วิธีแก้ปัญหาดาวน์โหลดไฟล์บน Chrome ไม่ได้ เพราะติดแจ้งเตือน Malware
moonlightkz
วิธีแก้ปัญหาดาวน์โหลดไฟล์ไม่ได้ เพราะติดแจ้งเตือนมัลแวร์
สำหรับโปรแกรม โปรแกรม Google Chrome (ต่อไปนี้ขอเรียกสั้น ๆ ว่า "Chrome") เป็น เว็บเบราว์เซอร์ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มันครองส่วนแบ่งทางการตลาดอันดับหนึ่งมาอย่างต่อเนื่องนานหลายปี แม้หลายคนจะไม่ชอบมันมากนัก จากเหตุผลที่มันใช้ทรัพยากรหลักอย่าง แรม (RAM) ในการทำงานค่อนข้างสูง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Chrome เป็นเว็บเบราว์เซอร์ที่มีคุณสมบัติมากมายที่ช่วยให้ประสบการณ์ในการท่องเว็บไซต์ต่าง ๆ เป็นไปด้วยดี
- Homograph Attack คืออะไร ? รู้จักการโจมตีแบบโฮโมกราฟ ปลอมแปลง URL
- ChromeOS คืออะไร ? ทำไมกำลังมาแรง ? พร้อมทั้งคู่มือเลือกระบบ OS ใดเหมาะสมกับคุณ
- 10 คุณสมบัติน่าสนใจใน Brave Browser ที่คุณอาจไม่เคยรู้ว่ามีอยู่
- วิธีแก้ปัญหาดาวน์โหลดไฟล์บน Chrome ไม่ได้ เพราะติดแจ้งเตือน Malware
- Chromium คืออะไร ? แตกต่างกันกับ เว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome อย่างไร ?
ความปลอดภัยก็เป็นอีกหนึ่งจุดขายของเว็บเบราว์เซอร์ Chrome มันมีระบบตรวจสอบ เพื่อสแกนหา มัลแวร์ (Malware) ซึ่งมีความแม่นยำสูงในระดับหนึ่งเลยทีเดียว เป็นปราการด่านแรกที่ช่วยปกป้องคุณจากภัยอันตรายที่แฝงตัวอยู่ในอินเทอร์เน็ต
อย่างไรก็ตาม บางครั้งที่เวลาคุณต้องการ ดาวน์โหลดไฟล์ หรือ ดาวน์โหลดโปรแกรม จาก อินเทอร์เน็ต แต่ระบบป้องกันของ Chrome ก็ปิดกั้นการดาวน์โหลดแล้วแจ้งเตือนว่าพบมัลแวร์ "Failed – Virus Detected" ทั้งที่คุณมั่นใจว่าไฟล์ที่คุณดาวน์โหลดนั้นไม่ใช่มัลแวร์ มีความปลอดภัยแน่ ๆ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เช่น รูปแบบการทำงานที่คล้ายกับมัลแวร์ ทำให้ Chrome เข้าใจผิดแล้วปิดกั้นการดาวน์โหลด
ในบทความนี้จะมาแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าว หากคุณมั่นใจว่าไฟล์นั้นปลอดภัย และต้องการที่จะดาวน์โหลดมันลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณจริง ๆ
ภาพจาก https://www.howtogeek.com/bypass-chromes-failed-virus-detected-message/
ทำไม Chrome ถึงแจ้งเตือน "Failed - Virus Detected" ?
