม
  6. จบการอ่าน: เพราะว่าเมื่อใดที่พวกท่านกินขนมปังและดื่มจากถ้วยนี้ ท่านก็ประกาศการวายพระชนม์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า จนกว่าพระองค์จะเสด็จมา (1 โครินธ์ 11:26)

ร่วมฉลองด้วยการอธิษฐานหรือร้องเพลง คุณได้ร่วมรับประทานอาหารมื้อสุดท้ายของพระเจ้าแล้ว คุณเป็นของพระองค์ และพระองค์ก็เป็นของคุณ!

ทบทวน

(1 นาที)

แนวคิดที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • การเป็นสาวกแบบลูกเป็ด
  • ดวงตาที่มองเห็นว่าแผ่นดินของพระเจ้าไม่อยู่ที่ไหน

เครื่องมือที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • อาหารค่ำมื้อสุดท้ายขององค์พระผู้เป็นเจ้า

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

ถ้าครอบครัวของคุณเป็นผู้เชื่อและอาศัยอยู่ในท้องถิ่น ให้ร่วมรับประทานอาหารมื้อสุดท้ายขององค์พระผู้เป็นเจ้ากับเขา หรือไม่ก็ให้ฝึกฝนทักษะนี้กับเพื่อนที่เป็นผู้เชื่อ

แบ่งปัน

แบ่งปัน "การเป็นสาวกลูกเป็ด" และ "ดวงตาที่มองเห็นว่าแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้อยู่ที่นั่น" กับใครก็ตามที่พระเจ้าทรงดลใจคุณ จากนั้นเตรียมเขาให้พร้อมที่จะแบ่งปันกับคนอื่น

ส่วนที่ 11

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 9434

อธิษฐาน

(5 นาที)

อธิษฐานและขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่พระองค์ทรงทำในชีวิตของคุณและชีวิตของคนอื่น ๆ รอบตัวคุณ อธิษฐานให้กลุ่มนี้มองเห็นว่าแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้อยู่ตรงจุดไหน

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะเพิ่มเครื่องมือนี้ลงในชุดเครื่องมือของเรา:

  • การเดินอธิษฐาน

อ่าน

(5 นาที)

การเดินอธิษฐาน

ชุดเครื่องมือ Zume การเดินอธิษฐาน พระวจนะของพระเจ้าบอกว่าเราควร “วิงวอน อธิษฐาน ทูลขอ และขอบพระคุณเพื่อทุกคน เพื่อกษัตริย์ทั้งหลายและทุกคนที่มีตำแหน่งสูง เพื่อเราจะได้ดำเนินชีวิตอย่างสงบและมีสันติ ในทางพระเจ้า และเป็นที่นับถือ การกระทำเช่นนี้เป็นการดี และเป็นที่ชอบพระทัยของพระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระองค์ทรงประสงค์ให้ทุกคนได้รับความรอด และรู้ความจริง” การเดินอธิษฐานเป็นวิธีง่าย ๆ ในการเชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้าเพื่ออธิษฐานเพื่อคนอื่น การเดินอธิษฐานเป็นเหมือนกับ การอธิษฐานต่อพระเจ้าขณะที่เดิน แทนที่จะหลับตาและก้มหัวลง เรากลับลืมตาต่อความต้องการที่เราเห็นรอบตัวเรา และขอน้อมใจอธิษฐานด้วยความถ่อมตนให้พระเจ้าทรงเข้ามาแทรกแซง คุณสามารถเดินอธิษฐานเป็นกลุ่มเล็กๆ 2-3 คนได้ หรือคุณสามารถเดินอธิษฐานได้ด้วยตัวเอง ถ้าคุณไปเป็นกลุ่ม ก็ลองให้ทุกคนอธิษฐานออกเสียง การสนทนากับพระเจ้าเกี่ยวกับสิ่งที่ทุกคนเห็น และความต้องการที่พระเจ้าทรงนำมาสู่จิตใจเขา ถ้าจะไปคนเดียวก็อธิษฐานเงียบ ๆ หรือออกเสียงดัง ๆ ถ้าคุณอธิษฐานร่วมกับใครก็ตามที่คุณพบระหว่างทาง นี่คือสี่วิธีที่คุณสามารถรู้ว่าควรอธิษฐานเรื่องอะไร ระหว่างการเดินอธิษฐานของคุณ: การสังเกต -- คุณเห็นอะไร? ถ้าคุณเห็นของเล่นของเด็กอยู่ในสนามหญ้า คุณอาจได้รับการกระตุ้นให้อธิษฐานเพื่อเด็ก ๆ ในละแวกบ้าน สำหรับครอบครัวหรือสำหรับโรงเรียนในพื้นที่ ค้นคว้า -- คุณรู้อะไรบ้าง? ถ้าคุณได้อ่านเกี่ยวกับละแวกนี้ คุณอาจจะรู้บางอย่างเกี่ยวกับผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่น หรือถ้าพื้นที่นั้นประสบปัญหาอาชญากรรมหรือความอยุติธรรม อธิษฐานเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้และขอให้พระเจ้าทรงกระทำ การเปิดเผย-- พระวิญญาณบริสุทธิ์อาจกระตุ้นใจคุณ หรือนำความคิดมาสู่จิตใจเพื่อความต้องการหรือหัวข้อการอธิษฐานโดยเฉพาะ ฟัง-และอธิษฐาน! พระคัมภีร์ - คุณอาจเคยอ่านพระวจนะของพระเจ้าบางส่วน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินของคุณ หรือขณะที่คุณเดิน พระวิญญาณบริสุทธิ์อาจนำพระคัมภีร์มาสู่ความคิดของคุณ อธิษฐานเกี่ยวกับข้อความนั้น และวิธีที่ข้อความนั้นจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่นั้น นี่คือห้ารายการที่ทรงอิทธิพล ซึ่งคุณสามารถเน้นระหว่างการเดินอธิษฐาน: รัฐบาล - ลองค้นหาและอธิษฐานที่ศูนย์ราชการ เช่น ศาล อาคารคณะกรรมาธิการ หรือสำนักงานบังคับใช้กฎหมาย อธิษฐานในเรื่องที่จะขอความคุ้มครอง เพื่อความยุติธรรม และเพื่อพระปัญญาของพระเจ้าแก่บรรดาผู้นำ ธุรกิจและการค้า - แสวงหาและอธิษฐานเกี่ยวกับศูนย์กลางธุรกิจ เช่น ย่านการเงิน หรือแหล่งช้อปปิ้ง อธิษฐานให้การลงทุนเป็นไปอย่างถูกต้องและการจัดการทรัพยากรอย่างดี อธิษฐานให้เกิดความยุติธรรมทางเศรษฐกิจและโอกาส และสำหรับคนที่ให้ด้วยใจกว้างและเลื่อมใสในพระเจ้า คนที่ให้ความสำคัญกับผู้คนก่อนผลกำไร การศึกษา - ค้นหาและอธิษฐานเพื่อศูนย์การศึกษา เช่น โรงเรียน และอาคารบริหาร ศูนย์ฝึกอบรมอาชีวศึกษา วิทยาลัยชุมชน และมหาวิทยาลัย อธิษฐานให้ครูผู้ชอบธรรมสอนความจริงของพระเจ้า และปกป้องจิตใจของลูกศิษย์ของตน ขอพระเจ้าช่วยแทรกแซงในทุกความพยายามที่ส่งเสริมการโกหกหรือความสับสน อธิษฐานให้สถานที่เหล่านี้ส่งพลเมืองที่มีปัญญา ผู้มีจิตใจใฝ่รับใช้และนำทาง การสื่อสาร - ค้นหาและอธิษฐานเพื่อศูนย์การสื่อสาร เช่น สถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ และผู้จัดพิมพ์หนังสือพิมพ์ อธิษฐานเพื่อเรื่องราวของพระเจ้าและคำพยานของผู้ติดตามพระองค์ ที่จะแพร่กระจายไปทั่วเมืองและทั่วโลก อธิษฐานให้ข้อความของพระองค์ถูกส่งถึง โดยผ่านสื่อกลางของพระองค์ไปยังผู้คนมากมายของพระองค์ และประชากรของพระเจ้าทุกแห่งจะได้เห็นการงานของพระเจ้า ด้านวิญญาณ - ค้นหาและอธิษฐานเพื่อศูนย์จิตวิญญาณ เช่นอาคารโบสถ์ มัสยิด หรือวัด อธิษฐานให้ผู้แสวงหาทางจิตวิญญาณทุกคนจะพบความสงบและความสบายใจในพระเยซู และอย่าให้สับสนหรือไขว้เขวไปกับศาสนาเท็จใด ๆ สุดท้ายนี้ นี่คือห้าวิธีที่คุณสามารถอธิษฐานเผื่อผู้คนที่คุณพบเจอ ระหว่างการเดินอธิษฐานของคุณ: ขณะที่คุณเดินและอธิษฐาน จงตื่นตัวเพื่อโอกาส และรับฟังการกระตุ้นเตือนจากพระวิญญาณของพระเจ้า เพื่ออธิษฐานให้กับบุคคลและกลุ่มคนที่คุณพบเจอระหว่างทาง คุณสามารถพูดได้ว่า “เรากำลังอธิษฐานเพื่อชุมชนนี้ มีอะไรที่เราสามารถอธิษฐานขอพรให้คุณเป็นพิเศษไหม” หรือพูดว่า "ฉันกำลังอธิษฐานเพื่อพื้นที่นี้" คุณรู้ไหมว่ามีอะไรเป็นพิเศษที่เราควรอธิษฐานขอ?” หลังจากฟังคำตอบของพวกเขาแล้ว คุณสามารถถามถึงความต้องการของเขาเองได้ ถ้าพวกเขาแบ่งปัน โปรดอธิษฐานให้พวกเขาทันที ถ้าพระเจ้าทรงนำ คุณอาจอธิษฐานเกี่ยวกับความต้องการอื่นได้เช่นกัน ใช้คำว่า BLESS เพื่อช่วยให้คุณจดจำ 5 วิธีในการอธิษฐานที่แตกต่างกัน: ร่างกาย (สุขภาพ) แรงงาน (งานและการเงิน) อารมณ์ (ขวัญกำลังใจ) สังคม (ความสัมพันธ์) จิตวิญญาณ ในกรณีส่วนใหญ่ ผู้คนจะรู้สึกขอบคุณที่คุณใส่ใจพอที่จะอธิษฐาน ถ้าคนนั้นไม่ใช่คริสเตียน คำอธิษฐานของคุณอาจเปิดประตูสู่การสนทนาทางด้านวิญญาณ และเป็นโอกาสที่จะแบ่งปันเรื่องราวของคุณและเรื่องราวของพระเจ้า คุณสามารถเชิญพวกเขาให้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาพระคัมภีร์ได้ หรือแม้แต่จัดการศึกษาพระคัมภีร์ในบ้านของเขา ถ้าคนนั้นเป็นคริสเตียน คุณสามารถเชิญพวกเขาเข้าร่วมการเดินอธิษฐานของคุณได้ หรือฝึกให้พวกเขาเดินอธิษฐานได้ และใช้ขั้นตอนง่าย ๆ เช่น การอธิษฐานเพื่อด้านที่มีอิทธิพล หรือคำอธิษฐาน BLESS เพื่อให้ครอบครัวของพระเจ้าเจริญยิ่งขึ้น การเดินอธิษฐาน อีกหนึ่งเครื่องมือที่เรียบง่ายในชุดเครื่องมือ Zume

กิจกรรม

(60 - 90 นาที)

การเดินอธิษฐาน

  • แบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มละ 2-3 คน ออกไปยังชุมชนเพื่อฝึกเดินอธิษฐาน
  • การเลือกสถานที่อาจง่ายเหมือนกับการเดินออกไปจากจุดที่คุณอยู่ตอนนี้ หรือคุณอาจวางแผนไปยังจุดหมายปลายทางที่เฉพาะเจาะจงก็ได้
  • ดำเนินไปตามการนำของพระเจ้า และวางแผนที่จะใช้เวลา 60-90 นาทีสำหรับกิจกรรมนี้
  • ส่วนนี้สิ้นสุดด้วยกิจกรรมการเดินอธิษฐาน

เนื้อหา:

สี่แหล่งข้อมูลที่สามารถชี้นำคำอธิษฐานของคุณได้:

  1. การสังเกต คุณเห็นอะไร หากคุณเห็นของเล่นของเด็กในสนามหญ้า คุณอาจได้รับการกระตุ้นให้อธิษฐานเพื่อเด็กๆ ในละแวกบ้าน ครอบครัว หรือโรงเรียนในพื้นที่นั้น
  2. การค้นคว้า คุณรู้เรื่องอะไรบ้าง? หากคุณได้อ่านเกี่ยวกับละแวกนั้น คุณอาจรู้บางอย่างเกี่ยวกับผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่น หรืออาจรู้ว่าบริเวณนั้นประสบปัญหาอาชญากรรมหรือความอยุติธรรมหรือไม่ อธิษฐานเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้และขอให้พระเจ้าทรงดำเนินการ
  3. การเปิดเผยที่พระวิญญาณบริสุทธิ์อาจกระตุ้นใจคุณหรือนำความคิดบางอย่างมาสู่จิตใจของคุณเพื่อความต้องการเฉพาะหรือเพื่อการอธิษฐานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จงฟังและอธิษฐาน !
  4. พระคัมภีร์ คุณอาจอ่านพระวจนะของพระเจ้าบางส่วนเพื่อเตรียมตัวเดินตามพระวิญญาณบริสุทธิ์ หรือขณะที่คุณเดิน พระวิญญาณบริสุทธิ์อาจนำพระคัมภีร์มาสู่ความคิดของคุณ อธิษฐานเกี่ยวกับข้อพระคัมภีร์นั้น และข้อพระคัมภีร์นั้นอาจส่งผลต่อผู้คนในพื้นที่นั้นอย่างไร

ห้ารายการแห่งอิทธิพลที่ต้องเน้นในการอธิษฐาน:

  1. รัฐบาล มองหาและอธิษฐานเผื่อศูนย์กลางของรัฐบาล เช่น ศาล อาคารคณะกรรมการ หรือสำนักงานบังคับใช้กฎหมาย อธิษฐานขอให้พื้นที่ดังกล่าวได้รับการปกป้อง ให้ความยุติธรรม และให้ปัญญาจากพระเจ้าแก่ผู้นำในพื้นที่
  2. ธุรกิจและการพาณิชย์ มองหาและอธิษฐานเผื่อศูนย์กลางการค้า เช่น ย่านการเงินหรือย่านการค้า อธิษฐานขอการลงทุนที่ถูกต้องและการจัดการทรัพยากรที่ดี อธิษฐานขอความยุติธรรมและโอกาสทางเศรษฐกิจ และขอผู้ให้ที่ใจกว้างและนับถือพระเจ้าซึ่งให้ความสำคัญกับผู้คนมากกว่าผลกำไร
  3. การศึกษา มองหาและอธิษฐานเผื่อศูนย์การศึกษา เช่น โรงเรียนและอาคารบริหาร ศูนย์ฝึกอบรมอาชีวศึกษา วิทยาลัยชุมชนและมหาวิทยาลัย อธิษฐานเผื่อครูผู้ชอบธรรมที่จะสอนความจริงของพระเจ้าและปกป้องจิตใจของนักเรียน อธิษฐานเผื่อว่าพระเจ้าจะเข้ามาแทรกแซงในทุกความพยายามที่จะส่งเสริมการโกหกหรือความสับสน อธิษฐานเผื่อว่าสถานที่เหล่านี้จะส่งพลเมืองที่ฉลาดซึ่งมีใจที่จะรับใช้และเป็นผู้นำออกไป
  4. การสื่อสาร มองหาและอธิษฐานเผื่อศูนย์กลางการสื่อสาร เช่น สถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ และผู้จัดพิมพ์หนังสือพิมพ์ อธิษฐานเผื่อให้เรื่องราวของพระเจ้าและคำพยานของสาวกพระองค์แพร่กระจายไปทั่วเมืองและทั่วโลก อธิษฐานเผื่อว่าข่าวสารของพระองค์จะถูกส่งไปยังผู้คนมากมายผ่านสื่อกลางของพระองค์ และขอให้ผู้คนของพระเจ้าทุกแห่งได้เห็นงานของพระเจ้า
  5. จิตวิญญาณ ค้นหาและอธิษฐานเกี่ยวกับศูนย์กลางจิตวิญญาณ เช่น อาคารคริสตจักร มัสยิด หรือวัด อธิษฐานให้ผู้แสวงหาฝ่ายจิตวิญญาณทุกคนพบความสงบและความสบายใจในพระเยซู และไม่ฟุ้งซ่านหรือสับสนกับศาสนาเท็จใด ๆ

อธิษฐาน

(5 นาที)

ก่อนที่คุณจะออกไปทำกิจกรรมการเดินอธิษฐาน อย่าลืมอธิษฐานกับกลุ่มของคุณเพื่อยุติเวลาที่อยู่ร่วมกัน

ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงรักผู้ที่หลงหาย คนสุดท้ายและคนต่ำต้อยที่สุด – รวมถึงพวกเราด้วย

ขอให้พระองค์เตรียมใจคุณและใจของคนที่คุณจะพบระหว่างการเดินของคุณให้พร้อมที่จะเปิดรับงานของพระองค์

ส่วนที่ 12

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 2348

อธิษฐาน

(5 นาที)

อธิษฐานและขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่พระองค์ทรงทำในส่วนที่แล้ว ขอให้พระองค์ช่วยเหลือเมื่อคุณพบว่ายากที่จะเชื่อฟัง และเชิญพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ให้ทรงนำช่วงเวลาของคุณที่ใช้ร่วมกัน

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะได้ยินและหารือเกี่ยวกับแนวคิด:

  • บุคคลแห่งสันติภาพ

และเราจะเพิ่มเครื่องมือนี้ลงในชุดเครื่องมือของเรา:

  • คำอธิษฐานแบบ B.L.E.S.S

อ่าน

(5 นาที)

บุคคลแห่งสันติภาพ

ยินดีต้อนรับกลับเข้าสู่การอบรม ซูเม่

ในบทเรียนก่อนหน้านี้ เราได้พูดถึงบุคคลแห่งสันติ ในบทเรียนนี้ เราจะมาดูในรายละเอียดว่าคน ๆ นั้นน่าจะเป็นใคร และคุณจะทราบได้อย่างไรว่าคุณได้เจอเขาแล้ว บุคคลแห่งสันติสามารถช่วยสร้างสาวกได้อย่างรวดเร็วแม้ในที่ ๆ มีผู้ติดตามพระเยซู     ไม่มากและอยู่อย่างกระจัดกระจาย

เมื่อพระเยซูทรงส่งสาวกของพระองค์ออกไปยังเมืองอื่นเพื่อสร้างสาวก พระบัญชาของพระองค์นั้นไม่ซับซ้อนแต่มีเป้าหมาย

พระเยซูตรัสว่า - อย่าเอาไถ้เงิน หรือย่าม หรือรองเท้าไป และอย่าคำนับผู้ใดตามทาง    ถ้าจะเข้าไปในเรือนใด ๆ จงพูดก่อนว่า ‘ให้ความสุขมีแก่เรือนนี้เถิด’ ถ้าลูกแห่งสันติสุขอยู่ที่นั่น สันติสุขของท่านจะอยู่กับเขา ถ้าหาไม่ สันติสุขของท่านจะกลับอยู่กับท่านอีก       จงอาศัยอยู่ในเรือนนั้น กินและดื่มของซึ่งเขาจะให้นั้น ด้วยว่าผู้ทำงานสมควรจะได้รับค่าจ้างของตน อย่าเที่ยวจากเรือนนี้ไปเรือนโน้น

ทั้งหมดนี้หมายความว่าอะไร? 

