10 คุณสมบัติน่าสนใจใน Brave Browser ที่คุณอาจไม่เคยรู้ว่ามีอยู่
moonlightkz
10 คุณสมบัติน่าสนใจในเว็บเบราว์เซอร์ Brave ที่คุณอาจไม่เคยรู้ว่ามีอยู่
ในยุคที่ทุกอย่างมีอยู่บน อินเทอร์เน็ต (Internet) ระบบหลายอย่างสามารถทำงานผ่าน คลาวด์ (Cloud) ได้ เว็บเบราว์เซอร์เป็นเหมือนประตูที่ใช้ในการเข้าสู่โลกดิจิทัล หนึ่งในเว็บเบราว์เซอร์ที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้ใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือ เว็บเบราว์เซอร์เบรฟ (Brave Browser) นั่นเอง
- Homograph Attack คืออะไร ? รู้จักการโจมตีแบบโฮโมกราฟ ปลอมแปลง URL
- เครือข่าย Tor คืออะไร ? ใครใช้มัน ? พร้อม ข้อดี-ข้อเสีย ของมัน
- 10 คุณสมบัติน่าสนใจใน Brave Browser ที่คุณอาจไม่เคยรู้ว่ามีอยู่
- WebAssembly คืออะไร ? รู้จักเทคโนโลยีที่ช่วยให้เว็บไซต์ทำงานเร็วมากยิ่งขึ้น !
- URL Shortener คืออะไร ? การย่อความยาวของ URL มีประโยชน์อย่างไร ?
หลายคนน่าจะรู้จัก หรือว่าใช้งาน Brave อยู่แล้ว แต่บทความนี้จะแนะนำคุณสมบัติน่าสนใจใน Brave Browser ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่นอ ว่ามันสามารถทำอะไรแบบนี้ได้ด้วย จะมีอะไรบ้าง ? มาลองอ่านกัน ...
1. จัดการตัวปิดกั้นโฆษณา และโล่ (Manage Ad Blocker and Shields)
เครื่องมือบล็อกโฆษณาที่ถูกใส่มาในตัวเลย เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของ Brave มันช่วยกำจัดโฆษณา และการติดตาม (Tracking) เป็นค่าเริ่มต้นเลย แถมมันยังมอบอิสระให้ผู้ใช้สามารถควบคุมได้ว่าอะไรจะถูกบล็อก และอะไรจะไม่ถูกบล็อกอีกด้วย
โดยเราสามารถปรับแต่งค่าได้ด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้
- คลิก "เมนูแฮมเบอร์เกอร์ (☰)" แล้วเลือก "เมนู Settings"
- ในพาเนลด้านซ้าย คลิกที่ "เมนู Shield"
แต่ตามปกติแล้ว ตั้งให้มันทำงานแบบ "Standard" ก็ตอบโจทย์การใช้งานของบุคคลทั่วไปได้เป็นอย่างดีแล้ว แต่ถ้ายังไม่พอใจก็คลิกที่ "เมนู Content Filtering" เพื่อเพิ่มรายการป้องกันด้วยตัวเองได้อีก
2. ปิดกั้นโซเชียลมีเดีย (Block Social Media)
หนึ่งในคุณสมบัติที่ถูกซ่อนไว้ในหน้า Settings (การตั้งค่า) ของ Brave คือ ความสามารถในการปิดกั้น โซเชียลมีเดีย (Social Media) เช่น Facebook, X และ Linkedin ไม่ให้แสดงผลปุ่ม Login และโพสต์แบบฝัง (Embedded Post)
โดยสามารถเปิดใช้งานได้ตามขั้นตอนดังนี้
- คลิก "เมนูแฮมเบอร์เกอร์ (☰)" แล้วเลือก "เมนู Settings"
- ในพาเนลด้านซ้าย คลิกที่ "เมนู Shield"
- เลื่อนลงมาด้านล่างสุด ไปที่ "หัวข้อ Social Media Blocking"
- เลือกเปิดใช้งานการปิดกั้นแพลตฟอร์มที่ต้องการ
หากคุณกังวลเกี่ยวกับการถูกติดตามโดยเว็บไซต์เหล่านี้ ก็เลือกเปิดใช้งานได้เลย
3. สตรีมไฟล์ทอร์เรนต์ (Stream Torrent Files)
เว็บเบราว์เซอร์ส่วนใหญ่จะไม่รองรับการเล่นไฟล์จาก ทอเรนท์ (Torrent) ได้โดยตรง ตามปกติแล้ว เราจะต้องใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะทางในการเปิด เช่น โปรแกรม Bittorrent, โปรแกรม qBittorrent, โปรแกรม uTorrent ฯลฯ แต่ Brave ได้ถูกพัฒนามาให้รองรับการทำงาน WebTorrent ได้ในตัวเลย ซึ่งมันถูกตั้งค่าให้เปิดใช้งานมาตั้งแต่แรก แต่ถ้าคุณใช้งานไม่ได้ ลองเข้าไปตรวจสอบได้ที่ "เมนู Settings" ตรง "หัวข้อ Extensions" เพื่อ คลิก "เปิดใช้งาน WebTorrent" นั่นเอง
4. สนทนาออนไลน์ (Brave Talk)
Brave เป็นเบราว์เซอร์ที่ขึ้นชื่อในด้านการให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ในปี ค.ศ. 2021 (พ.ศ. 2565) ได้มีการเพิ่มคุณสมบัติ Talk เข้ามา เป็นฟังก์ชันในการสนทนาแบบออนไลน์ ที่สามารถใช้งานแทน แพลตฟอร์ม Zoom และ แพลตฟอร์ม Google Meet ได้