เมื่อคุณพยายามที่จะดาวน์โหลดไฟล์จากอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บเบราว์เซอร์ Chrome เหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้น ระบบตรวจสอบความปลอดภัยที่มีอยู่ในเว็บเบราว์เซอร์ Chrome และการทำงานของ Windows Security ที่มีอยู่ในตัวระบบปฏิบัติการจะเริ่มทำการสแกนไฟล์ดังกล่าวทันที ถ้าหากมันสแกนผ่านได้ทั้ง 2 ระบบ การดาวน์โหลดถึงจะเริ่มต้นขึ้น อย่างไรก็ตาม หากระบบตรวจสอบตัวใดตัวหนึ่ง ไม่ว่าจะที่อยู่ภายใน Chrome หรือตัว Windows Security ก็ตาม มองว่ามันเป็นมัลแวร์ การดาวน์โหลดจะถูกหยุดลง พร้อมกับแสดงข้อความแจ้งเตือนว่า "Failed - Virus Detected" ทันที
ทั้งนี้ ไม่ต้องรู้สึกตกใจไป "Failed - Virus Detected" ข้อความแจ้งเตือนนี้ไม่ได้หมายความว่า ระบบคอมพิวเตอร์ของคุณได้ติดมัลแวร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่มันหมายความว่า Chrome หรือตัวระบบปฏิบัติการได้ตรวจพบสัญญาณอันตราย และได้ปิดกั้นมันให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เราต้องยอมรับว่า เว็บไซต์บุคคลที่สาม (3rd-Party Website) หลายแห่งที่ให้บริการดาวน์โหลดไฟล์ มักจะมีไฟล์อันตรายแฝงตัวอยู่ เช่น มีการดัดแปลงไฟล์ติดตั้งซอฟต์แวร์แอบซ่อนมัลแวร์เอาไว้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บไซต์ของผู้พัฒนาโดยตรง หรือแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น
ส่วนใหญ่แล้ว การแจ้งเตือนนี้มีความแม่นยำอยู่ในระดับที่ผู้ใช้สามารถไว้วางใจได้ แต่บางครั้งมันก็มีเหตุการณ์ที่ผู้ใช้มั่นใจว่าไฟล์ที่ต้องการดาวน์โหลดมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน แต่ระบบตรวจสอบความปลอดภัยของ Chrome และ Windows Security ยังคงนั่งยัน นอนยันว่ามันไม่ปลอดภัย
ในกรณีดังกล่าว ผู้ใช้ยังคงสามารถเลือกที่จะดาวน์โหลดไฟล์ดังกล่าวได้อยู่ เพียงแต่ว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดคลิกแค่ปุ่มเดียว แล้วดาวน์โหลดได้ทันที ผู้ใช้จะต้องปรับตั้งค่าบางอย่างเสียก่อน จึงจะสามารถดาวน์โหลดได้
วิธี Bypass แจ้งเตือน "Failed - Virus Detection"
ย้ำอีกทีว่า ก่อนจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปนี้ ต้องมั่นใจว่าไฟล์ที่คูณต้องการจะดาวน์โหลดนั้นมีความปลอดภัย ข้อความแจ้งเตือนเป็นเรื่องเข้าใจผิดของระบบสแกนมัลแวร์จริง ๆ หากมั่นใจแล้วก็มาศึกษาขั้นตอนการทำได้เลยครับ
1. ปรับแต่งค่าการรักษาความปลอดภัยของ Chrome
ในเว็บเบราว์เซอร์ Chrome จะมีคุณสมบัติที่ชื่อว่า "Safe Browsing" อยู่ มันมีหน้าที่ในการช่วยดูแลผู้ใช้งานให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย เมื่อคุณสมบัตินี้ถูกเปิดใช้งานอยู่ Chrome จะคอยป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานเข้าเว็บไซต์ที่มีอันตรายแฝงอยู่ได้ ซึ่งรวมไปถึงการดาวน์โหลดไฟล์ที่อาจมีอันตรายอยู่ด้วย
ถ้าหากมั่นใจว่าไฟล์ที่ดาวน์โหลดนั้นปลอดภัย ก็ให้เราไปปิดการทำงานของ "Safe Browsing" ชั่วคราวเพื่อให้ดาวน์โหลดไฟล์ได้ ด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้
- ในเว็บเบราว์เซอร์ Chrome ให้คลิกที่ "ปุ่ม ⋮" แล้วเลือก "เมนู Settings"
- ในพาเนลด้านซ้าย ให้คลิกที่ "เมนู Privacy and Security" จากในนั้นในพาเนลด้านขวา ให้คลิกที่ "เมนู Security"
- ใต้หัวข้อ Safe Browsing ให้เราเลือก "No protection (not recommended)"
- คลิก "เมนู Turn off" เพื่อยืนยันที่จะปิดการทำงานของมัน
ถ้าการแจ้งเตือน "Failed – Virus detected" มีเหตุผลมาจากระบบรักษาความปลอดภัยของ Chrome ตอนนี้ ผู้ใช้ก็ควรที่จะดาวน์โหลดไฟล์ดังกล่าวได้แล้ว ซึ่งหลังจากที่ดาวน์โหลดเสร็จสิ้น แนะนำว่าควรปรับค่ากลับไปเป็น "Standard protection" หรือ "Enhanced protection" ตามเดิม เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานนะครับ
2. ปิดการทำงานของ Windows Security
หากว่าปิดระบบรักษาความปลอดภัยของ Chrome ไปแล้ว แต่ยังไม่สามารถดาวน์โหลดไฟล์ได้ แสดงว่าสาเหตุของการแจ้งเตือน "Failed – Virus detected" ไม่ได้มาจาก Chrome แต่มาจากระบบรักษาความปลอดภัยของตัวระบบปฏิบัติการ Windows ดังนั้น สิ่งที่เราต้องทำคือการปิดการทำงานของ Windows Security ลงชั่วคราว ด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้
- กด "ปุ่ม Windows+i" เพื่อเปิดหน้าต่าง Settings ขึ้นมา
- ในพาเนลด้านซ้าย คลิกที่ "เมนู Privacy & security" จากในนั้นในพาเนลด้านขวา ให้คลิกที่ "เมนู Windows Security"
- คลิกที่ "เมนู Virus & threat protection"
- ใต้หัวข้อ Virus & Threat Protections Settings ให้คลิกที่ "เมนู Manage Settings"
- คลิกปิดการทำงานของ Real-time Protection หากมีหน้าต่างแจ้งเตือนของ User Account Control (UAC) ปรากฏขึ้นมา ให้คลิก "ปุ่ม OK" เพื่อยืนยัน
หลังจากที่เราปิดการทำงานของ Real-time protection ไป มันจะเป็นการหยุดการทำงานของ Windows Defender ลงชั่วคราว โดยมันจะเปิดทำงานอัตโนมัติเมื่อเรารีสตาร์ตระบบคอมพิวเตอร์ ในกรณีที่คุณใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์ (Anti-Malware Software) ของ 3rd-Party อยู่ด้วย ก็ให้ปิดการทำงานของมันก่อนด้วยเช่นกัน ซึ่งแต่ละค่ายก็จะมีขั้นตอนที่แตกต่างกันออกไป ถ้าทำไม่เป็น แนะนำให้อ่านคู่มือประกอบการใช้งาน
3. ปิดระบบสแกนมัลแวร์สำหรับการดาวน์โหลด
โดยปกติแล้ว หลังจากที่เราทำทั้ง 2 อย่างไป ก็ควรจะดาวน์โหลดไฟล์ที่ระบบแจ้งเตือนได้แล้ว แต่ถ้ามันยังดาวน์โหลดไม่ได้ ก็มาถึงท่าสุดท้าย ที่เรานำมันมาแนะนำเป็นขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจากมันเป็นการแก้ไขค่า Registry ซึ่งหากทำอย่างไม่ระมัดระวัง อาจทำให้ระบบปฏิบัติการ Windows เกิดความเสียหายได้
แต่ก็ไม่ต้องกังวล ถ้าค่อย ๆ อ่านแล้วทำตาม ยังไงก็ไม่พลาดอยู่แล้ว หรือสร้างจุดเซฟ เพื่อทำการ คืนค่าระบบ (System Restore) เผื่อไว้ก่อนก็ได้ ถ้าพร้อมแล้วก็ลุยต่อกันได้เลย
- กด "ปุ่ม Windows + R" แล้วพิมพ์ลงในช่อง Open ว่า "regedit" แล้วกด "ปุ่ม Enter"

- ไปที่ตำแหน่ง
HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies - ในพาเนลด้านซ้าย คลิกขวาที่ "Policies" เลือก "New" ตามด้วย "Key"
- ตั้งชื่อ Key ว่า "Attachments" จากนั้น คลิกขวาแล้วเลือก "New" ตามด้วย "DWORD (32-bit) Value"
- ตั้งชื่อ DWORD ว่า "ScanWithAntiVirus" จากนั้นก็ดับเบิลคลิกเปิดมันขึ้นมา เปลี่ยนค่าในช่อง Value data จาก "0" ให้เป็น "1" แล้วคลิก "ปุ่ม OK"
จากนั้นให้รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ตัวระบบปฏิบัติการปรับใช้ค่าที่เราเพิ่งกำหนดใหม่ ซึ่งเราเชื่อว่าคุณน่าจะดาวน์โหลดไฟล์ที่ต้องการได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อดาวน์โหลดเสร็จสิ้น แนะนำให้ปรับค่ากลับไปเหมือนเดิม โดนใน "ScanWithAntiVirus" เปลี่ยนค่าในช่อง Value data จาก "1" ให้เป็น "0" แล้วคลิก "ปุ่ม OK" ตามด้วยการรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์
ก็หวังว่า บทความนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาให้คุณผู้อ่านที่กำลังประสบปัญหาในการดาวน์โหลดไฟล์ไม่ได้ แต่ถ้ายังไม่ได้ อาจจะต้องลองใช้เว็บเบราว์เซอร์อื่น ๆ เช่น Edge, Firefox, Opera ฯลฯ ในการดาวน์โหลดแทน
ที่มา : www.howtogeek.com , techviral.net , www.yaguara.co
|
เขียนโดย
แอดมินสายเปื่อย ชอบลองอะไรใหม่ไปเรื่อยๆ รักแมว และเสียงเพลงเป็นพิเศษ |