เมื่อเราคิดถึงการสร้างสาวก เราอาจคิดถึงสิ่งเหล่านี้ก่อน คือ เราต้องจัดการเรื่องเงินให้เรียบร้อย เลือกกลุ่มเป้าหมาย และวางแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน หากพระเยซูตรัสว่า – “ไป!” เราก็ควรจะ “ไป” และอย่าหยุด ประกาศกับทุกคน! ในทุกที่! และทุกเวลา! 

แต่ในคำสั่งของพระเยซู ดูเหมือนพระองค์จะเป็นห่วงเรื่องเงินและแผนการน้อยมาก      แต่ทรงเป็นห่วงเรื่องเป้าหมายมากกว่า

พระเยซูต้องการให้สาวกของพระองค์มองหา และลงทุนใน บุคคลแห่งสันติ

เมื่อคุณต้องการสร้างสาวกในที่ ๆ มีสาวกไม่มาก หรืออาจไม่มีเลย การมองหาบุคคลแห่งสันติน่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณควรทำ

บุคคลแห่งสันติคือ: 

  • คนที่เปิดใจฟังเรื่องราวของคุณ เรื่องราวของพระเจ้าและข่าวประเสริฐของพระเยซู
  • คนที่มีน้ำใจรับรองแขกและยินดีต้อนรับคุณเข้าในบ้านหรือที่ทำงาน หรือยินดีเชิญคุณไปในงานของครอบครัวหรือเพื่อนฝูงของพวกเขา
  • คนที่รู้จักคนมาก (หรือมีคนรู้จักมาก) และตื่นเต้นที่จะทำความรู้จักและใกล้ชิดกับคนอื่นตั้งแต่ในกลุ่มเล็ก ๆ ไปจนถึงกลุ่มใหญ่ 
  • คนที่สัตย์ซื่อและบอกเล่าสิ่งที่พวกเขารู้แก่ผู้อื่น แม้คุณจะไม่อยู่แล้ว 

ในพระคัมภีร์ เราเห็นว่าพระเยซูและสาวกของพระองค์ได้พบกับหลายคนที่เป็นบุคคลแห่งสันติในเหตุการณ์ที่น่าประหลาดอยู่สักหน่อย  

ในเมืองเกราซา พระเยซูทรงพบกับชายที่ถูกผีโสโครกสิง เขาอยู่ตัวคนเดียวและถูกล่ามโซ่ เราคงไม่คาดคิดว่าคน ๆ นี้จะเป็นบุคคลแห่งสันติ แต่เขาเปิดใจฟังพระเยซู เขายอมให้พระเยซูเข้าไปในที่ ๆ เขาอาศัยอยู่ เขาเป็นที่สนใจและสามารถดึงดูดผู้คนเข้ามาหาเขาได้ แม้จะเป็นเพราะพฤติกรรมรุนแรงของเขาก็ตาม และพระเยซูทรงพบว่า เขาเป็นคนสัตย์ซื่อและประกาศเรื่องของพระองค์ ให้แก่ครอบครัว ชุมชน และประเทศของเขาได้ฟัง  จนเมื่อพระเยซูทรงกลับไปยังที่นั่นอีกครั้ง ฝูงชนมารวมตัวกัน ตื่นเต้นที่ได้เห็นชายผู้ที่พวกเขาได้ยินเรื่องราวมามากมาย 

ในสะมาเรีย พระเยซูทรงพบหญิงคนหนึ่งที่บ่อน้ำ เธอเปิดใจรับฟังพระองค์ แสดงความโอบอ้อมอารีย์และตอบรับคำขอน้ำดื่มของพระเยซู เราได้รู้ว่าหญิงนี้มีสามีห้าคนและได้อาศัยอยู่กับชายอีกคนหนึ่ง สำหรับเมืองเล็ก ๆ เราแน่ใจได้เลยว่ามีคนรู้จักเธออย่างแน่นอน และหลังจากที่พระเยซูสนทนากับเธอแล้ว เธอแสดงความสัตย์ซื่อและรีบไปเล่าให้คนมากมายฟัง จนคนทั้งหลายมาขอให้พระเยซูประทับอยู่กับเขาและสอนพวกเขา และพระองค์ทรงทำเช่นนั้น

ถ้าอย่างนั้น หากว่าบุคคลแห่งสันติสามารถอยู่ที่ไหนก็ได้ ทำอาชีพอะไรก็ได้ และอาจเป็นใครก็ได้ที่เรารู้จักหรือได้พบ เราจะหาเขาเจอได้อย่างไร?

ต่อไปนี้เป็นวิธีง่าย ๆ สามประการ

เราขอคำแนะนำจากคนในชุมชน เช่น คนที่ได้รับความไว้วางใจที่นี่คือใคร? ที่นี่มีใครที่คิดถึงคนอื่นก่อนตนเอง? หากมีชื่อใดที่เราได้ยินซ้ำ ๆ ก็ให้เราหาทางไปพบพวกเขา      เล่าเรื่องความคิดฝ่ายวิญญาณให้เขาฟัง และดูว่าพวกเขาจะเปิดใจฟังและเล่าต่อหรือไม่

เราเสนอตัวที่จะ อธิษฐานเผื่อคนที่เราพบ ขณะที่เดินอธิษฐาน ในที่ทำงาน ในการแข่งกีฬา หรือที่ใดก็ตามที่มีโอกาส จากนั้นให้การอธิษฐานนำเข้าสู่การพูดคุยกันเรื่องจิตวิญญาณ

เราพูดเรื่องฝ่ายวิญญาณทุกครั้งที่เราพูดคุยกับคนอื่น และดูว่าพระเจ้ากำลังทำงานในชีวิตของคน ๆ นั้นหรือไม่ หากพวกเขาเปิดใจ เราจะถามว่าเขายินดีจะรวบรวมคนเพื่อมาคุยกันเพิ่มเติมหรือไม่ 

ขอคำแนะนำ เสนอตัวอธิษฐานเผื่อ พูดเรื่องฝ่ายวิญญาณ นี่คือวิธีที่เราจะเริ่มต้นค้นหาบุคคลแห่งสันติ

และไม่ว่าเราจะพบพวกเขาด้วยวิธีใด อย่าลืมว่าพระเยซูตรัสว่าบุคคลแห่งสันติเป็นคนที่เราควรจะทุ่มเทเวลาในการสร้างสาวกให้มากที่สุด 

เรามักจะคิดว่า การใช้เวลาของเราอย่าง “ชอบธรรม” ที่สุดคือการให้เวลาเล็ก ๆ น้อย ๆ กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่พระเยซูตรัสและแสดงให้เราเห็นว่า พระองค์ไม่ได้ต้องการให้เรามีความสัมพันธ์เพียงผิวเผินกับทุกคนแต่ให้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบางคน

บ่อยครั้งที่มีกลุ่มฝูงชนมาเฝ้าพระเยซู แต่พระคัมภีร์บันทึกไว้ครั้งแล้วครั้งเล่าว่า พระองค์ทรงเลี่ยงจากฝูงชนเพื่อใช้เวลาส่วนใหญ่กับสาวกสิบสองคนที่ใกล้ชิดกับพระองค์มากที่สุด

ยังมีหลายครั้งที่พระเยซูทรงใช้เวลากับสาวกแค่สามคนมากกว่าสาวกคนอื่น ๆ

พระเยซูทรงมีฤทธิ์เดช มีกำลัง มีสิทธิอำนาจ วินัย สติปัญญา ความรอบรู้ ความเข้าใจ และพระเมตตาที่เหนือกว่าเรามาก แต่พระองค์ยังเลือกที่จะลงทุนใช้เวลาลึกซึ้งกับคนเพียงไม่กี่คนและสอนให้สาวกทำเหมือนกัน ฉะนั้น ไม่ควรหรือที่เราจะเชื่อฟังและบอกต่อถึงแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมนี้?

บุคคลแห่งสันติ 

 ไม่ใช่ว่าเราจะหาพวกเขาพบได้อย่างง่าย ๆ ในหนึ่งพันคนอาจมีแค่คนเดียว พวกเขาเป็นเหมือนขุมทรัพย์ที่ซ่อนไว้ที่ควรค่าแก่การตามหา เพราะคุณค่าที่พวกเขามีต่อการขยายครอบครัวของพระเจ้านั้นประเมินค่ามิได้

หารือ

(10 นาที)
  • บุคคลที่ “มีชื่อเสียงไม่ดี” (เช่น หญิงชาวสะมาเรียหรือชายที่ถูกผีเข้าในเมืองกาดารา) จะสามารถเป็นบุคคลแห่งสันติสุขได้จริงหรือ? เพราะอะไร?
  • ชุมชนหรือกลุ่มสังคมใดใกล้ตัวคุณที่ดูเหมือนว่าจะไม่มี (หรือแทบไม่มี) แผ่นดินของพระเจ้าอยู่เลย?
  • บุคคลแห่งสันติสุข (บุคคลที่เปิดกว้าง มีอัธยาศัยดี รู้จักคนอื่น ๆ และแบ่งปัน) จะสามารถเร่งการเผยแพร่พระกิตติคุณในชุมชนนั้นได้อย่างไร?

กิจกรรม

(10 นาที)

ฝึกปฏิบัติคำอธิษฐาน B.L.E.S.S.

  • แบ่งกลุ่มละ 2-3 คน แล้วฝึกอธิษฐาน B.L.E.S.S. ครบทั้ง 5 ด้านสำหรับแต่ละคน

เนื้อหา:

รูปแบบการอธิษฐาน BLESS

รูปแบบการอธิษฐาน BLESS มี 5 วิธีในการอธิษฐานเพื่อผู้คนที่คุณพบเจอได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่กำลังอธิษฐานอยู่

  • ร่างกาย -สุขภาพ
  • แรงงาน -งานและการเงิน
  • อารมณ์ -ขวัญกำลังใจ
  • สังคม -ความสัมพันธ์
  • จิตวิญญาณ - รู้จักและรักพระเจ้ามากขึ้น

ทบทวน

(1 นาที)

แนวคิดที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • บุคคลแห่งสันติภาพ

เครื่องมือที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • คำอธิษฐานแบบ B.L.E.S.S

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

อธิษฐานเผื่อใครบางคนขณะที่เขาอยู่ด้วยโดยใช้รูปแบบ BLESS ในสัปดาห์นี้

แบ่งปัน

เตรียมคนอื่น ๆ ให้สามารถอธิษฐานเพื่อคนอื่น ๆ โดยใช้รูปแบบ BLESS และทำตามพวกเขาในขณะที่พวกเขาทำ

ส่วนที่ 13

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 6785

อธิษฐาน

(5 นาที)

อธิษฐานและขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ในส่วนที่ แล้ว อธิษฐานให้พระวิญญาณของพระเจ้าช่วยให้คุณซื่อสัตย์ในการนำสิ่งที่คุณเรียนรู้ไปปฏิบัติ

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะได้ยินและหารือเกี่ยวกับแนวคิดเหล่านี้:

  • ความซื่อสัตย์
  • ประชุมกลุ่ม 3/3

อ่าน

(5 นาที)

ความซื่อสัตย์

ในบทเรียนนี้ เราจะมาเรียนรู้ว่าความสัตย์ซื่อคือตัวชี้วัดความเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณที่ดียิ่งกว่าความรู้และการเรียนหรือฝึกฝน ในทุกวันนี้ มีความคิดสองอย่างที่สร้างปัญหามากมายในคริสตจักร

ความคิดแรกคือ ความเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณขึ้นอยู่กับความรู้ในพระวจนะของ   พระเจ้า 

พวกเขาทำราวกับว่าความเชื่อที่ถูกต้อง หรือหลักข้อเชื่อ เป็นตัววัดความเชื่อที่ดี

ความคิดที่สองคือ ความสามารถในการเป็นผู้นำเกิดจากการได้ “เรียนและฝึกอย่างเต็มที่” ก่อนจะเริ่มทำพันธกิจได้ พวกเขาทำราวกับว่า ความรู้ที่ครบถ้วน เป็นตัววัดความสามารถในการรับใช้ที่ดี

ปัญหาของความคิดแรกที่เชื่อถือในหลักข้อเชื่อ หรือ “ความเชื่อที่ถูกต้อง” คือ ตัวซาตานเองรู้จักพระวจนะมากกว่ามนุษย์ทุกคน พระวจนะบอกว่า “ท่านเชื่อว่าพระเจ้าทรงเป็นหนึ่ง นั่นก็ดีอยู่แล้ว แม้พวกปีศาจก็เชื่อ และกลัวจนตัวสั่น”

ตัวชี้วัดที่ดีกว่าที่จะบอกว่าใครเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณ คือ การปฏิบัติที่ถูกต้อง 

เราควรให้ความสำคัญเรื่องความสัตย์ซื่อในการเชื่อฟังและการประกาศมากกว่า  จะวัดความเป็นผู้ใหญ่จากความรู้เท่านั้น

ส่วนความคิดที่สองที่บอกว่า คนจะเป็นผู้นำได้ก็ต่อเมื่อได้เรียนและฝึกมาอย่างเต็มที่เสียก่อนเท่านั้น ปัญหาคือ ไม่มีใครที่จะเรียนรู้และฝึกฝนได้มากพอ

พระเยซูทรงทำให้เราเห็นเป็นตัวอย่าง โดยการส่งผู้นำหนุ่มที่ยังต้องเรียนรู้อีกมากให้ออกไปทำงานที่สำคัญที่สุด

พระวจนะกล่าวว่า “พระองค์ทรงเรียกสาวกสิบสองคนมาพร้อมกัน แล้วก็ประทานให้เขามีอำนาจเหนือผีทั้งปวง และรักษาโรคต่าง ๆ ให้หาย แล้วพระองค์ทรงใช้เขาไปประกาศแผ่นดินของพระเจ้า และรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย”

คนหนุ่มเหล่านี้ถูกส่งออกไปก่อนที่เปโตรจะสำแดงความเชื่อว่าพระเยซูคือพระผู้ช่วยให้รอดเสียอีก ในขณะที่เรามักคิดว่า นี่ควรเป็นก้าวแรกของความเชื่อด้วยซ้ำไป และแม้หลังจากถูกส่งออกไปแล้ว พระเยซูยังได้ทรงตำหนิเปโตรอีกหลายครั้งเมื่อเขาทำผิด แถมต่อมาเปโตรก็ยังปฏิเสธว่าไม่รู้จักพระเยซู ส่วนสาวกคนอื่น ๆ ก็เถียงกันว่าใครจะเป็นใหญ่ที่สุด และใครจะมีตำแหน่งอะไรในแผ่นดินของพระเจ้า

พวกเขายังต้องเรียนรู้อีกมาก แต่พระเยซูก็ทรงให้พวกเขาออกไปเล่าและประกาศในสิ่งที่พวกเขารู้แล้ว เมื่อมีคนเริ่มติดตามพระเยซู สิ่งที่พวกเขามีได้ทันทีก่อนมีความรู้ คือ    ความสัตย์ซื่อ 

การตอบสนองต่อสิ่งที่เราได้รับรู้เป็นการแสดงถึงความสัตย์ซื่อ มากกว่าแสดงว่าเราได้รับการเรียนหรือฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

หากเราเชื่อฟังและแบ่งปัน ประกาศสิ่งที่เราได้ยินแก่ผู้อื่น เราก็เป็นคนสัตย์ซื่อ 

หากเราได้ยิน แต่ปฏิเสธที่จะเชื่อฟังและแบ่งปันต่อ เราก็เป็นคนไม่สัตย์ซื่อ 

ขณะที่เราเพิ่มจำนวนสาวกเป็นเท่าทวีคูณ ให้เราแน่ใจว่าเรากำลังวัดผลในสิ่งที่ถูกต้อง

หารือ

(10 นาที)

ลองคิดถึงพระบัญญัติของพระเจ้าที่คุณรู้แล้ว คุณ “ซื่อสัตย์” แค่ไหนในการเชื่อฟังและแบ่งปันสิ่งเหล่านั้น

อ่าน

(40 นาที)

ประชุมกลุ่ม 3/3

ขอต้อนรับกลับเข้าสู่การอบรมซูเม่ ในบทเรียนนี้ เราจะมาเรียนรู้กันว่ากลุ่ม 3/3 เป็นวิธีการเข้ากลุ่มที่จะทำให้ผู้ติดตามพระเยซูได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้ติดตามพระเยซูอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

พระเยซูตรัสว่า - “ด้วยว่ามีสองสามคนประชุมกันที่ไหน ๆ ในนามของเรา เราจะอยู่ท่ามกลางเขาที่นั่น” นี่เป็นพระสัญญาที่ยิ่งใหญ่ และเป็นสิ่งที่ผู้ติดตามพระเยซูทุกคนควรใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่คำถามคือ เมื่อคุณมาร่วมกลุ่มกันแล้ว คุณควรใช้เวลาอย่างไร?

