รถเข็นของคุณว่างเปล่า!

ฐานข้อมูลใดดีที่สุดสำหรับ Raspberry Pi?
- Nuttanon Wuttirottaworn
- 08 Jan 2026
- Protip
- Beginner
- 27
1. SQLite (ฐานข้อมูลที่ง่ายและเบาที่สุด)
SQLite เป็นฐานข้อมูลแบบ Embedded Database ที่ไม่ต้องมี server แยก ตัวฐานข้อมูลอยู่ในรูปแบบไฟล์เดียว
จุดเด่น
- ไม่ต้องติดตั้ง server
- ใช้ทรัพยากรต่ำมาก
- เหมาะกับ Raspberry Pi ทุกรุ่น
- เสถียร และใช้งานง่าย
ข้อจำกัด
- ไม่เหมาะกับงานที่มีการเขียนข้อมูลพร้อมกันจำนวนมาก
- ฟีเจอร์ขั้นสูงน้อยกว่า DB ขนาดใหญ่
เหมาะกับงานประเภท
- IoT / Sensor logging
- เก็บค่า config
- แอปขนาดเล็ก–กลาง
- ระบบ Offline
📌 SQLite เป็นตัวเลือกอันดับ 1 สำหรับผู้เริ่มต้น Raspberry Pi
2. MariaDB / MySQL (ฐานข้อมูล SQL สำหรับงานจริงจัง)
MariaDB และ MySQL เป็นฐานข้อมูลแบบ Client–Server ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายบนเว็บเซิร์ฟเวอร์
จุดเด่น
- รองรับ SQL เต็มรูปแบบ
- รองรับหลายผู้ใช้ (multi-user)
- ทำงานร่วมกับ PHP, Python, Node.js ได้ดี
- เครื่องมือบริหารจัดการครบ
ข้อจำกัด
- ใช้ RAM/CPU มากกว่า SQLite
- ต้องดูแล service และ security
เหมาะกับงานประเภท
- เว็บแอปบน Raspberry Pi
- ระบบภายในองค์กรขนาดเล็ก
- Home Server
📌 ทำเว็บหรือ API บน Raspberry Pi MariaDB คือทางเลือกที่สมเหมาะที่สุด
3. PostgreSQL (ฐานข้อมูลระดับ Enterprise)
PostgreSQL เป็นฐานข้อมูลที่ขึ้นชื่อด้านความถูกต้อง (ACID) และฟีเจอร์ขั้นสูง
จุดเด่น
- รองรับ SQL ขั้นสูง
- จัดการ JSON / GIS ได้ดี
- เสถียร เหมาะกับระบบซับซ้อน
ข้อจำกัด
- ใช้ทรัพยากรมาก
- อาจหนักเกินไปสำหรับ Raspberry Pi รุ่นเล็ก
เหมาะกับงานประเภท
- ระบบที่มีโครงสร้างข้อมูลซับซ้อน
- API หรือ Backend จริงจัง
- งานที่ต้องการความถูกต้องสูง
4. InfluxDB (ฐานข้อมูลสำหรับข้อมูลตามเวลา (Time Series))
InfluxDB ถูกออกแบบมาสำหรับข้อมูลที่มี timestamp เช่น sensor, metric, log
จุดเด่น
- เขียน/อ่านข้อมูลเวลาได้รวดเร็วมาก
- เหมาะกับ IoT และ Monitoring
- ทำงานร่วมกับ Grafana ได้ดี
ข้อจำกัด
- ไม่ใช่ SQL แบบทั่วไป
- ไม่เหมาะกับข้อมูลเชิง relational
เหมาะกับงานประเภท
- Sensor data
- Smart Home
- Energy monitoring
- System metrics
5. Redis (ฐานข้อมูลในหน่วยความจำ (In-memory))
Redis เน้นความเร็วสูงมาก เหมาะกับงาน Real-time
จุดเด่น
- เร็วมาก (ระดับ microsecond)
- เหมาะกับ cache, queue, session
ข้อจำกัด
- ใช้ RAM เป็นหลัก
- ไม่เหมาะเก็บข้อมูลถาวรจำนวนมาก
เหมาะกับงานประเภท
- Cache ข้อมูล ใช้เก็บข้อมูลที่ถูกเรียกซ้ำบ่อยๆ
- Session Management
- Message Queue / Job Queue ใช้เป็นตัวกลางรับ–ส่งงาน
- IoT / Smart Home (ข้อมูลชั่วคราว)
- Rate Limiting / Security ใช้จำกัดจำนวน request ต่อ IP หรือผู้ใช้
สรุป
การเลือกฐานข้อมูลสำหรับ Raspberry Pi ควรพิจารณาจากลักษณะงานเป็นหลัก หากเป็นงานขนาดเล็ก เช่น IoT หรือบันทึกข้อมูลทั่วไป SQLite เหมาะที่สุดเพราะใช้งานง่ายและใช้ทรัพยากรต่ำ ส่วนงานเว็บหรือแอปที่มีผู้ใช้หลายคน ควรใช้ MariaDB หรือ MySQL สำหรับระบบที่ซับซ้อนและต้องการฟีเจอร์ขั้นสูง PostgreSQL จะตอบโจทย์กว่า ขณะที่งานข้อมูลตามเวลา เช่น sensor หรือ monitoring เหมาะกับ InfluxDB และงานที่ต้องการความเร็วสูงแบบ real-time ควรใช้ Redis
สิ่งนี้มีประโยชน์ไหม?    [   Yes ] [   No ]
International
Singapore
Malaysia
Thailand
Vietnam