การใช้งานก็เรียบง่าย ไม่ต้องดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เพิ่มเติม เพียงแค่กดเปิดแท็บใหม่ แล้วคลิกที่ "ปุ่ม Start Call" ได้เลย
สามารถสนทนาแบบกลุ่มได้สูงสุด 4 คน ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ถ้าต้องการฟังก์ชันเพิ่มเติม เช่น เข้ารับฟังแบบกลุ่มปาร์ตี้, สตรีมไป YouTube, บันทึกการสนทนา ฯลฯ จะมีค่าใช้จ่าย $7 (หรือประมาณ 240 บาท) ต่อเดือน
5. สร้างรายได้ด้วย Brave Rewards (Earn and Tip with Brave Rewards)
เบราว์เซอร์ Brave ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในตอนที่เปิดตัว เนื่องจากมันเป็นเว็บเบราว์เซอร์ตัวแรกที่ใช้เทคโนโลยี บล็อกเชน (Blockchain) และมีโทเค็นคริปโตของตัวเอง โทเค็น Basic Attention Token หรือ BAT เป็นวิธีที่ผู้ใช้ Brav Rewards Program สามารถรับชมโฆษณาได้สูงสุด 10 โฆษณาต่อวัน โดย Brave นำเสนอแนวคิดนี้เพื่อการแบ่งปันรายได้กับผู้ใช้ เข้าร่วมโปรแกรมสร้างรายได้ด้วยการไปที่ Settings แล้วเปิดใช้งาน Brave Reward
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าในปัจจุบัน ประเทศไทยจะยังไม่สามารถเข้าร่วมโปรแกรมนี้ได้นะ (หากใครสามารถทำได้ก็คอมเมนต์กันเข้ามาได้)
6. มี TOR ในตัว (TOR Integration)
The Onion Router หรือ TOR จัดเป็นเว็บเบราว์เซอร์ที่มีความปลอดภัย และมีความเป็นส่วนตัวสูงที่สุด ซึ่ง Brave ได้มีการผนวก TOR เข้ามาให้ในตัวเลย ทำให้เราสามารถใช้งาน TOR ได้ โดยไม่จำเป็นต้องสลับเว็บเบราว์เซอร์ไปมา
อย่างไรก็ตาม ทาง TOR ใน Brave จะไม่ได้ทำงานอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งทาง Brave ก็จะแจ้งเตือนว่าหากต้องการปกปิดตัวตนอย่างเต็มรูปแบบ ก็แนะนำให้สลับไปใช้ TOR แทน
การเปิดใช้งานก็ไม่ยาก แค่คลิกที่ "เมนูแฮมเบอร์เกอร์ (☰)" แล้วเลือก "เมนู New Private Window with Tor"
7. ค้นหาด้วย Brave (Brave Search)
เดิมที Brave ใช้บริการค้นหาของ DuckDuckGo แต่ในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนมาใช้ Search Engine ที่พัฒนาขึ้นมาเองแล้ว โดยเน้นที่ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ซึ่งจากการทดลองใช้เราพบว่ามันให้ผลลัพธ์ในการค้นหาที่ดีไม่แพ้ Google เลยทีเดียว
การใช้งานก็ง่าย ๆ แค่พิมพ์ในช่องค้นหาด้านล่าง และหากต้องการค้นผ่าน Google ก็เพียงพิมพ์ที่แถบ Address Bar เท่านั้นเอง
8. เบรฟซิงค์ (Brave Sync)
Brave รองรับการ Sync ข้อมูลการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตได้เหมือนกัน โปรแกรม Chrome, โปรแกรม Microsoft Edge, โปรแกรม Firefox หรือเว็บเบราว์เซอร์อื่น ๆ แต่แทนที่จะใช้อีเมลเหมือนเว็บเบราว์เซอร์ทั่วไป Brave จะใช้ Seed Phrase ความยาว 24 คำ ที่ทำงานร่วมกับ Crypto Wallet บน Blockchain แทน ซึ่งมีความปลอดภัยสูงกว่ามาก
สามารถเปิดใช้งานได้ง่าย ๆ ใน "เมนู Settings" ตามด้วย "เมนู Sync" โดยจะมีการซิงค์ข้อมูลตั้งแต่ Bookmark ไปจนถึงรหัสผ่านให้เลย
9. เอไอลีโอในตัว (Built-in AI Leo)
ตอนนี้อะไร ๆ ก็ต้องมี AI แม้แต่ในเว็บเบราว์เซอร์ Brave เอง ก็มีการใส่มาเช่นกัน นั่นก็คือ Leo เอไอผูช่วย ที่มีคุณสมบัติในการทำงานหลายอย่าง เช่น สรุปผลการค้นหา, ตอบคำถามต่าง ๆ ฯลฯ
การใช้งานก็ง่าย ๆ แค่คลิก "ไอคอน Ask Leo" ที่อยู่ในช่องค้นหาเท่านั้นเอง
10. กระเป๋าเงินคริปโต (Crypto Wallet)
Brave มาพร้อมกับกระเป๋าเงินคริปโตยอดนิยมอย่าง MetaMask ในตัว ที่ใช้ในการเข้าถึง Decentralized Finance (DeFi)
ในการใช้งานให้คลิก "เมนูแฮมเบอร์เกอร์ (☰)" แล้วเลือก "เมนู Wallet"
ใครไม่เคยใช้เว็บเบราว์เซอร์ Brave ก็ลองดาวน์โหลดมาใช้งานกันดูนะครับ แล้วอาจจะติดใจเหมือนผู้เขียนก็เป็นได้
ที่มา : www.maketecheasier.com
|
เขียนโดย
แอดมินสายเปื่อย ชอบลองอะไรใหม่ไปเรื่อยๆ รักแมว และเสียงเพลงเป็นพิเศษ |