กลุ่ม 3/3 คือการเข้ากลุ่มที่มีการแบ่งเวลาออกเป็นสามช่วง เพื่อให้สมาชิกในกลุ่มสามารถฝึกปฏิบัติตามพระบัญชาที่สำคัญยิ่งของพระเยซู

วิธีการเข้ากลุ่ม:

  • ช่วงแรกเป็นการมองย้อนกลับไปทบทวนว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากการเข้ากลุ่มครั้งที่แล้ว
  • ช่วงที่สองคือการมองขึ้นไปสู่พระปัญญาและการทรงนำของพระเจ้าผ่านทางพระวจนะ การอภิปราย และการอธิษฐาน
  •  ช่วงสุดท้าย คือการมองไปข้างหน้าว่าสมาชิกแต่ละคนจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้และปฏิบัติตามได้อย่างไร

ในชั่วโมงนี้ กลุ่มของคุณจะได้จำลองการเข้ากลุ่ม 3/3 แบบย่อ เพื่อช่วยเตรียมคุณสำหรับการนำไปปฏิบัติจริง

จำที่เราเรียนเรื่องการหายใจฝ่ายวิญญาณได้มั๊ย? การหายใจเข้าคือการฟังพระเจ้า การหายใจออกคือการเชื่อฟังสิ่งที่ได้ยินและแบ่งปันต่อให้คนอื่น นั่นแหละคือเป้าหมายของกลุ่ม 3/3

การเข้ากลุ่ม 3/3 แบ่งเวลาออกเป็นสามช่วง เพื่อที่สมาชิกจะได้ฝึกการฟังพระเจ้า รวมทั้งการเชื่อฟังและแบ่งปันสิ่งสำคัญที่พระเยซูได้บัญชาไว้

การฝึกเข้ากลุ่มของเราในวันนี้จะใช้เวลาชั่วโมงกว่า ๆ และเราจะใช้เวลาในแต่ละขั้นตอนอย่างกระชับ หากกลุ่มของคุณหรือสมาชิกบางคนชอบอภิปรายแบบลงรายละเอียด คุณอาจต้องขอให้มีคนหนึ่งในกลุ่มคอยรักษาเวลาในแต่ละช่วงให้เหมาะสม

ในการเข้ากลุ่มจริง เราจะใช้เวลาในแต่ละขั้นตอนมากกว่านี้ แต่ในการฝึกวันนี้ ขอให้คุณระวังอย่าใช้เวลามากเกินไป และอย่าข้ามขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง – เพราะทุกขั้นตอนมีความสำคัญ

ขอให้จำไว้ว่า การเข้ากลุ่ม 3/3 มีเป้าหมายแตกต่างจากไม่ใช่การศึกษาพระคัมภีร์! ขอให้คุณใช้ประสบการณ์นี้เป็นโอกาสเพื่อเรียนรู้วิธีการเข้ากลุ่มแบบใหม่ เพื่อจะเห็นว่าพระเจ้าทรงจัดเตรียมสิ่งดีอะไรไว้ให้ในการเข้ากลุ่มของคุณ

พร้อมมั๊ย? เริ่มกันเลย!

มองย้อนกลับ

เราจะใช้เวลาช่วงแรกนี้ในการมองย้อนกลับ โดยการแสดงความใส่ใจซึ่งกันและกันผ่านทางการขอบพระคุณพระเจ้า การเล่าถึงปัญหา และการอธิษฐานเผื่อสมาชิกในกลุ่ม เราจะถามสมาชิกแต่ละคนว่าได้มีโอกาสเชื่อฟังและแบ่งปันสิ่งที่เรียนรู้จากการเข้ากลุ่มครั้งที่แล้วหรือไม่?

ขั้นที่ 1 – “ขอบพระคุณ”

ให้เวลาแต่ละคนได้พูดถึงสิ่งที่พวกเขาอยากขอบคุณพระเจ้า กดหยุดวีดีโอไว้ที่ตรงนี้ก่อน...กดหรือยังครับ กดหยุดเลยครับ เพื่อให้ทุกคนในกลุ่มได้แบ่งปันสิ่งที่อยากขอบคุณพระเจ้า เสร็จแล้วค่อยกดเล่นวีดีโอต่อ

ขั้นที่ 2 – “เล่าถึงปัญหา” และ “อธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกัน”

ให้สมาชิกแต่ละคนเล่าถึงปัญหาของพวกเขาแบบย่อ ๆ โดยไม่ต้องลงรายละเอียดมากนัก เสร็จแล้วให้ใครคนหนึ่งในกลุ่มอธิษฐานเผื่อเรื่องดังกล่าว กดหยุดวีดีโอ เพื่อแบ่งปันและอธิษฐาน

ขั้นที่ 3 – “ทบทวนเป้าหมายของกลุ่ม”

ทุกครั้งที่มีการเข้ากลุ่ม คุณควรใช้เวลาเพื่อทบทวนเป้าหมายของการเข้ากลุ่มร่วมกัน นั่นคือ – เพื่อทุกคนจะรักพระเจ้า รักผู้อื่น เล่าเรื่องพระเยซู และช่วยคนอื่นในการประกาศข่าวประเสริฐ

มีหลายวิธีที่คุณสามารถใช้เพื่อทบทวนจุดมุ่งหมายของกลุ่ม แต่ในการฝึกครั้งนี้ เราจะขอให้คนหนึ่งในกลุ่มอ่านจากมัทธิว 22 : 37-38 ให้ทุกคนฟัง กดหยุดวีดีโอ

ขั้นที่ 4 – “สำรวจ”

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่หลายคนอยากจะข้าม เพราะต้องถามคำถามที่ไม่อยากถาม

โปรดอย่าข้ามขั้นตอนนี้

พระเยซูทรงรักผู้ที่ติดตามพระองค์มากพอที่จะถามคำถามยาก ๆ หากเราต้องการเป็นเหมือน

พระเยซู เราควรรักซึ่งกันและกันมากพอที่จะทำเช่นนั้นด้วย

ในขั้นตอนนี้ ให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มรายงานผลว่าพวกเขาคุณได้เชื่อฟังและทำตามสิ่งที่พระเจ้าบอกกับเขาในการเข้ากลุ่มครั้งที่แล้วหรือไม่

ในการอบรมซูเม่แต่ละขั้นตอน เราควรตระหนักถึงภาระผูกพันหรือสิ่งที่เราสัญญาว่าจะทำในขั้นตอนของการมองไปข้างหน้า ซึ่งเกี่ยวกับการที่เราขอให้คุณเชื่อฟัง แบ่งปัน และอธิษฐาน เราต้องรับผิดชอบในภาระผูกพันหรือสิ่งที่สัญญาเหล่านั้น โดยการพิจารณาดูว่าเราได้ปฏิบัติดังกล่าวหรือไม่ ในขั้นตอนของการมองย้อนกลับ

นับตั้งแต่เริ่มการอบรมนี้ ถ้าคุณยังไม่เคยได้ใช้เวลามากนักในขั้นตอนนี้ นี่เป็นโอกาสดีที่จะเริ่มต้น

การรักพระเจ้าคือการเชื่อฟังสิ่งที่พระองค์ทรงบอกเรา การรักผู้อื่นหมายถึงการช่วยเหลือให้คนเหล่านั้นเชื่อฟังสิ่งที่พระเจ้าบอกกับพวกเขา

ความรักคือ การรับภาระผูกพันของใครบางคนอย่างจริงจัง – และในเวลาเดียวกันนั้นก็แสดงความรักแก่พวกเขาด้วยใจเมตตา

กดหยุดวีดีโอไว้ก่อนเพื่อถามคำถามต่อไปนี้:

  • คุณเชื่อฟังสิ่งที่ได้เรียนรู้อย่างไรบ้าง?
  • คุณนำสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ไปสอนใครบ้าง?
  • คุณได้เล่าเรื่องราวของคุณ หรือเรื่องของพระเจ้าให้ใครฟังบ้าง นับตั้งแต่คุณเข้าร่วมกลุ่มนี้?

ก่อนจบช่วงมองย้อนกลับ ผมมีคำแนะนำที่จะเป็นประโยชน์กับกลุ่มของคุณ:

คำแนะนำสำหรับผู้สอนการอบรม

ในการเข้ากลุ่ม บางครั้งอาจมีคนหนึ่งที่พูดมากกว่าคนอื่น อย่าปล่อยให้เป็นแบบนั้น ทุกคนในกลุ่มมีความสำคัญ ให้ทุกคนมีโอกาสแบ่งปัน หากมีคนที่ยังไม่มีโอกาสได้พูด ขอให้ค่อย ๆ เตือนคนที่พูดมากกว่าคนอื่นว่า ให้โอกาสคนอื่นได้พูดบ้าง

มองขึ้นไป

ในช่วงเวลาที่สองของการเข้ากลุ่ม เราขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าทรงนำเราทุกคนให้มีความเข้าใจในพระวจนะของพระองค์ดียิ่งขึ้น

เราจะอ่านข้อพระคัมภีร์แบบออกเสียงด้วยกัน จากนั้นถามคำถามให้ทุกคนช่วยกันตอบเพื่อจะได้เข้าใจพระประสงค์และแผนการของพระเจ้า

ขั้นที่ 1 – ทูลขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าทรงนำ

ใช้เวลาสักครู่อธิษฐานพูดคุยกับพระเจ้าอย่างเรียบง่ายและกระชับ ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์สอนคุณเกี่ยวกับข้อพระธรรมที่คุณจะอ่านด้วยกัน กดหยุดวีดีโอและอธิษฐาน

ขั้นที่ 2 – อ่านพระคำของพระเจ้าและถามคำถาม

ให้คนหนึ่งในกลุ่มอ่านออกเสียงจากพระธรรมลูกา 18 : 9 - 14 เมื่ออ่านเสร็จแล้ว ให้ทุกคนช่วยกันตอบคำถามต่อไปนี้:

  • คุณชอบอะไรในพระธรรมตอนนี้?
  • คุณคิดว่ามีสิ่งที่ท้าทายหรือเข้าใจยากมั๊ย?

หากในกลุ่มของคุณมีคนที่อ่านหนังสือไม่คล่อง – หรือมีคนที่สามารถเรียนรู้ด้วยการฟังเท่านั้น – ขอให้อ่านพระธรรมตอนนี้อย่างน้อยสองรอบ

กดหยุดวีดีโอเพื่ออ่านและตอบคำถาม

ให้อีกคนหนึ่งในกลุ่มอ่านพระธรรมตอนเดิมอีกครั้ง แล้วให้กลุ่มตอบคำถามต่อไปนี้:

  • เราได้เรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับบุคคลในพระธรรมตอนนี้?
  •  เราได้เรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับพระเจ้าจากพระธรรมตอนนี้?

ขอให้ยึดพระวจนะเป็นหลักและอภิปรายโดยไม่ต้องลงรายละเอียดมากเกินไป!

ก่อนจบขั้นตอนการมองขึ้น ผมมีคำแนะนำที่จะเป็นประโยชน์กับกลุ่มของคุณ:

คำแนะนำสำหรับผู้สอนการอบรม

เมื่อคุณศึกษาพระคำของพระเจ้า ขอให้มุ่งความสนใจไปที่พระวจนะ ไม่ใช่หนังสืออื่น ผู้สอนอื่น หรือแนวคิดอื่น แทนที่จะถามว่า “คุณคิดว่าพระธรรมตอนนี้หมายความว่าอย่างไร” ให้ถามว่า “พระธรรมตอนนี้บอกอะไรกับเรา?”

หากมีบางคนในกลุ่มที่ชอบสอนคนอื่น ให้คุณค่อย ๆ เตือนเขาอย่างสุภาพว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์จะเป็นผู้สอนเรา ทุกคนมาเพื่อเรียนรู้ร่วมกัน หากไม่มีใครพูดหรือการอภิปรายหยุดชะงักไปบ้าง ขออย่ากลัว พระเจ้าทรงทำงานของพระองค์แม้ในเวลาที่ไม่มีใครพูดอะไร

ขอให้จดจ่อที่พระคำของพระเจ้า ยึดพระวจนะเป็นหลัก และวางใจว่าพระเจ้าจะจัดการทุกอย่างเอง

มองไปข้างหน้า

ในช่วงที่สามซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของการเข้ากลุ่ม เราจะมุ่งความสนใจในการมองไปข้างหน้าเพื่อเราจะได้รู้ว่าเราจะเชื่อฟังและสอนคนอื่นด้วยสิ่งที่เราเรียนรู้จากพระวจนะของพระเจ้าได้อย่างไร

สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มจะได้อธิษฐานและถามคำถามต่อพระเจ้า 2 - 3 คำถามสั้น ๆ แล้วรอฟังคำตอบจากพระองค์ หลังจากนั้นเราจะแบ่งปันและฝึกปฏิบัติตามภาระผูกพันของเรา จากนั้นอธิษฐานปิดการเข้ากลุ่ม

ขั้นที่ 1 – อธิษฐานขอเป้าหมายที่มาจากพระเจ้า

ให้แต่ละคนในกลุ่มอธิษฐานเงียบ ๆ และถามพระเจ้าด้วยคำถามต่อไปนี้:

  • พระเจ้าข้า ข้าพระองค์จะเชื่อฟังและนำสิ่งที่พระองค์ทรงสอนข้าพระองค์ไปใช้ได้อย่างไร?
  • ข้าพระองค์จะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากพระธรรมตอนนี้ไปสอนใคร เพื่อที่เขาจะได้เชื่อฟังและรักพระองค์มากยิ่งขึ้น?
  • พระองค์อยากให้ข้าพระองค์เล่าคำพยานหรือข่าวประเสริฐของพระเยซูให้ใครฟัง?

กดหยุดวีดีโอและใช้เวลาอธิษฐาน

ทูลขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าประทานคำตอบที่เจาะจง เช่น ชื่อคน วิธีการหรือขั้นตอนที่คุณจะทำได้ในระหว่างหลังเลิกการเข้ากลุ่มนี้ไปจนถึงการเข้ากลุ่มครั้งต่อไป

ขั้นที่ 2 – สรุปภาระผูกพัน (สิ่งที่สัญญาว่าจะทำ)

ให้สมาชิกแต่ละคนแบ่งปันคำตอบที่พวกเขาได้ยินจากพระเจ้า จากถามคำถามที่เขาได้ถามพระองค์

บางคนอาจไม่ได้ยินคำตอบจากพระเจ้าสำหรับคำถามใดคำถามหนึ่ง หรือทั้งสามคำถาม ให้เขาบอกตามตรงว่าเขาไม่ได้ยินคำตอบ

แต่อย่างไรก็ดี อย่าลืมว่ากลุ่มของคุณควรจะได้ยินคำตอบจากพระเจ้า พระเยซูตรัสว่า – “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา” ยิ่งคุณให้ความสำคัญกับขั้นตอนการเชื่อฟังมากเท่าใด การเชื่อฟังของคุณก็จะง่ายขึ้นตามไปด้วย

กดหยุดวีดีโอและแบ่งปันสิ่งที่คุณได้ยิน

ขั้นที่ 3 – ฝึกปฏิบัติตามแผน

ก่อนจบการเข้ากลุ่ม ให้แบ่งเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 2 - 3 คน เพื่อฝึกปฏิบัติสิ่งที่พระเจ้าบอกให้แต่ละคนทำ

โปรดจำไว้ว่า – การฝึกนี้ไม่ใช่ การเชื่อฟัง ไม่ใช่การสอน หรือการแบ่งปัน เพียงแต่จะช่วยเตรียมคุณให้พร้อมทำสิ่งเหล่านั้นได้ดียิ่งขึ้น

ให้กลุ่มย่อยอธิษฐานปิดช่วงการฝึกปฏิบัติในกลุ่มย่อยของตนเอง อธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกันรวมถึงแผนการที่พระเจ้าให้ไว้ในใจของสมาชิกแต่ละคน

หากในกลุ่มของคุณมีคนที่อ่านหนังสือไม่คล่อง ขอให้เผื่อเวลาสำหรับการอ่านพระวจนะซ้ำอีกครั้ง เพื่อช่วยให้ทุกคนในกลุ่มมีความมั่นใจมากขึ้น ที่จะแบ่งปันกับคนที่เขาพบในระหว่างก่อนเข้ากลุ่มครั้งต่อไป

กดหยุดวีดีโอ เพื่อแบ่งกลุ่มย่อย ฝึกปฏิบัติและอธิษฐาน หากใครไม่มีภาระผูกพันที่เฉพาะเจาะจงให้ฝึกเล่าคำพยานหรือเล่าข่าวประเสริฐของพระเจ้าแทน

เมื่อแบ่งกลุ่มย่อยเสร็จแล้ว ให้ทุกคนกลับมารวมกลุ่มใหญ่เพื่อใช้เวลาสักครู่ขอบคุณพระเจ้าร่วมกัน คุณได้ฝึกขั้นตอนการมองไปข้างหน้าเสร็จสิ้นแล้ว และการฝึกเข้ากลุ่ม 3/3 ของคุณก็สมบูรณ์ครบถ้วนแล้ว

กลุ่มของคุณจะได้ฝึกแบบนี้ โดยไม่มีวีดีโอแนะนำในครั้งต่อไป ให้แน่ใจว่าทุกคนในกลุ่มได้สลับกันเป็นผู้นำ คุณไม่จำเป็นต้องมีของประทานด้านการสอน ขอแค่ทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ที่ได้เรียนรู้ไป

ก่อนจะแยกย้ายจากกัน ผมมีคำแนะนำที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเข้ากลุ่มของคุณ:

คำแนะนำสำหรับผู้สอนการอบรม

กลุ่ม 3/3 หลายกลุ่มมักจะมีการทำพิธีมหาสนิทร่วมกัน หรืออาจรับประทานอาหารร่วมกันและพูดคุยอย่างเป็นกันเอง

พระเจ้าประทานการสามัคคีธรรมเช่นนี้แก่เรา -- คือการที่เรามีความตั้งใจที่จะเรียนรู้และเติบโต ตั้งใจที่จะใช้ชีวิตและมีความสัมพันธ์เพื่อช่วยเสริมกำลัง หนุนใจกัน และสร้างเราให้เป็นเหมือนพระเยซู พระบุตรของพระเจ้ามากยิ่ง ๆ ขึ้น

และแล้ว – ตอนนี้กลุ่มของคุณก็ได้ฝึกการใช้เวลาทั้งสามช่วงไปแล้ว - เริ่มต้นด้วยการมองย้อนกลับ เพื่อสำรวจสิ่งที่เราทำสำเร็จหลังจากการเข้ากลุ่มครั้งที่แล้ว ต่อด้วยการมองขึ้น เพื่อเข้าใจในสิ่งที่พระเจ้าจัดเตรียมไว้ให้เราเรียนรู้ร่วมกัน สุดท้ายการมองไปข้างหน้า เพื่อนำสิ่งที่พระเจ้าให้ไว้ในใจของเราเปลี่ยนเป็นการกระทำในระหว่างที่เราแยกย้ายกันไป

กลุ่ม 3/3 – คือวิธีการเข้ากลุ่มที่ง่ายและเกิดผลจริงที่จะช่วยให้เราเป็นเหมือนพระเยซู มากยิ่งขึ้น

หารือ

(5 นาที)
  • คุณสังเกตเห็นความแตกต่างระหว่างกลุ่ม 3/3 กับกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์หรือกลุ่มเล็กที่คุณเคยเข้าร่วม (หรือเคยได้ยิน) ในอดีตหรือไม่?ถ้าเป็นเช่นนั้น ความแตกต่างเหล่านั้นจะมีผลกระทบต่อกลุ่มอย่างไร?
  • กลุ่ม 3/3 ถือเป็นคริสตจักรธรรมดาได้ไหม? เพราะอะไร?

ทบทวน

(1 นาที)

แนวคิดที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • ความซื่อสัตย์
  • ประชุมกลุ่ม 3/3

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

ใช้เวลาในสัปดาห์นี้ในการเชื่อฟัง ฝึกฝน และแบ่งปันตามคำมั่นสัญญาที่คุณได้ทำไว้ระหว่างการฝึกฝนกลุ่ม 3/3

แบ่งปัน

อธิษฐานและขอพระเจ้าว่าพระองค์ต้องการให้คุณแบ่งปันรูปแบบกลุ่ม 3/3 กับใครก่อน ที่กลุ่มของคุณจะพบกันอีกครั้ง แบ่งปันชื่อของบุคคลนี้กับกลุ่มก่อนที่คุณจะออกไป

ส่วนที่ 14

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 9872

อธิษฐาน

(5 นาที)

อธิษฐานและขอบคุณพระเจ้าสำหรับความมุ่งมั่นของกลุ่มที่จะติดตามพระเยซูอย่างซื่อสัตย์ และเชิญพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าให้ทรงนำเวลาของคุณร่วมกัน

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะฝึกฝนเครื่องมือนี้ในชุดเครื่องมือของเรา:

  • ประชุมกลุ่ม 3/3

กิจกรรม

(45 นาที)

ประชุมกลุ่ม 3/3

  • มองย้อนกลับไป – ใช้ความท้าทายในการเชื่อฟัง ฝึกฝน และแบ่งปันของส่วนล่าสุดเพื่อตรวจสอบซึ่งกันและกัน (15 นาที)
  • มองขึ้น – ใช้มาระโก 5:1-20 เป็นข้อความอ่านของกลุ่ม และตอบคำถาม 1-4 ในส่วนมองขึ้น (15 นาที)
  • มองไปข้างหน้า – ใช้คำถาม 5, 6 และ 7 ในส่วนมองไปข้างหน้าเพื่อพัฒนาว่าคุณจะเชื่อฟัง ฝึกฝน และแบ่งปันอย่างไร (15 นาที)

เนื้อหา:

มองย้อนกลับไป

ขั้นตอนที่ 1 - การแสดงความขอบคุณ

ใช้เวลาสักพักเพื่อให้แต่ละคนแบ่งปันสิ่งที่เขารู้สึกขอบคุณ

ขั้นตอนที่ 2 - แบ่งปันการต่อสู้ของคุณและอธิษฐานเผื่อกันและกัน

ให้แต่ละคนในกลุ่มแบ่งปันสิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญอย่างสั้น ๆ ให้คนอื่นอธิษฐานเผื่อพวกเขาเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาแบ่งปัน

ขั้นตอนที่ 3 - การเน้นที่กลุ่ม

ใช้เวลาและจดจำว่าทำไมคุณถึงอยู่ด้วยกัน - เพื่อรักพระเจ้า รักผู้อื่น แบ่งปันพระเยซู และช่วยเหลือผู้อื่นแบ่งปันพระองค์ด้วยเช่นกัน

ขั้นตอนที่ 4 - การตรวจสอบ

ให้แต่ละคนตอบคำถามต่อไปนี้:

  • คุณได้ปฏิบัติตามสิ่งที่คุณเรียนรู้มาจนถึงตอนนี้อย่างไร?
  • คุณได้ฝึกอบรมใครในสิ่งที่คุณได้เรียนรู้มา?
  • คุณได้แบ่งปันเรื่องราวของคุณหรือเรื่องราวของพระเจ้ากับใครบ้างนับตั้งแต่เราอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่ม?)


มองขึ้นไป

ขั้นตอนที่ 1 - เชิญพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้ามาทรงนำ

ใช้เวลาสักครู่ในการอธิษฐาน พูดคุยกับพระเจ้าอย่างเรียบง่ายและสั้น ๆ ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์สอนคุณจากข้อพระคัมภีร์ที่คุณกำลังจะอ่าน

ขั้นตอนที่ 2 - อ่านพระวจนะของพระเจ้าและถามคำถาม

ให้ใครสักคนในกลุ่มอ่านพระคัมภีร์ เมื่อคุณอ่านจบแล้ว กลุ่มควรตอบคำถามสองข้อนี้:

  • คุณชอบอะไรเกี่ยวกับเนื้อหาตอนนี้?
  • คุณพบว่าสิ่งใดท้าทายหรือยากที่จะเข้าใจ?


อ่านเนื้อหาเดิมซ้ำอีกครั้ง จากนั้นให้กลุ่มตอบคำถามสองข้อต่อไปนี้:

  • เราเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับผู้คนได้บ้างจากเนื้อหาตอนนี้?
  • เราเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับพระเจ้าได้บ้างจากข้อพระคัมภีร์นี้?


จำไว้ว่าให้ยึดตามข้อความและให้มีความเรียบง่าย!


มองไปข้างหน้า

ขั้นตอนที่ 1 - การอธิษฐานเพื่อจุดประสงค์ของพระเจ้า

ให้แต่ละคนในกลุ่มของคุณอธิษฐานในใจและถามพระเจ้าด้วยคำถามเหล่านี้:

  • โอ้พระเจ้า ข้าพระองค์จะเชื่อฟังและนำสิ่งที่พระองค์สอนไปใช้ได้อย่างไร?
  • ข้าพระองค์จะฝึกใครจากข้อความนี้เพื่อให้เขาเรียนรู้ที่จะเชื่อฟังและรักพระองค์มากขึ้น?
  • พระองค์อยากให้ข้าพระองค์แบ่งปันประจักษ์พยานของข้าพระองค์หรือข่าวดีเรื่องพระเยซูกับใคร?


ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าประทานคำตอบที่เฉพาะเจาะจง ชื่อที่เฉพาะเจาะจง และขั้นตอนที่เฉพาะเจาะจงที่คุณสามารถดำเนินการได้ในช่วงเวลาตั้งแต่นี้ไปจนถึงเมื่อกลุ่มของคุณพบกันอีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 2 - การรวบรวมคำมั่นสัญญา

ขอให้แต่ละคนในกลุ่มของคุณแบ่งปันสิ่งที่พวกเขาได้ยินจากพระเจ้าสำหรับแต่ละคำถาม บางคนอาจไม่ได้ยินอะไรจากพระเจ้าเลยในคำถามหนึ่ง สอง หรือแม้กระทั่งทั้งสามคำถาม เขาอาจรายงานเพียงว่าพวกเขาไม่ได้ยินก็ได้

แต่จำไว้ว่ากลุ่มควรฟังเสียงของพระเจ้า พระเยซูตรัสว่า “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา” และยิ่งคุณทำตามขั้นตอนการเชื่อฟังที่เฉพาะเจาะจงมากเท่าไร คุณก็จะเชื่อฟังได้ง่ายขึ้นก่อนที่เราจะพบกันอีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 3 - ฝึกฝนแผนของคุณ

ก่อนที่คุณจะยุติเวลาที่อยู่ร่วมกัน ให้กลุ่ม 3/3 ของคุณแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ กลุ่มละสองหรือสามคน และฝึกฝนสิ่งที่คุณได้ยินพระเจ้าขอให้คุณทำ

ทบทวน

(1 นาที)

เครื่องมือที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • ประชุมกลุ่ม 3/3

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

อธิษฐานและขอพระเจ้าว่าพระองค์ต้องการให้คุณเริ่มกลุ่ม 3/3 หรือไม่ ถ้าพระองค์ต้องการ ให้ดูรายชื่อ 100 คนของคุณ และขอพระเจ้าว่าคุณควรเชิญใครมาร่วมกลุ่มกับคุณ จากนั้นเชิญเขาในสัปดาห์นี้ และวางใจให้พระเจ้าสร้างกลุ่มนี้ขึ้นมา

แบ่งปัน

ค้นหาใครสักคนที่จะแบ่งปันรูปแบบกลุ่ม 3/3 ก่อนที่กลุ่มของคุณจะพบกันอีกครั้ง แบ่งปันชื่อของบุคคลนี้กับกลุ่มก่อนที่คุณจะออกไป

ส่วนที่ 15

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 4327

อธิษฐาน

(5 นาที)

ถามว่ามีใครในกลุ่มมีความต้องการเฉพาะเจาะจง ที่ต้องการให้กลุ่มอธิษฐานเผื่อหรือไม่ ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงสัญญาในพระวจนะของพระองค์ว่าจะทรงฟังและปฏิบัติเมื่อผู้คนของพระองค์อธิษฐาน ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าทรงนำเวลาของคุณที่อยู่ร่วมกัน

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะได้ยินและหารือเกี่ยวกับแนวคิดเหล่านี้:

  • วงจรการฝึกอบรม
  • กลุ่มย่อยสำหรับผู้นำ

อ่าน

(5 นาที)

วงจรการฝึกอบรม

ในบทเรียนนี้ เราจะทำความรู้จักกับวงจรการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนสาวก จากหนึ่งเพิ่มเป็นหลายคน และทำให้ภารกิจเปลี่ยนเป็นการขับเคลื่อน

คุณเคยหัดปั่นจักรยานหรือไม่? คุณเคยช่วยคนอื่นหัดมั๊ย? หากเคย คุณคงรู้เกี่ยวกับวงจรการเรียนรู้แล้ว 

มันคือการทำให้ดู ช่วยเหลือ เฝ้ามอง และปล่อย

ลองคิดย้อนกลับไปก่อนที่คุณจะปั่นจักรยานเป็น คุณอาจจะเคยเห็นคนอื่นปั่นมาก่อนแล้ว นั่นคือการทำให้ดู 

ทำให้ดู ช่วยเหลือ เฝ้ามอง และปล่อย

การทำให้ดู ก็คือการแสดงให้ดูเป็นตัวอย่างว่าต้องทำอย่างไร เมื่อเด็กได้เห็นคนปั่นจักรยานครั้งแรก พวกเขาเข้าใจได้ทันที นั่นแหละคือการทำให้ดู การทำให้ดูนี้ไม่จำเป็นต้องทำบ่อย ๆ ส่วนใหญ่ทำแค่ครั้งเดียวก็พอ 

ลองคิดย้อนไปถึงการปั่นจักรยานครั้งแรก คุณต้องการเพียงแค่ดูเท่านั้นหรือเปล่า?  หรือคุณตื่นเต้นอยากจะลองปั่นด้วยตัวเอง? ถ้าไม่มีใครยอมให้คุณลองปั่นล่ะ? 

การทำให้ดูที่มากจนเกินไป อาจส่งผลเสียต่อกระบวนการเรียนรู้ได้ การทำให้ดู คือการแสดงให้เห็นเพียงเล็กน้อย แล้วให้พวกเขาลองทำเอง เกิดอะไรขึ้นในการปั่นจักรยานครั้งแรก? พวกเขาเอาจักรยานให้คุณ แล้วก็เดินจากไปหรือเปล่า? 

คงไม่ใช่ ส่วนใหญ่เวลาหัดปั่นจักรยาน จะมีคนอยู่คอยช่วยในการปั่นครั้งแรก ๆ เขาจะเดินไปข้าง ๆ และคอยช่วยคุณ 

นั่นคือการช่วยเหลือ ทำให้ดู ช่วยเหลือ เฝ้ามอง และปล่อย

การช่วยเหลือ คือ การให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะ แต่จะคอยดูไม่ให้ผู้ที่ฝึกล้มลงแรงจนเกินไป 

การช่วยเหลือใช้เวลามากกว่าการทำให้ดู แต่จะไม่นานจนเกินไป อาจต้องมีการจูง การชี้ทาง และการแนะนำข้อปฏิบัติพื้นฐานบ้าง แต่จะไม่ใช่การฝึกให้เก่ง แค่ให้ได้ลงมือปฏิบัติ 

นึกออกมั๊ยเวลาที่มีคนวิ่งอยู่ข้าง ๆ ขณะที่คุณเริ่มปั่นไปได้และเคลื่อนไปเร็วขึ้น? ขั้นตอนนี้จะไม่ใช้เวลานาน ไม่เช่นนั้นคุณจะทรงตัวไม่เป็นเสียที 

การช่วยเหลือ คือ การทำให้คน ๆ หนึ่งได้เริ่มต้น และยอมให้เขาได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง และเมื่อเขาเริ่มเคลื่อนไปข้างหน้า พวกเขาก็กำลังทำให้ผู้เรียนคนอื่นได้ดูเป็นตัวอย่าง

ถึงแม้จะไม่มีใครช่วยจับจักรยานเอาไว้ ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณอยู่ตัวคนเดียว โดยปกติแล้วจะมีคนคอยเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ 

นั่นคือการเฝ้ามอง ทำให้ดู ช่วยเหลือ เฝ้ามอง และปล่อย 

การเฝ้ามอง คือการสร้างกำลังใจให้ผู้เรียนจนกว่าเขาจะสามารถปฏิบัติได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องเข้าไปช่วยหรือคอยบอก ในการปั่นจักรยาน บางคนอาจลุกขึ้นมาหัดและปั่นเป็นค่อนข้างเร็ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขารู้กฎทุกข้อบนท้องถนน

การเฝ้ามอง คือ การดูให้แน่ใจว่าคน ๆ นั้นจะปลอดภัย แม้จะไม่มีใครอยู่กับเขา การเฝ้ามอง ไม่ใช่แค่เพื่อให้แน่ใจว่าเขารู้ว่าจะต้องทำอะไรเท่านั้น แต่ต้องแน่ใจว่าเขาจะลงมือทำ แม้ไม่มีใครเฝ้ามองอยู่ก็ตาม

ในขั้นตอนการเรียนรู้นี้ ผู้เรียนจะได้เติบโตและสอนคนอื่นให้เติบโต...เพื่อที่คนอื่นเหล่านั้นจะสอนคนอื่น ๆ ให้เติบโตด้วย...เป็นอย่างนี้ซ้ำไปเรื่อย ๆ

สาวกจะสร้างสาวก ที่สร้างสาวก ที่สร้างสาวกไปเรื่อย ๆ จนมีสาวกรุ่นที่สามรุ่นที่สี่ 

การเฝ้ามอง คือการดูให้แน่ใจว่าผู้เรียนมีความเป็นผู้ใหญ่และไม่ใช่แค่เพียงเต็มใจแต่ยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย การเฝ้ามองต้องใช้เวลาสักพัก อาจจะนานกว่าการทำให้ดูและการช่วยเหลือรวมกันสักสิบเท่า หรืออาจนานกว่านั้น แต่การรอคอยนี้ให้ผล ที่คุ้มค่าเสมอ

ในที่สุด ผู้หัดก็ปั่นจักรยานเองได้

ก็ถึงเวลาของการปล่อย ทำให้ดู ช่วยเหลือ เฝ้ามองและปล่อย

การปล่อย เป็นเหมือนการจบการศึกษา นักเรียนก้าวขึ้นมาเป็นครู ลูกน้องขึ้นมาเป็นเพื่อนร่วมงาน สาวกขึ้นมาเป็นเพื่อน ในการปั่นจักรยาน คนที่สอนคุณจะไม่ปั่นไปกับคุณด้วยทุกครั้ง บางครั้งเขาอาจจะปั่นไปกับคุณ บางครั้งคุณอาจแยกจากเขา หรือไปกับคนอื่น ๆ หรือไปคนเดียว 

การปล่อย ถือเป็นการให้ของขวัญชิ้นสุดท้ายกับคนที่คุณรัก คือของขวัญแห่งอิสรภาพ การปล่อย คือการเตรียมคนให้พร้อมที่จะไปในที่ ๆ คุณเคยไปมาแล้ว และจะหนุนใจเขาให้ไปในที่ ๆ คุณยังไม่เคยไปด้วย

ทำให้ดู ช่วยเหลือ เฝ้ามองและปล่อย วงจรการเรียนรู้

จากหนึ่งคนเป็นหลายคน จากภารกิจสู่การขับเคลื่อน

หารือ

(10 นาที)
  • คุณเคยเป็นส่วนหนึ่งของวงจรการฝึกไหม?
  • คุณฝึกใคร? หรือใครฝึกคุณ?
  • บุคคลคนเดียวกันสามารถอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของวงจรการฝึกอบรมในขณะที่เรียนรู้ทักษะที่แตกต่างกันได้ไหม?
  • ถ้าเราฝึกคนแบบนั้นมันจะเป็นอย่างไร?

อ่าน

(5 นาที)

กลุ่มย่อยสำหรับผู้นำ

ในบทเรียนนี้ เราจะมาเรียนรู้ว่ากลุ่มเซลล์ผู้นำจะช่วยเตรียมผู้เชื่อในระยะเวลาอันสั้น     ให้พร้อมเป็นผู้นำตลอดชีวิตได้อย่างไร 

จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ จากสี่เป็นแปด การเพิ่มจำนวนแบบทวีคูณ การเพิ่มผู้เชื่อตามกลุ่มอายุ การเติบโตแบบก้าวกระโดด

นี่คือรูปแบบที่พระเจ้าทรงใส่ไว้ในการทรงสร้างของพระองค์ นี่คือรูปแบบที่พระเจ้าตั้งใจไว้สำหรับครอบครัวของพระองค์ เราได้เรียนรู้รูปแบบ สามส่วนสาม ไปแล้ว คือ   การเปลี่ยนผู้บริโภคให้เป็นผู้ผลิต เปลี่ยนผู้เรียนให้เป็นผู้นำ และเปลี่ยนสาวกให้เป็นผู้สร้างสาวก 

มองย้อนกลับ - มองขึ้น - มองไปข้างหน้า เรียนรู้ - เชื่อฟัง - แบ่งปัน 

การเข้ากลุ่มลักษณะนี้จะทำให้ผู้เชื่อแต่ละคนเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณอย่างต่อเนื่อง     และจะเกิดการเติบโตของผู้เชื่อใหม่ในกลุ่มผู้ติดตามพระเยซูอย่างต่อเนื่องด้วย รูปแบบนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนสาวกแบบทวีคูณ

แต่ถ้าการเข้ากลุ่มใช้เวลาแค่ช่วงสั้นๆล่ะ? พวกเขาจะยังคงเติบโตและขยายอาณาจักรของพระเจ้าได้หรือไม่? กลุ่มเซลล์ผู้นำคือทางหนึ่งที่จะนำรูปแบบสามส่วนสามมาใช้    เมื่อคุณรู้ว่าคุณมีเวลาจำกัดในการเข้ากลุ่ม

กลุ่มเซลล์ผู้นำเป็นการเตรียมผู้เชื่อแต่ละคนภายในระยะเวลาอันสั้น เพื่อให้พวกเขาเรียนรู้รูปแบบการสร้างผู้เชื่อใหม่ที่ยั่งยืน กลุ่มเซลล์ผู้นำจะช่วยให้ผู้เรียนกลายเป็นผู้นำที่สร้างกลุ่มใหม่ขึ้น ฝึกคริสตจักรใหม่ และตั้งกลุ่มเซลล์ผู้นำใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อขยายครอบครัวของพระเจ้า

กลุ่มเซลล์ผู้นำจะเกิดผลดีกับกลุ่มคนที่ไม่อยู่กับที่

คนที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง นักเรียน นักศึกษา ทหาร คนงานตามฤดูกาลที่เชื่อพระเยซูแล้ว คนเหล่านี้เหมาะมากสำหรับกลุ่มเซลล์ผู้นำ เนื่องจากวัฒนธรรม อาชีพ หรือช่วงชีวิตของเขาเหล่านี้ ทำให้การตั้งกลุ่มที่พบปะกันเป็นประจำทำได้ยาก แต่พวกเขาสามารถเรียนรู้และฝึกการตั้งกลุ่มในทุกที่ ที่พวกเขาไปอยู่ได้

นอกจากนี้ กลุ่มเซลล์ผู้นำจะเกิดผลดีถ้าสมาชิกในกลุ่มเริ่มเชื่อพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือหมู่บ้านเล็กๆ ก็สามารถเรียนรู้และได้รับการฝึกได้ในระยะเวลาอันสั้น เพื่อจะกลายเป็นผู้สร้างสาวกไปตลอดชีวิต แม้พวกเขาจะไม่มีพี่เลี้ยงคอยติดตามผลหรือให้คำแนะนำฝ่ายวิญญาณก็ตาม

ในบทเรียนก่อนหน้านี้ เราได้เรียนรู้และได้ฝึกสองส่วนสุดท้ายของรูปแบบสามส่วนสามไปแล้ว ในเวลานี้ - เราจะฝึกทั้งสามส่วน - นั่นคือ มองย้อนกลับ, มองขึ้น, และมองไปข้างหน้า

หารือ

(10 นาที)
  • มีกลุ่มสาวกพระเยซูที่คุณรู้จักที่กำลังประชุมกันอยู่หรือเต็มใจที่จะประชุมและจัดตั้งกลุ่มผู้นำเพื่อเรียนรู้การฝึกอบรม Zúme หรือไม่
  • ต้องมีอะไรบ้างถึงจะนำเขามารวมกัน?

ทบทวน

(1 นาที)

แนวคิดที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • วงจรการฝึกอบรม
  • กลุ่มย่อยสำหรับผู้นำ

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

เลือกทักษะหรือแนวคิดหนึ่งอย่างที่คุณได้เรียนรู้ใน Zúme และเป็นพี่เลี้ยงให้ใครสักคนเพื่อถ่ายทอดให้กับรุ่นที่สี่

แบ่งปัน

แบ่งปัน "วงจรการฝึก" กับผู้เชื่อในรายชื่อ 100 ของคุณ

ส่วนที่ 16

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 2871

อธิษฐาน

(5 นาที)

อธิษฐานและขอบคุณพระเจ้าที่ทรงประทานพลัง สมาธิ และความซื่อสัตย์ให้แก่กลุ่มของคุณจนสามารถมาได้จนถึงจุดนี้ในการฝึกอบรมครั้งนี้ ขอให้พระเจ้าทรงให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เตือนทุกคนในกลุ่มว่าพวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยถ้าปราศจากพระองค์!

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะได้ยินและหารือเกี่ยวกับแนวคิดเหล่านี้:

  • คาดหวังการเติบโตแบบไม่เป็นขั้นตอน
  • จังหวะก้าว
  • เป็นส่วนหนึ่งของสองคริสตจักรเสมอ

อ่าน

(5 นาที)

การเจริญเติบโตแบบไม่เป็นขั้นตอน

ในบทเรียนนี้ เราจะมาเรียนรู้วิธีการเลิกนิสัยการคิดแบบแนวตรงเป็นขั้นตอน  เพื่อเร่ง  การขับเคลื่อนขยายแผ่นดินของพระเจ้า ในการสร้างสาวกที่สามารถสร้างสาวกเพิ่มได้อย่างรวดเร็วนั้น เราจะต้องระลึกเสมอว่า หลาย ๆ สิ่งสามารถเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันได้ และไม่จำเป็นต้องมีลำดับแน่นอนว่าสิ่งใดต้องมาก่อนมาหลัง 

เราต้องเรียนรู้ถึงพลังของการเติบโตแบบไม่เป็นขั้นตอน เมื่อคิดถึงการทวีจำนวนสาวก คนเรามักคิดว่าเป็นกระบวนการที่ดำเนินไปทีละขั้นตอน

ขั้นแรก อธิษฐาน จากนั้น เตรียมการ ต่อมาเล่าข่าวประเสริฐของพระเจ้า จากนั้นสร้างสาวก แล้วจึงสร้างคริสตจักร จากนั้นพัฒนาผู้นำ แล้วก็เริ่มใหม่ตั้งแต่ขั้นตอนแรก

เมื่อเราเรียนรู้วิธีการนี้ การเติบโตของแผ่นดินของพระเจ้าดูเหมือนเป็นกระบวนการ         ที่ปฏิบัติตามได้ง่าย ซึ่งเป็นแนวตรง และเป็นไปตามลำดับ ปัญหามีอยู่ว่า มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือ หลายครั้งมันไม่ใช่วิธีที่ได้ผลดีที่สุด

เส้นนี้แสดงถึงชีวิตของคน นี่คือตอนเกิด นี่คือตอนที่เขาได้ยินข่าวประเสริฐเป็นครั้งแรก    นี่คือตอนที่เขาเลือกติดตามพระเยซู นี่คือตอนที่เขาเล่าเรื่องของตนเองและเรื่องราวของพระเจ้าเป็นครั้งแรก และเริ่มต้นที่จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น และนี่คือตอนที่ชีวิตของเขาสิ้นสุดลง 

จากจุดนี้ถึงจุดนี้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องราวของพระเยซูไปจนถึงครั้งแรกที่เล่าเรื่องของพระองค์ เราจะเรียกช่วงเวลานี้ว่าเป็นช่วงเวลาด้านจิตวิญญาณ 

ระยะเวลาก่อนที่จะเริ่มสร้างสาวก ระยะเวลาก่อนที่ครอบครัวของพระเจ้าจะเติบโตขึ้น   นี่คือวิธีการสร้างสาวก แต่เมื่อเราใช้รูปแบบของ  “พระพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” มาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

ตอนนี้ สาวกใหม่เริ่มทวีจำนวนได้ทันที เป็นการลดช่วงเวลาด้านจิตวิญญาณให้สั้นเข้า   มีคนได้ยินข่าวประเสริฐเร็วขึ้น ครอบครัวของพระเจ้าเติบโตเร็วขึ้น มีคนได้รับความรอด    นิรันดร์มากขึ้น

ทั้งหมดนี้ ทำได้โดยการลดช่วงเวลาของการทวีจำนวนสาวกเข้ามา แล้วถ้าเราทำแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ล่ะ? ถ้าคนหนึ่งเริ่มทวีจำนวนสาวกได้เร็วกว่านั้นล่ะ? ถ้าพวกเขาเริ่มแบ่งปันตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาได้ยิน แทนที่จะรอให้พวกเขาเชื่อก่อนล่ะ? 

มีบางคนยินดีที่จะตั้งกลุ่มเพื่อบอกเล่าสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้จากพระวจนะของพระเจ้าให้กับเพื่อนและครอบครัว ก่อนที่พวกเขาจะตอบ “ตกลง” กับพระเยซูเสียอีก หากเราสอนคนเหล่านี้ให้รู้วิธีตั้งกลุ่ม และวิธีบอกเล่าสิ่งที่เขาได้รู้ และสอนคนอื่นให้ทำแบบเดียวกัน ครอบครัวของพระเจ้าก็จะเติบโตเร็วยิ่งขึ้น การเป็นสาวกคือทางที่นำไปถึงพระเยซู ไม่ใช่แค่สิ่งที่เราต้องบอกเล่าแก่ผู้อื่นหลังจากรับความรอดแล้ว

นี่คือหนทางที่จะนำครอบครัว เพื่อนฝูง หรือกระทั่งคนทั้งหมู่บ้านให้มาติดตามพระเยซูได้ แล้วถ้ามีคนที่สามารถทวีจำนวนสาวกได้เร็วกว่านั้นอีกล่ะ? ถ้ามีคนที่สามารถเล่าถึงวิถีทางของพระเจ้าให้คนอื่นฟัง ก่อนที่ตัวเขาเองจะได้พบพระบุตรของพระองค์ล่ะ? 

บางครั้ง บางคนอาจทำไม่ได้หรือไม่พร้อมที่จะฟังข่าวประเสริฐของพระเจ้าในทันที

แต่คนกลุ่มนี้สามารถเรียนรู้แบบแผนของพระเจ้าได้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การพัฒนาชุมชนหรือการอบรมผู้นำ คนกลุ่มนี้สามารถเริ่มเผยแพร่แบบแผนของพระเจ้า เรียนรู้    เชื่อฟัง แบ่งปัน และสอนผู้อื่นให้ทำแบบเดียวกันได้ ก่อนที่พวกเขาจะได้ยินเรื่องของพระเยซูด้วยซ้ำไป

หากเป็นอย่างนี้ วิถีของพระเจ้าจะประทับอยู่ในหัวใจที่พร้อม วิธีการของพระองค์จะถูกผสมผสานเข้าไปในชุมชนและชีวิตของผู้คน จากนั้น เมื่อพระองค์ทรงเตรียมทางของพระองค์ไว้แล้ว ข่าวประเสริฐของพระเจ้าจะเปิดเผยความจริงที่พวกเขาได้รับตลอดเวลาที่ผ่านมา นี่คือ วิธีการที่จะนำให้สถาบัน ชุมชน หรือกระทั่งผู้คนทั้งประเทศมาติดตาม  พระเยซู

แต่ในการเติบโตแบบไม่เป็นขั้นตอน  เรายังจำเป็นต้องถามคำถามว่า “อะไรคือสิ่งสำคัญ?” ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด คำถามสำคัญที่สุดก็ยังคงเหมือนเดิม ใครคือดินดีที่เป็นคนสัตย์ซื่อ? ใครคือคนที่จะเรียนรู้ ฝึกฝน และบอกเล่าถึงวิถีทางของพระเจ้า?

การเผยให้เห็นดินดี การค้นพบหัวใจดีงามเหล่านี้ เป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับเวลา พลังงาน       และความพยายามทั้งหมดของเรา คนเหล่านี้คือคนที่เราทุ่มเทใจให้ คนเหล่านี้คือคนที่เราทุ่มเทชีวิตให้ คนเหล่านี้คือคนที่ขยายอาณาจักรของพระเจ้าได้ดีที่สุด

หารือ

(10 นาที)
  • ความคิดที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่คุณได้ยินในวิดีโอนี้คืออะไร ทำไม?
  • ความคิดอะไรที่ท้าทายที่สุด เพราะเหตุใด?

อ่าน

(5 นาที)

จังหวะก้าว

ในบทเรียนนี้เราจะมาเรียนรู้ว่าเพราะเหตุใดการทวีจำนวนจึงสำคัญ และเพราะเหตุใดการทวีจำนวนอย่างรวดเร็วจึงสำคัญยิ่งกว่า บทเรียนนี้เป็นเรื่องของการขับเคลื่อน       การขับเคลื่อนเกี่ยวข้องกับเวลา มันกำหนดว่าสิ่งต่าง ๆ จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหรืออย่างช้า ๆ การขับเคลื่อนมีความสำคัญ เพราะสถานที่ ๆ เราทุกคนจะใช้ชีวิตนิรันดร์หลังความตายซึ่งอยู่เหนือกาลเวลา ได้ถูกกำหนดด้วยเวลาสั้นๆ ที่เราเรียกว่า “ชีวิต”

พระวจนะของพระเจ้าบอกเราว่า พระเจ้าทรงอดทนกับเรา ไม่ทรงต้องการให้มีใครสักคนพินาศ แต่ทรงปรารถนาให้ทุกคนหันกลับมาติดตามพระองค์ พระเจ้าทรงให้เวลากับเรามาก เพราะทรงรู้ว่าเรามีเวลาจำกัดที่จะทำสิ่งที่พระองค์ทรงเรียกให้เราทำ และประกาศกับผู้ที่พระองค์ทรงเรียกให้เราไปประกาศ

เราต้องประกาศแก่ผู้อื่นอย่างรวดเร็ว เพื่อเราจะได้ติดตามพระเยซูใกล้ชิดยิ่งขึ้น เราไม่อาจชักช้า เราต้องเร่งการขับเคลื่อนของเรา

คริสตจักรทั่วโลก คือผู้ติดตามพระเยซูทั้งหมด มีจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คริสตจักรทั่วโลก คือ ผู้ติดตามของพระเยซูทั้งหมดรวมกันแล้วเป็นส่วนใหญ่ของประชากรโลกมากกว่าที่เคยเป็นมาก่อน แต่แม้ว่าจะมีจำนวนมากขนาดนั้น คริสตจักรทั่วโลกก็ยังเติบโตช้ากว่าจำนวนประชากรทั่วโลก

นั่นหมายความว่า ในขณะที่มีพวกเราที่ติดตามพระเยซูเป็นจำนวนมากกว่าที่เคยเป็น    แต่ยังมีคนอีกเป็นจำนวนมากกว่าที่ไม่ได้ติดตามพระเยซู และพวกเขาเหล่านั้นจะมีชีวิต นิรันดร์ที่แยกจากพระองค์มากกว่าที่เคยเป็นมาก่อน

การสร้างสาวก ที่สร้างสาวกต่อ เป็นเรื่องสำคัญ เริ่มต้นด้วยสาวกเพียงหนึ่งคน หากพวกเขาเพิ่มจำนวนและสร้างสาวกใหม่หนึ่งคนทุก ๆ  18 เดือน คือหนึ่งปีครึ่ง แล้วสาวกใหม่ทุกคนทำอย่างเดียวกัน ในเป็นเวลาสิบปี จะมีผู้ติดตามพระเยซูใหม่ 64 คน

64 คนนี้จะดำเนินชีวิตของพวกเขาตลอดไปด้วยความรักของพระเจ้า

แต่ถ้าพวกเขาทำงานเร็วขึ้นอีกสักนิดล่ะ? ถ้าพวกเขาเร่งการขับเคลื่อนให้เร็วขึ้นล่ะ? 

หากพวกเขาเพิ่มจำนวนได้ภายใน 4 เดือน หรือหนึ่งไตรมาส แทนที่จะเป็น 18 เดือน และสาวกใหม่ทุกคนทำแบบเดียวกัน ในระยะเวลา 10 ปี จะมีผู้ติดตามพระเยซูใหม่ ถึง 1,000 ล้านคน

ลองคิดดูสิครับ แทนที่จะไม่ถึง 100 คน แต่กลับมากกว่า 1,000 ล้านคน

ทั้งหมดนี้เกิดจากการเร่งการขับเคลื่อน

การลดระยะเวลาจาก 18 เดือนเหลือ 4 เดือน หมายความว่าเราเคลื่อนไปเร็วกว่าเดิมถึง สี่เท่าครึ่ง แต่ถ้าสาวกทุกคนเร่งมือไปพร้อมกันภายในระยะเวลา 10 ปี นั่นหมายความว่า ครอบครัวของพระเจ้าจะเติบโตเร็วกว่าเดิมถึง 15 ล้านเท่า 

ไม่ถึงหนึ่งร้อย มากกว่าหนึ่งพันล้าน

การขับเคลื่อน มีความสำคัญ 

การเล่าเรื่องของเราและเรื่องราวของพระเจ้าและนำคนมาติดตามพระเยซูคือการขยายครอบครัวของพระเจ้า การสอนให้ผู้เชื่อใหม่ทำแบบเดียวกัน จะทำให้ครอบครัวของพระเจ้าเติบโตราวกับไฟป่าที่แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

เหมือนยีสต์หรือเชื้อขนมปังที่กระจายไปทั่วขนมปัง 

เหมือนซูเม่

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจาก การขับเคลื่อน

หารือ

(10 นาที)
  • ทำไมก้าวย่างจึงสำคัญ?
  • คุณต้องการเปลี่ยนแปลงความคิด การกระทำ หรือทัศนคติของคุณอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องมากขึ้นกับลำดับความสำคัญของพระเจ้าสำหรับการก้าวย่าง
  • สิ่งหนึ่งที่คุณสามารถทำได้ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไปเพื่อสร้างความแตกต่างคืออะไร?

อ่าน

(5 นาที)

เป็นส่วนหนึ่งของสองคริสตจักรเสมอ

ในบทเรียนนี้ เราจะได้เรียนรู้ว่าผู้ติดตามพระเยซูจะต้องทำอย่างไร จึงจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งของสองคริสตจักรได้ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและช่วยทำให้ครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณที่สัตย์ซื่อกลายเป็นกลุ่มผู้เชื่อที่ขยายออกไปเรื่อย ๆ จนทั่วเมือง ในพระวจนะของพระเจ้า เราได้รู้ว่าพระเจ้ามีแผนการอันสมบูรณ์แบบสำหรับเรา นั่นคือ ให้เราใช้ชีวิตร่วมกันเป็นครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณ พระคัมภีร์พูดถึงครอบครัวในฐานะที่เป็นคริสตจักรไว้สามรูปแบบ:

  • คริสตจักรสากล คือ การรวมตัวของผู้เชื่อทั้งหมดจากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต 
  • คริสตจักรท้องถิ่นหรือคริสตจักรในเมือง คือ การรวมตัวของผู้เชื่อในเมืองหรือในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในประเทศ
  • คริสตจักรแบบเรียบง่าย  คือ การรวมตัวของผู้เชื่อที่มารวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ในอาคารหรือบ้าน 

กลุ่มที่เล็กที่สุดที่เป็นคริสตจักรนี้ ประกอบไปด้วยครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณที่ใช้ชีวิตร่วมกัน และเกิดผลมากเมื่อมีการพบปะและทำงานร่วมกันเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปีในแต่ละครั้ง

ในเวลาเดียวกัน พระเยซูทรงสอนผู้ติดตามพระองค์ว่าพวกเขาควรสร้างครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณใหม่อยู่เสมอ ให้ครอบครัวเหล่านั้นเติบโตเป็นเหมือนพระเยซูมากขึ้น และช่วยพวกเขาเรียนรู้จักการสร้างครอบครัวใหม่ฝ่ายจิตวิญญาณต่อไปด้วย

พระเยซูตรัสแก่เราว่า “เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้“ แล้วสองสิ่งนี้จะมีส่วนร่วมกันได้อย่างไร เราจะเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักร และร่วมในกระบวนการสร้างคริสตจักรใหม่ในเวลาเดียวกันได้อย่างไร?

ลองคิดภาพคริสตจักรแห่งหนึ่งที่อยู่ในระดับขั้นพื้นฐาน  ที่มีสมาชิกเพียงสี่ครอบครัว ในหนึ่งครอบครัวจะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในการนำครอบครัวของเขา หัวหน้าครอบครัวทุกคู่เป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักร ซึ่งเป็นครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณที่พวกเขาเป็นสมาชิกประจำ เป็นกลุ่มที่พวกเขาใช้ชีวิตด้วย เป็นพี่น้องที่หนุนใจกันด้วยความรักและการทำความดี

แต่หัวหน้าครอบครัวเหล่านี้ต่างกำลังสร้างครอบครัวใหม่ฝ่ายจิตวิญญาณอยู่ด้วย ซึ่งบทบาทการมีส่วนร่วมของพวกเขาจะไม่เหมือนกับในคริสตจักรที่อยู่ในระดับพื้นฐานของพวกเขาเอง แต่พวกเขากำลังช่วยด้วยการ ทำให้ดู และ ช่วยเหลือ ในขณะที่ครอบครัวใหม่ฝ่ายจิตวิญญาณถือกำเนิดและเติบโตขึ้น 

ลองคิดดูนะครับ หนึ่งคริสตจักรสามารถตั้งคริสตจักรใหม่ได้ถึง 4 แห่งในเวลาเดียวกัน พระเจ้าทรงสามารถขยายครอบครัวของพระองค์ได้อย่างรวดเร็วถึงขนาดนี้ ดังนั้นคริสตจักรควรเร่งการขับเคลื่อนให้ทัน

ในบทเรียนก่อนหน้านี้ เราเรียนเรื่องวงจรการเรียนรู้ อันได้แก่ การทำให้ดู ช่วยเหลือ เฝ้ามอง และปล่อย และเรารู้ว่า 2 ช่วงเวลาแรก คือการทำให้ดูและช่วยเหลือนั้น ควรเริ่มและจบอย่างรวดเร็ว เพื่อผู้เชื่อใหม่จะแข็งแรงและเติบโตในความเชื่อ

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับคริสตจักรเริ่มแรกและคริสตจักรสี่แห่งที่พวกเขาพึ่งก่อตั้งขึ้นใหม่? 

หลังจากที่หัวหน้าครอบครัว จากคริสตจักรเริ่มแรก ได้ตั้งกลุ่มใหม่ขึ้นด้วยการ ทำให้ดูและช่วยเหลือแล้ว นั่นหมายความว่าพวกเขาได้ช่วยคริสตจักรใหม่รุ่นที่ 1 ให้เริ่มการ ทำให้ดูและช่วยเหลือ คริสตจักรใหม่รุ่นที่ 2 ด้วยเช่นกัน

ในตอนนี้ สำหรับคริสตจักรใหม่รุ่นที่ 1 ทั้งสี่แห่ง หัวหน้าครอบครัวจากคริสตจักรเริ่มแรก  จะอยู่ในระยะเฝ้ามองดูความก้าวหน้าของคริสตจักรใหม่รุ่นที่ 1 และคอยให้คำแนะนำพวกเขาในการ ทำให้ดูและช่วยเหลือคริสตจักรใหม่รุ่นที่ 2 ที่พวกเขาตั้งขึ้น

คนส่วนใหญ่จะไม่สามารถ ทำให้ดูและช่วยเหลือ ครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณได้ครั้งละมากกว่าหนึ่งครอบครัว แต่พวกเขาสามารถช่วยเฝ้ามองและฝึกสอนคริสตจักรหลายแห่งได้ และช่วยให้พวกเขาติดต่อกับกลุ่มเพื่อนหรือพี่เลี้ยงได้ในขั้นตอนของการเติบโต

นั่นหมายความว่า ครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณหนึ่งครอบครัวหรือคริสตจักรขนาดเล็ก สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการตั้งคริสตจักรขนาดเล็กอีกหลายแห่งได้ในเวลาเดียวกัน นี่คือการเกิดผลที่มากมาย

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับคริสตจักรเหล่านี้ที่เติบโตและสร้างคริสตจักรใหม่ต่อไปเรื่อย ๆ ? พวกเขาจะรักษาความสัมพันธ์ที่มีต่อกันไว้อย่างไร? พวกเขาจะดำเนินชีวิตในขณะที่ขยายครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณได้อย่างไร?

คำตอบก็คือ คริสตจักรที่มีรูปแบบเรียบง่ายเหล่านี้เป็นเหมือนเซลล์ในร่างกายที่กำลังเติบโต พวกเขาเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน เกิดเป็นเครือข่ายคริสตจักรในเมืองหรือคริสตจักรท้องถิ่น

คริสตจักรต่าง ๆ เชื่อมโยงกัน พวกเขามีดีเอ็นเอฝ่ายจิตวิญญาณเดียวกัน พวกเขาผูกพันกัน เพราะมาจากครอบครัวที่เพิ่มจำนวนเหมือนกัน

และบัดนี้ โดยการแนะนำบางอย่าง พวกเขามารวมกันเป็นกลุ่มที่ใหญ่กว่าเดิมเพื่อจะเกิดผลให้มากกว่าเดิม

หารือ

(10 นาที)

อะไรคือข้อดีบางประการของการรักษาครอบครัวฝ่ายวิญญาณให้สม่ำเสมอซึ่งให้กำเนิดครอบครัวใหม่ที่เติบโตและทวีคูณ แทนที่จะทำให้ครอบครัวเติบโตอย่างต่อเนื่องและแยกออกจากกันเพื่อเติบโตต่อไป

ทบทวน

(1 นาที)

แนวคิดที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • คาดหวังการเติบโตแบบไม่เป็นขั้นตอน
  • จังหวะก้าว
  • เป็นส่วนหนึ่งของสองคริสตจักรเสมอ

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

ฝึกแบ่งปันแนวคิดเรื่อง “ก้าวย่าง” กับเพื่อน และอธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงปลูกฝังแนวคิดนี้ไว้ในใจและจิตวิญญาณของคุณอย่างลึกซึ้ง ถามพระเจ้าว่าพระองค์ต้องการให้เราแบ่งปันแนวคิดนี้กับใคร

แบ่งปัน

ถ้าคุณได้เริ่มต้นคริสตจักรที่เรียบง่ายของคุณเองแล้ว โปรดแบ่งปันรูปแบบ "คริสตจักรสองแห่งเสมอ" กับคนในคริสตจักรนั้น ถ้ายังไม่ได้แบ่งปันก็ให้แบ่งปันกับผู้เชื่อคนอื่นที่คุณรู้จัก

ส่วนที่ 17

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 4328

อธิษฐาน

(5 นาที)

อธิษฐานและขอบคุณพระเจ้าสำหรับวิธีที่พระองค์ยังคงตรัสผ่านพระวจนะ การอธิษฐาน ร่างกาย การข่มเหง และความทุกข์ทรมาน อธิษฐานให้ทุกคนในกลุ่มมีหูที่จะได้ยินเสียงของพระองค์ และพระคุณที่จะเชื่อฟังสิ่งที่พระองค์ตรัส

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะได้ยินและหารือเกี่ยวกับแนวคิดนี้:

  • ความเป็นผู้นำในเครือข่าย

และเราจะเพิ่มเครื่องมือนี้ลงในชุดเครื่องมือของเรา:

  • รายการตรวจสอบการฝึกสอน

อ่าน

(5 นาที)

ความเป็นผู้นำในเครือข่าย

ในบทเรียนนี้ เราจะได้เรียนรู้ว่า ความเป็นผู้นำแบบเครือข่ายจะช่วยให้กลุ่มคริสตจักรขนาดเล็กทำงานร่วมกัน เสริมสร้างผู้นำใหม่ และเกิดผลมากขึ้นในสิ่งดีที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้คนของพระองค์ได้อย่างไร? 

เมื่อคริสตจักรเติบโตและสร้างคริสตจักรใหม่ไปเรื่อยๆ พวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป? พวกเขาเชื่อมโยงกันอย่างไร? พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวทางจิตวิญญาณที่ยาวนานได้อย่างไร? 

คำตอบก็คือ คริสตจักรพื้นฐานเหล่านี้เป็นเหมือนเซลล์ต่างๆ ในร่างกายที่กำลังเติบโต พวกเขาประสานและเชื่อมโยงกันขึ้นเป็นคริสตจักรเมืองหรือคริสตจักรท้องถิ่น 

คริสตจักรเหล่านี้มีความสัมพันธ์กัน พวกเขามีดีเอ็นเอฝ่ายจิตวิญญาณเดียวกัน พวกเขาทั้งหมดเติบโตขึ้นมาจากครอบครัวเดียวกันตั้งแต่แรก เป็นครอบครัวที่เริ่มต้นจากการเพิ่มจำนวน 

และบัดนี้ – โดยคำแนะนาบางอย่าง พวกเขาได้รวมกันเป็นกลุ่มที่ใหญ่ขึ้น เพื่อจะทำงานให้เกิดผลมากยิ่งกว่าเดิม 

ในระดับเมืองและระดับท้องถิ่น พระวจนะของพระเจ้าบอกเราว่า กลุ่มผู้เชื่อที่กำลังเติบโตขึ้นนี้มีผู้นำกลุ่มใหม่ 

ในพันธสัญญาใหม่ คริสตจักรเรียกผู้รับใช้เหล่านี้ว่าผู้ปกครองและมัคนายก ผู้เลี้ยงแกะและผู้ดูแลฝูงแกะ 

เราเรียนรู้จากพระวจนะของพระเจ้าว่า คริสตจักรบ้านจำนวนมากมายในกรุงเยรูซาเล็มมีกลุ่มผู้ดูแลหรือมัคนายก 7 คน 

เราเรียนรู้จากพระวจนะของพระเจ้าว่า คริสตจักรบ้านจำนวนมากมายในเมืองเอเฟซัสได้รับการดูแลจากกลุ่มผู้ปกครองกลุ่มเล็กๆ ซึ่งเป็นคนเลี้ยงแกะที่ทำตามแบบอย่างขององค์พระผู้เลี้ยงที่ดี คือ พระเยซู และพวกเขาอุทิศชีวิตเพื่อฝูงแกะ 

นอกจากนี้ เรายังได้เห็นของประทานสำหรับการเป็นผู้นำ 5 อย่าง 

พระวจนะของพระเจ้ากล่าวว่า “พระคริสต์ทรงให้บางคนเป็นอัครทูต บางคนเป็นผู้เผยพระวจนะ บางคนเป็นผู้เผยแพร่ข่าวประเสริฐ บางคนเป็นศิษยาภิบาลและอาจารย์ เพื่อเตรียมธรรมิกชนให้เป็นคนที่จะรับใช้ เพื่อเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์ให้จำเริญขึ้น” 

พระเจ้าไม่ได้ประทานของประทานฝ่ายวิญญาณเหล่านี้แก่คนกลุ่มเล็กๆ เพื่อให้พวกเขาทำงานทุกอย่างในคริสตจักร แต่เพื่อให้พวกเขาได้รับใช้และเตรียมผู้เชื่อของพระเยซูให้พร้อมทำงาน เพื่อกลุ่มผู้เชื่อทั้งหมดจะสามารถทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุตามน้ำพระทัยของพระเจ้าทุกประการ 

สาหรับผู้นำเหล่านี้ นอกเหนือจากการพบปะกับครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณของตนเองแล้ว พวกเขาจะพบปะกัน อธิษฐาน สามัคคีธรรม หนุนใจกันและกันในลักษณะเดียวกับกลุ่มคริสตจักรตามบ้าน 

ในการประชุมอบรมผู้นำและกลุ่มพี่เลี้ยงจะใช้รูปแบบกลุ่มสามส่วนสาม 

เครื่องมือการทำงานของผู้นำสี่รูปแบบ ใช้สำหรับการวางแผน การประเมินผล การหนุนใจและการสอนในระดับที่สูงขึ้นไป เช่นเดียวกับที่ใช้ในระดับท้องถิ่น 

เมื่อผู้นำมาพบกัน พวกเขาเล่าสู่กันฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวของพวกเขาแต่ละคนและสิ่งที่เกิดขึ้นกับกลุ่มเครือข่ายของพวกเขา พวกเขาเป็นตัวแทนของกลุ่มครอบครัวและเล่าถึงความเป็นอยู่ของผู้ที่เขารับใช้ 

สถานที่ๆ ดีที่จะใช้เป็นศูนย์กลางของเครือข่ายครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณควรจะเป็นที่ๆ เครือข่ายนั้นถือกำเนิดขึ้น เครือข่ายคริสตจักรในเมืองใดเมืองหนึ่ง ก็ควรจะก่อตั้งคริสตจักรท้องถิ่นอยู่ในเมืองนั้น เมื่อกลุ่มของพวกเขาขยายออกไปรับใช้ทั่วเมืองนั้นแล้ว พวกเขาก็จะเป็นตัวแทนของเครือข่ายระดับจังหวัด เมื่อพวกเขาส่งคนออกไปรับใช้ทั่วประเทศและรอบโลก งานของพวกเขาก็จะเป็นงานรับใช้ในระดับประเทศหรือระดับนานาชาติ 

พระเยซูตรัสว่า - คนที่สัตย์ซื่อในของเล็กน้อยจะสัตย์ซื่อในของมากด้วย 

คริสตจักรในเครือข่ายเหล่านี้จะเชื่อมโยงกันด้วยดีเอ็นเอฝ่ายจิตวิญญาณและด้วยจุดกำเนิดเดียวกัน บางครั้งเครือข่ายเหล่านี้อาจแยกตัวออกเป็นหลายเครือข่ายตามภาษา โอกาสในการพบกัน หรือเหตุผลอื่น 

นี่เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต ซึ่งไม่ใช่ปัญหา 

ความเต็มใจในการเรียนรู้ เชื่อฟัง และแบ่งปันพระคำของพระเจ้าของคริสตจักรพื้นฐานและสาวกแต่ละคน คือ ดีเอ็นเอฝ่ายจิตวิญญาณของการรับใช้ ซึ่งหากได้รับการส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง จากคริสตจักรสู่คริสตจักร และจากผู้เชื่อไปสู่ผู้เชื่อแล้ว ครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณและผู้ติดตามพระเยซูทุกคนก็พร้อมที่จะเริ่มทำพันธกิจทวีจำนวนสาวกได้ 

เมื่อพันธกิจสร้างพันธกิจ เมื่อนั้นเองที่เราจะเริ่มเห็นการ “ฟูขึ้น” ของก้อนขนมปัง ซึ่งหมายถึง เครือข่ายคริสตจักรในเมือง ในจังหวัด หรือกระทั่งประเทศ นี่คือการที่แผ่นดินของพระเจ้ามาตั้งอยู่

บนโลกนี้เช่นเดียวกับในแผ่นดินสวรรค์ และนี่คือวิธีที่เราจะสามารถสร้างสาวกจากชนทุกชาติตามพระมหาบัญชาของพระเยซู

หารือ

(10 นาที)

มีข้อดีอะไรบ้างเมื่อเครือข่ายคริสตจักรที่เรียบง่ายเชื่อมโยงกันด้วยความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ลึกซึ้ง มีตัวอย่างใดบ้างที่นึกถึงได้?

อ่าน

(5 นาที)

รายการตรวจสอบการฝึกสอน

ชุดเครื่องมือ Zume รายการตรวจสอบการฝึกสอน พระเยซูตรัสว่า- “ไม่มีใครมีความรักยิ่งใหญ่กว่านี้ คือการสละชีวิตเพื่อมิตรสหายของตน” พระเยซูบอกเราแล้วแสดงให้เราเห็นอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าครอบครัวของพระเจ้าจะเติบโตได้ดีที่สุด เมื่อเรายินดีที่ละทิ้งความต้องการของเราเพื่อทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า รายการตรวจสอบการฝึกสอน เป็นเครื่องมือง่าย ๆ ที่คุณสามารถใช้เพื่อช่วยแนะนำคุณ ในขณะที่คุณช่วยเหลือผู้อื่นผ่านส่วนต่าง ๆ ของการฝึกอบรม Zume เช่นเดียวกับวงจรการฝึกฝนหรือ 100 รายการของพวกเขา คุณเห็นว่าคนอื่น ๆ พัฒนาทักษะอะไรบ้าง? ในส่วนไหนที่ยังต้องพัฒนาอีก? การมีรายการตรวจสอบการฝึกสอนจะช่วยให้คุณมีสมาธิ และมีส่วนร่วมขณะที่คุณพัฒนาสาวกพระเยซู ให้เป็นผู้นำในครอบครัวของพระเจ้าทุกที่ที่คุณไป ใช่ นั่นต้องใช้เวลาและความพยายาม ใช่ ซึ่งหมายถึงการเสียสละ และการยอมสละความชอบของเราเพื่อแผนการอันสมบูรณ์ของพระเจ้า และใช่แล้ว ยิ่งกว่านั้น มันคุ้มค่าอีกด้วย รายการตรวจสอบการฝึกสอน เป็นเครื่องมือง่ายๆ จากชุดเครื่องมือ Zume เพื่อช่วยให้คุณอยู่ในเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต -- คืองานของพระเจ้า

กิจกรรม

(20 นาที)

รายการตรวจสอบการฝึกสอน

  • ประเมินตนเองโดยใช้บรรทัดที่ 1 และทำเครื่องหมายในคอลัมน์ที่เกี่ยวข้องในรายการตรวจสอบของผู้ฝึกสอน

การประเมินตนเอง

ได้ยิน - ฉันเคยได้ยินเกี่ยวกับเครื่องมือหรือแนวคิดนี้มั้ย?

เชื่อฟัง - ฉันยอมรับเครื่องมือหรือแนวคิดนี้หรือไม่ ถ้าเป็นเครื่องมือ ฉันได้ฝึกฝนด้วยตนเองหรือไม่ ถ้าเป็นแนวคิด คุณได้ไตร่ตรองถึงการเปลี่ยนแปลงมุมมองของคุณหรือไม่

แบ่งปัน - ฉันได้แบ่งปันเครื่องมือหรือแนวคิดนี้แล้วหรือยัง ถ้าเป็นเครื่องมือ คุณได้แสดงให้ใครเห็นวิธีใช้เครื่องมือนี้แล้วหรือไม่ ถ้าเป็นแนวคิด คุณได้แบ่งปันแนวคิดนี้กับใครแล้วหรือไม่

ฝึกอบรม - ฉันได้ฝึกอบรมคนอื่น ๆ ให้แบ่งปันเครื่องมือหรือแนวคิดนี้มั้ย? ถ้าเป็นเครื่องมือ ฉันได้ฝึกอบรมคนอื่น ๆ ให้แบ่งปันเครื่องมือนี้กับคนอื่น ๆ มั้ย? ถ้าเป็นแนวคิด ฉันได้ฝึกอบรมคนอื่น ๆ ให้แบ่งปันแนวคิดนี้กับคนอื่น ๆ หรือเปล่า?


ระดับการพัฒนาผู้รับคำแนะนำ

ไม่รับรู้ - ผู้รับคำแนะนำไม่รู้ ไม่คุ้นเคย หรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับเครื่องมือหรือเปล่า?

ไร้ทักษะ - ผู้รับคำแนะนำมีความคุ้นเคยกับเครื่องมือนี้บ้างแต่ยังไม่แน่ใจใช่หรือไม่?

มีความสามารถ - ผู้รับคำแนะนำเข้าใจเครื่องมือและสามารถฝึกอบรมพื้นฐานของเครื่องมือได้ไหม?

มีทักษะ - ผู้รับคำแนะนำรู้สึกมั่นใจและสามารถฝึกอบรมเครื่องมือได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือเปล่า?


บทบาทของพี่เลี้ยง

แบบอย่าง - (ฝึกอบรมข้อมูลใหม่และทำให้แน่ใจว่าเข้าใจ) การสร้างแบบจำลองเป็นเพียงการให้ตัวอย่างของแนวทางปฏิบัติหรือเครื่องมือ ถือเป็นส่วนที่สั้นที่สุดของวงจรการฝึกอบรม โดยปกติแล้วจะต้องดำเนินการเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เป็นเพียงการสร้างความตระหนักรู้ว่ามีแนวทางปฏิบัติหรือเครื่องมืออยู่ และให้แนวคิดทั่วไปว่าแนวทางปฏิบัติหรือเครื่องมือนั้นมีลักษณะอย่างไร การทำเป็นตัวอย่างซ้ำ ๆ ไม่ใช่วิธีที่มีประสิทธิภาพในการเตรียมคนอื่น ๆ

ช่วยเหลือ - (หยุดและอยู่กับพวกเขาจนกว่าพวกเขาจะมีพื้นฐาน) การช่วยเหลือคือการให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนทักษะ ซึ่งขั้นตอนนี้จะใช้เวลานานกว่าขั้นตอนการทำเป็นแบบอย่าง โดยต้องอาศัยความช่วยเหลือจากพี่เลี้ยง พี่เลี้ยงต้องคอยชี้นำและมีบทบาทในการฝึกสอนผู้เรียน ขั้นตอนนี้ไม่กินเวลานานจนกว่าผู้เรียนจะมีความสามารถเต็มที่ แต่จะกินเวลาจนกว่าผู้เรียนจะเข้าใจพื้นฐานของทักษะนั้น ถ้าขั้นตอนนี้ใช้เวลานานเกินไป ผู้เรียนจะพึ่งพาพี่เลี้ยงและไม่สามารถพัฒนาทักษะให้ถึงขีดสุดได้

เฝ้าดู- (มีส่วนร่วมไปจนกว่าจะมีความสามารถอย่างคงเส้นคงวา) การเฝ้าดูเป็นขั้นตอนที่ยาวนานที่สุด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการติดต่อกับผู้เรียนทางอ้อมมากขึ้น โดยมุ่งหวังที่จะพัฒนาความสามารถเต็มที่ในทุกแง่มุมของทักษะ อาจใช้เวลานานกว่าสองขั้นตอนแรกรวมกันถึงสิบเท่าหรือมากกว่านั้น เมื่อผู้เรียนมีทักษะมากขึ้น การติดต่อกับพี่เลี้ยงอาจสม่ำเสมอน้อยลงและเฉพาะหน้ามากขึ้น

ปล่อย - (ติดต่อกับพวกเขาในฐานะผู้ร่วมงาน) การปล่อยถือเป็นการสำเร็จการศึกษาเมื่อผู้เรียนกลายเป็นเพื่อนของพี่เลี้ยง การติดต่อและการให้คำปรึกษาจากเพื่อนเป็นระยะ ๆ อาจยังคงเกิดขึ้นต่อไปได้ถ้าผู้เรียนและพี่เลี้ยงอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน เมื่อผู้ปกครองปล่อยให้เด็กขี่จักรยานโดยไม่มีใครดูแลเลย นั่นคือช่วงปล่อย


หารือ

(10 นาที)
  • คุณคิดว่าเครื่องมือและแนวคิดใดที่สามารถฝึกอบรมได้ดี?
  • คุณคิดว่าเครื่องมือและแนวคิดใดที่คุณจะต้องต่อสู้เพื่อฝึกฝนให้ดี?
  • มีเครื่องมือหรือแนวคิดใด ๆ ที่คุณจะเพิ่มหรือลบออกจากรายการตรวจสอบหรือไม่? เพราะเหตุใด?

โปรดจำไว้ - อย่าลืมแบ่งปันผลลัพธ์จากรายการตรวจสอบการผู้ฝึกสอนของคุณกับเพื่อนร่วมการฝึกหรือพี่เลี้ยงคนอื่น ๆ

ถ้าคุณไม่มีผู้ฝึกสอนหรือพี่เลี้ยง โปรดสแกนรหัส QR และขอรับทันที


ทบทวน

(1 นาที)

แนวคิดที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • ความเป็นผู้นำในเครือข่าย

เครื่องมือที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • รายการตรวจสอบการฝึกสอน

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

ระบุขั้นตอนต่อไปสำหรับตัวคุณเอง ซึ่งอาจเป็นการสร้างแบบจำลอง การช่วยเหลือ การเฝ้าดู หรือการจากไป ซึ่งคุณจำเป็นต้องดำเนินการร่วมกับสาวกที่คุณประเมินโดยใช้รายการตรวจสอบการฝึกสอน

แบ่งปัน

แบ่งปันแนวคิดเรื่อง “ความเป็นผู้นำในเครือข่าย” กับคนอื่น ๆ จากนั้นฝึกอบรมให้เขาแบ่งปันแนวคิดนี้กับคนอื่น ๆ

ส่วนที่ 18

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 6548

อธิษฐาน

(5 นาที)

อธิษฐานและขอบคุณพระเจ้าที่ทางของพระองค์ไม่ใช่ทางของเราและความคิดของพระองค์ไม่ใช่ความคิดของเรา ขอให้พระองค์ประทานความคิดของพระคริสต์แก่สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มของคุณ โดยให้จดจ่ออยู่กับงานของพระบิดาของพระองค์เสมอ ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำเวลาที่คุณอยู่ร่วมกันและทำให้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะได้ยินและหารือเกี่ยวกับแนวคิดเหล่านี้:

  • สี่ช่อง
  • การทำแผนที่รุ่น

ทุ่งนาสี่แบบและแผนที่ลำดับรุ่น เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความพยายามในการเคลื่อนไหวที่เพิ่มมากขึ้น

คำเตือน: มีผู้สอน Zúme ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือคุณในการประยุกต์ใช้เครื่องมือเหล่านี้ในพื้นที่ของคุณ

สี่ช่อง

พระเยซูมักจะดึงเหล่าสาวกออกจากพันธกิจไปยังสถานที่ซึ่งเงียบสงบ เพื่อทบทวนงานที่กำลังดำเนินอยู่

ทุ่งนาสี่แบบ ถูกใช้โดยกลุ่มผู้นำเพื่อสะท้อนความพยายามในปัจจุบันและกิจกรรมของ แผ่นดินของพระเจ้ารอบ ๆ ตัวพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะช่วยให้ผู้นำสามารถ รักษาสมดุลของความพยายามได้ เพื่อไม่ให้มองข้ามท่งนาใด ๆ ไป

ทบทวนสไลด์สองสไลด์ถัดไป: คำอธิบายทุ่งนาและตัวอย่างท่งนาสี่แบบ

คำอธิบายทุ่งนา

  • ทุ่งโล่ง: คุณวางแผนจะขยายแผ่นดินของพระเจ้าที่ไหนหรือกับใคร [กลุ่มคนใด] ?
  • ทุ่งหว่านเมล็ดพันธุ์: คุณกำลังแบ่งปันข่าวดีแห่งแผ่นดินของพระเจ้าที่ไหนหรือกับใคร คุณทำได้อย่างไร?
  • ทุ่งที่กำลังโต: คุณเตรียมผู้คนและพัฒนาพวกเขาในด้านจิตวิญญาณ ในระดับบุคคล และในเครือข่ายธรรมชาติของพวกเขาได้อย่างไร?
  • ทุ่งการเก็บเกี่ยว: ครอบครัวฝ่ายวิญญาณใหม่ ๆ [คริสตจักรที่เรียบง่าย] เกิดขึ้นได้อย่างไร
  • ทุ่งทวีคูณ: คุณคัดกรองใคร อย่างไร และที่ไหนซึ่งมีความซื่อสัตย์ และเตรียมเขาให้พร้อมและรับผิดชอบต่อการสร้างคนอื่นต่อไป?

ตัวอย่างทุ่งนาสี่แบบ

แหล่งข้อมูลกิจกรรม

หารือ

(10 นาที)
  • ระบุทุ่งโล่งรอบ ๆ ตัวคุณ ชุมชนหรือกลุ่มคนใดที่คุณเกี่ยวข้องที่ยังไม่มีกิจกรรมเผยแผ่พระกิตติคุณ?
  • ถ้ามีการละเลยทุ่งนาใดทุ่งนาหนึ่ง การเติบโตในระยะยาวจะได้รับผลกระทบอย่างไรให้ตัวอย่าง
  • เครื่องมือ Zúme ตัวใดที่สามารถช่วยในด้านใดได้บ้าง?

อธิษฐาน

(5 นาที)

ใช้เวลาสักครู่เพื่อฟังพระเจ้าและถามว่ามีขั้นตอนการดำเนินการใด ๆ ที่คุณหรือกลุ่มของคุณจำเป็นต้องดำเนินการตามการสนทนาเรื่อง ทุ่งนาสี่แบบ ที่คุณเพิ่งมีไปหรือไม่

การทำแผนที่รุ่น

การทำแผนที่ลำดับรุ่นเป็นเครื่องมือง่าย ๆ อีกอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ผู้นำในขบวนการเข้าใจการเติบโตที่เกิดขึ้นรอบตัวพวกเขา

แผนที่ต้นไม้ลำดับรุ่นสามารถวาดลงบนกระดาษแผ่นเดียวหรือหลายแผ่นก็ได้ แผนที่นี้จะช่วยแสดงจุดหยุดในการทวีคูณและการฝึกอบรมที่อาจจำเป็น สุขภาพของการเคลื่อนไหวถือเป็นข้อกังวลอันดับต้น ๆ ของผู้นำ และผลผลิตเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการวัดสุขภาพ

ดูตัวอย่างในสไลด์ถัดไป

ตัวอย่างการทำแผนที่ลำดับรุ่น

แหล่งข้อมูลกิจกรรม

หารือ

(10 นาที)

ใช้ตัวอย่างการทำแผนที่ลำดับรุ่นเพื่อหารือเรื่องต่อไปนี้:

  • ผู้นำคนใดบ้างที่กำลังเห็นการทวีคูณ?
  • คุณคาดหวังว่ากลุ่มใดจะมีการทวีคูณต่อไป?
  • ผู้นำคนใดบ้างที่สามารถช่วยเหลือและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้นำคนอื่น ๆ ได้?
  • คุณเห็นรูปแบบของความรับผิดชอบที่อ่อนแอในแต่ละรุ่นหรือเปล่า?

ทบทวน

(1 นาที)

แนวคิดที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • สี่ช่อง
  • การทำแผนที่รุ่น

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

ดำเนินการตามรายการฝึกอบรม Zúme แต่ละรายการและพิจารณาว่ารายการใดมีความเกี่ยวข้องกับฟิลด์ใดบ้าง จากนั้นจึงติดป้ายกำกับแผนภูมิท่งนาสี่แบบด้วยรายการเหล่านี้

แบ่งปัน

แบ่งปันเครื่องมือ แผนที่ลำดับรุ่นกับผู้เชื่อคนอื่น ๆ ที่คุณรู้จักในฐานะแบบฝึกหัดการแบ่งปันวิสัยทัศน์

ส่วนที่ 19

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 7657

อธิษฐาน

(5 นาที)

อธิษฐานและขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระกายของพระคริสต์ อธิษฐานขอความรักและกำลังใจซึ่งกันและกันเพื่อให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มของคุณเติบโตต่อไปในขณะที่คุณเข้าใกล้พระเยซู

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะเพิ่มเครื่องมือนี้ลงในชุดเครื่องมือของเรา:

  • กลุ่มพี่เลี้ยงที่เป็นเพื่อน

อ่าน

(5 นาที)

กลุ่มพี่เลี้ยงที่เป็นเพื่อน

ชุดเครื่องมือ Zume กลุ่มพี่เลี้ยงที่เป็นเพื่อน พระเยซูตรัสว่า- “เราให้บัญญัติใหม่ไว้กับพวกท่าน คือให้รักซึ่งกันและกัน เรารักพวกท่านมาแล้วอย่างไร ท่านก็จงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น ถ้าท่านรักกันและกัน ดังนี้แหละทุกคนก็จะรู้ว่าท่านเป็นสาวกของเรา” กลุ่มพี่เลี้ยงที่เป็นเพื่อน คือกลุ่มคนที่ประกอบไปด้วยผู้นำ และเริ่มกลุ่มที่ 3/3 นอกจากนี้ยังเป็นไปตามรูปแบบ 3/3 และเป็นวิธีที่ทรงพลัง เพื่อประเมินสุขภาพฝ่ายวิญญาณของงานของพระเจ้าในพื้นที่ของคุณ กลุ่มพี่เลี้ยงที่เป็นเพื่อนใช้การให้คำปรึกษาแบบผู้นำถึงผู้นำ กับสาวกพระเยซูแต่ละคน กับคริสตจักรที่เรียบง่าย กับองค์กรพันธกิจ หรือแม้กระทั่งกับเครือข่ายคริสตจักรที่เรียบง่ายทั่วโลก ที่แผ่ขยายไปทั่วโลก กลุ่มพี่เลี้ยงที่เป็นเพื่อน ทำตามตัวอย่างการทำพันธกิจของพระเยซูจากพระคัมภีร์ ถามคำถามซึ่งกันและกันและให้ข้อเสนอแนะ--ทั้งหมดใช้โครงสร้างเวลาพื้นฐานแบบเดียวกันกับกลุ่ม 3/3 จุดประสงค์ของกลุ่มเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อตัดสิน-เพื่อยกสมาชิกคนหนึ่งขึ้นและทำลายสมาชิกอีกคนหนึ่งลง พระเยซูตรัสว่า- “อย่าพิพากษา เพื่อพระเจ้าจะไม่ทรงพิพากษาท่านทั้งหลาย เพราะว่าพวกท่านจะพิพากษาผู้อื่นอย่างไร พระเจ้าจะทรงพิพากษาท่านอย่างนั้น และท่านทั้งหลายจะตวงให้ผู้อื่นด้วยทะนานอันใด พระเจ้าจะทรงตวงให้พวกท่านด้วยทะนานอันนั้น” แทนที่จะเป็นเช่นนั้น วัตถุประสงค์ของกลุ่มพี่เลี้ยงที่เป็นเพื่อน คือการให้ความช่วยเหลือในรูปแบบที่เรียบง่ายเพื่อสาวกพระเยซู จะเติบโตโดยทางการอธิษฐาน การเชื่อฟัง การประยุกต์ใช้ และความรับผิดชอบ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ "ให้รักกัน" วิธีการทำงานมีดังนี้: มองย้อนกลับไป ในช่วงหนึ่งในสามแรก ใช้เวลาในการอธิษฐาน และดูแลเหมือนที่คุณดูแลในกลุ่มพื้นฐาน 3/3 จากนั้นใช้เวลากับวิสัยทัศน์ของกลุ่ม-เราแต่ละคนดำเนินชีวิตตามพระเยซูได้ดีเพียงใด ขณะที่เราอ่านพระคัมภีร์ อธิษฐาน เชื่อฟังและเชื่อฟังพระเจ้า และดำเนินชีวิตตามความสัมพันธ์ที่สำคัญ สุดท้ายในช่วงหนึ่งในสามส่วนแรกนี้ ให้กลุ่มตรวจสอบและตอบกลับ แผนการดำเนินการและความมุ่งมั่นของแต่ละคน ที่ทำขึ้นในการประชุมที่แล้ว ค้นคว้า ช่วงเวลาหนึ่งในสามช่วงกลางของกลุ่ม คือการใช้เวลาค้นหาสติปัญญาและการนำทางจากพระเจ้า โดยผ่านพระคัมภีร์ การสนทนา และการอธิษฐาน ให้อธิษฐานสั้นๆ และเรียบง่าย ขอให้พระเจ้าทรงสอนพระประสงค์ของพระองค์ และหนทางของพระองค์แก่คุณผ่านทางพระวจนะของพระองค์ ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำเวลาของคุณ สมาชิกในกลุ่มควรแบ่งปันสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากพระเจ้า เกี่ยวกับความเป็นผู้นำของเขา-ไม่ว่าจะผ่านพระวจนะของพระเจ้า คำอธิษฐาน หรือจากผู้ติดตามคนอื่นๆ ให้กลุ่มหารือคำถามง่ายๆ ต่อไปนี้: หนึ่ง-คุณทำได้อย่างไรในแต่ละส่วนของแผนภาพทุ่งนาสี่แบบ? สอง-อะไรทำงานได้ดี? ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของคุณคืออะไร? สาม-ทบทวนแผนที่รุ่นปัจจุบันของคุณ สี่-อะไรที่ท้าทายคุณหรืออะไรที่คุณพบว่าเข้าใจยาก? ห้า-พระเจ้ากำลังแสดงอะไรให้คุณดูบ้างในช่วงนี้? หก-มีคำถามหรือข้อเสนอแนะใดๆ หรือเปล่า จากผู้นำที่มีประสบการณ์หรือผู้เข้าร่วมคนอื่นๆ? มองไปข้างหน้า เวลาหนึ่งในสามส่วนสุดท้ายของกลุ่มใช้ไปกับการมองไปข้างหน้า ว่าเราแต่ละคนสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้และปฏิบัติตามได้อย่างไร ใช้เวลาอธิษฐานเงียบๆ กับทุกคนในกลุ่ม ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์แสดงให้พวกเขาเห็น วิธีตอบคำถามเหล่านี้: เจ็ด-แผนปฏิบัติการอะไรหรือเป้าหมายใดที่พระเจ้าต้องการให้ฉันนำไปปฏิบัติ ก่อนที่เราจะได้เจอกันครั้งหน้า? (ใช้เครื่องมือ ทุ่งนาสี่แบบเพื่อช่วยให้คุณมุ่งเน้นงานได้) แปด-ที่ปรึกษาหรือสมาชิกกลุ่มคนอื่นๆ สามารถช่วยฉันในการทำงานนี้ได้อย่างไร ในที่สุด ใช้เวลาร่วมกันเป็นกลุ่มเพื่อสนทนากับพระเจ้าในการอธิษฐาน ให้กลุ่มอธิษฐานเพื่อสมาชิกแต่ละคน และขอพระเจ้าทรงเตรียมใจของทุกคน กลุ่มจะติดต่อกลับในช่วงเวลาที่r;dเขาอยู่ห่างกัน ขอพระเจ้าประทานความกล้าหาญและความเข้มแข็งให้แก่สมาชิกทุกคนในกลุ่ม เพื่อนำมาประยุกต์ใช้และปฏิบัติตามสิ่งที่พระเจ้าทรงสั่งสอนพวกเขาในช่วงนี้ หากผู้นำที่มีประสบการณ์ต้องการอธิษฐานเพื่อผู้นำที่อายุน้อยกว่าโดยเฉพาะ ตอนนี้คือเวลาที่เหมาะสำหรับการอธิษฐานนั้น เนื่องจากกลุ่มเหล่านี้มักพบกันในระยะไกล คุณไม่น่าจะสามารถเฉลิมฉลองมื้ออาหารค่ำของพระเจ้าได้ หรือแบ่งปันอาหารกัน แต่ต้องแน่ใจว่าแบ่งเวลาเพื่อตรวจสอบเรื่องสุขภาพ ครอบครัว และเพื่อนๆ ด้วย พระเยซูทรงแสดงให้เราเห็นครั้งแล้วครั้งเล่า แม้ว่าพระองค์จะทรงกระทำการงานที่สำคัญที่สุดแล้วก็ตาม พระองค์ทรงจัดเวลาให้คนที่พระองค์รักอย่างสมดุลเสมอ กลุ่มพี่เลี้ยงที่เป็นเพื่อน เป็นเครื่องมือที่เรียบง่ายแต่มีกลยุทธ์จาก Zume Toolkit เพื่อพัฒนาผู้นำให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

กิจกรรม

(45 นาที)

กลุ่มฝึกปฏิบัติในการเป็นพี่เลี้ยงที่เป็นเพื่อน

  • แบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มละ 2 หรือ 3 คน ใช้โครงร่างกลุ่มพี่เลี้ยงแบบ 3/3
  • เลือก 1 คนในกลุ่มให้เป็น "ผู้รับคำแนะนำ" และให้สมาชิกคนอื่น ๆ ดำเนินการตามรายการคำถามที่แนะนำในฐานะพี่เลี้ยงแบบเพื่อน

เนื้อหา: 

รูปแบบที่เรียบง่ายสำหรับการนำกลุ่มเพื่อนที่เป็นพี่เลี้ยง:

มองย้อนกลับไป - 1/3 ของเวลาของคุณ

ในช่วง 1 ใน 3 ช่วงแรก ให้ใช้เวลาในการอธิษฐานและเอาใจใส่เช่นเดียวกับที่คุณทำในกลุ่ม 3/3 ทั่วไป จากนั้น ให้ใช้เวลาในการพิจารณาวิสัยทัศน์และความซื่อสัตย์ของกลุ่มในการมุ่งมั่นครั้งก่อนๆ เช่น คุณยึดมั่นในพระคริสต์ได้ดีเพียงใด [พระคัมภีร์ การอธิษฐาน ความไว้วางใจ การเชื่อฟัง ความสัมพันธ์ที่สำคัญ] กลุ่มของคุณได้ทำตามแผนปฏิบัติการจากบทเรียนที่แล้วเสร็จหรือไม่ ทบทวนแผนเหล่านั้น

มองขึ้น - 1/3 ของเวลาของคุณ

ให้กลุ่มหารือคำถามง่ายๆ ต่อไปนี้:

  • คุณทำได้อย่างไรในแต่ละส่วนของแผนภาพทุ่งนาสี่แบบ?
  • อะไรที่ได้ผลดี ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของคุณคืออะไร?
  • ทบทวนแผนที่ลำดับรุ่นปัจจุบันของคุณ
  • อะไรที่ท้าทายคุณหรืออะไรที่คุณพบว่ายากที่จะเข้าใจ?
  • พระเจ้ากำลังแสดงอะไรให้คุณดูบ้างในช่วงนี้?
  • มีคำถามจากผู้นำที่มีประสบการณ์หรือผู้เข้าร่วมคนอื่น ๆ หรือไม่?

มองไปข้างหน้า - 1/3 ของเวลาของคุณ

ใช้เวลาอธิษฐานเงียบๆ กับทุกคนในกลุ่ม โดยขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์แสดงให้พวกเขาเห็นว่าจะตอบคำถามเหล่านี้อย่างไร:

  • พระเจ้าต้องการให้ฉันนำแผนปฏิบัติการหรือเป้าหมายใดไปปฏิบัติก่อนที่เราจะพบกันอีกครั้ง? [ใช้เครื่องมือ ทุ่งนาสี่แบบ เพื่อช่วยให้คุณมุ่งเน้นงานของคุณ]
  • พี่เลี้ยงหรือสมาชิกกลุ่มคนอื่น ๆ สามารถช่วยฉันในการทำงานนี้ได้อย่างไร

ในที่สุด ให้ใช้เวลาร่วมกันเป็นกลุ่มเพื่อพูดคุยกับพระเจ้าในการอธิษฐาน ขอให้กลุ่มอธิษฐานเผื่อสมาชิกแต่ละคน และขอให้พระเจ้าเตรียมใจของทุกคนที่กลุ่มจะติดต่อหาในช่วงเวลาที่เขาอยู่ห่างกัน อธิษฐานขอให้พระเจ้าประทานความกล้าหาญและความเข้มแข็งแก่สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มเพื่อนำสิ่งที่พระเจ้าสอนพวกเขามาใช้และเชื่อฟังในการเรียนครั้งนี้ หากผู้นำที่มีประสบการณ์จำเป็นต้องอธิษฐานเผื่อผู้นำที่อายุน้อยกว่าโดยเฉพาะ นี่คือเวลาที่เหมาะสำหรับการอธิษฐานนั้น เนื่องจากกลุ่มเหล่านี้มักจะพบกันในระยะไกล คุณจึงไม่น่าจะสามารถเฉลิมฉลองอาหารมื้อค่ำขององค์พระผู้เป็นเจ้าหรือรับประทานอาหารร่วมกันได้ แต่ควรหาเวลาพูดคุยเรื่องสุขภาพ ครอบครัว และเพื่อนฝูง

ทบทวน

(1 นาที)

เครื่องมือที่ได้ยินในส่วนนี้:

  • กลุ่มพี่เลี้ยงที่เป็นเพื่อน

ขั้นตอนถัดไป

เชื่อฟัง

หารือกับกลุ่มฝึกอบรม Zúme ของคุณว่าสมาชิกพร้อมที่จะพบปะกันต่อหลังจากการฝึกอบรมในฐานะกลุ่มพี่เลี้ยงที่เป็นเพื่อนร่วมงานหรือไม่

แบ่งปัน

แบ่งปันแนวคิดเรื่อง "กลุ่มเพื่อนที่เป็นพี่เลี้ยง" กับผู้มีความเชื่อ 2 คนในรายชื่อ 100 คนของคุณ

ส่วนที่ 20

เช็คอิน

(1 นาที)

ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน

หรือ zume.training/checkin และใช้รหัส: 2767

อธิษฐาน

(5 นาที)

อธิษฐานและขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงสัตย์ซื่อที่จะทำให้การงานอันดีของพระองค์สำเร็จในตัวเรา

ขอให้พระองค์ประทานจิตใจที่แจ่มใสและเปิดกว้างแก่กลุ่มของคุณต่อสิ่งดี ๆ ที่พระองค์ต้องการทำในตัวคุณและผ่านทางคุณ

ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำคุณในช่วงเวลาที่คุณอยู่ร่วมกัน และขอบคุณพระองค์สำหรับความซื่อสัตย์ของพระองค์ด้วย พระองค์ช่วยคุณได้!

มองย้อนกลับไป

(5 นาที)

ก่อนที่จะเริ่มต้น ควรใช้เวลาสักพักเพื่อมองย้อนกลับไป

เมื่อสิ้นสุดส่วนสุดท้าย ทุกคนในกลุ่มของคุณได้รับความท้าทายให้ฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้

ใช้เวลาสักครู่เพื่อดูว่ากลุ่มของคุณทำได้อย่างไรในสัปดาห์นี้

จงได้รับกำลังใจ...

คุณอาจจะไม่รู้ แต่ตอนนี้คุณได้รับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติมากขึ้นในการเริ่มต้นคริสตจักรที่เรียบง่ายและสร้างสาวกให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่าศิษยาภิบาลและมิชชันนารีจำนวนมากทั่วโลก!

การฝึกอบรม Zúme เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ในบทเรียนนี้ เราจะวางแผนว่าจะทำอย่างไรหลังจากการฝึกอบรม

ภาพรวม

(1 นาที)

ในส่วนนี้เราจะเพิ่มเครื่องมือนี้ลงในชุดเครื่องมือของเรา:

  • แผนสามเดือน

แผนสามเดือน

พระเจ้าตรัสในพระคัมภีร์ว่า “เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับพวกเจ้า เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทำร้ายเจ้า เพื่อจะให้อนาคตและความหวังแก่เจ้า”

พระเจ้าทรงวางแผน และพระองค์คาดหวังให้เราวางแผนเช่นกัน

แผนสามเดือนเป็นเครื่องมือที่คุณสามารถใช้เพื่อช่วยให้มุ่งความสนใจและความพยายามของคุณ และให้สอดคล้องกับลำดับความสำคัญของพระเจ้าในการสร้างสาวกที่ทวีคูณ

สไลด์ถัดไปจะแสดงวิธีสร้างแผนสามเดือน เราขอแนะนำให้ใช้เครื่องมือออนไลน์

กิจกรรม

(30 นาที)

วางแผนสามเดือนของคุณ

  • อ่าน - คุณไม่จำเป็นต้องทำตามทุกข้อ แต่ให้อ่านเป็นแนวทางสำหรับแผนของคุณ (5 นาที)
  • ฟัง - ใช้เวลาเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้และฟังสิ่งที่พระเจ้าทรงเลือกที่จะเปิดเผย (10 นาที)
  • บันทึกแผนของคุณ - เขียนคำมั่นสัญญาลงในกระดาษหรือใช้เครื่องมือออนไลน์เพื่อบันทึกคำตอบของคุณ (15 นาที)





























หารือ

(10 นาที)

ผลัดกันแบ่งปันแผนสามเดือนของคุณกับคนอื่น ๆ

หาคู่ฝึกที่ยินดีติดตามคุณเป็นประจำทุกสัปดาห์ และมุ่งมั่นที่จะทำแบบเดียวกันนี้กับพวกเขา

ขั้นตอนถัดไป

เข้าร่วมกับชุมชน

การฝึกอบรม Zúme กำลังจะสิ้นสุดลง แต่การฝึกฝนเครื่องมือและแนวคิดยังคงดำเนินต่อไป

อย่าทำคนเดียว หาชุมชนที่คอยให้กำลังใจและเติบโต

เข้าร่วมชุมชน Zume โดยใช้รหัส QR


ขอแสดงความยินดีกับการสำเร็จหลักสูตรอบรม Zume!