8 ลูกเล่นน่าใช้บน YouTube ที่อยากแนะนำให้ลองใช้
moonlightkz
8 ลูกเล่นน่าใช้บน YouTube ที่อยากแนะนำให้ลองใช้
นาทีนี้ คงไม่มีใครไม่เคยรับชม ยูทูบ (YouTube) แพลตฟอร์มวิดีโอ หรือคลังวิดีโอ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกของ Google กันหรอกเนอะ YouTube เปิดตัวเป็นครั้งแรกในวันวาเลนไทน์ของปี ค.ศ. 2005 (พ.ศ. 2548) แน่นอนว่าเมื่อมาถึงในปัจจุบันนี้ ทาง YouTube ย่อมมีการพัฒนาความสามารถ และคุณสมบัติในการทำงานให้ดีขึ้นกว่าเดิมหลายอย่าง ซึ่งมันก็อาจจะมีคุณสมบัติบางอย่างที่คุณอาจจะมองข้ามไป เลยไม่รู้ว่า YouTube มันทำ "แบบนี้" ได้ด้วยนะ
- 6 เทคนิค Phishing ที่นักเล่นเกมควรระวัง มีอะไรบ้าง มาดูกัน
- 5 เทรนด์การตลาดออนไลน์ 2024 (5 Marketing Trends 2024)
- Comment Marketing คืออะไร ? รู้จักการตลาดแบบปลิง และสิ่งที่ควร-ไม่ควรทำ
- 8 ลูกเล่นน่าใช้บน YouTube ที่อยากแนะนำให้ลองใช้
- Copyright Claim และ Copyright Strike คืออะไร ? พร้อมวิธีรับมือกับปัญหาลิขสิทธิ์บน YouTube
ในบทความนี้ ก็เลยอยากจะมาแนะนำวิธีใช้งานลูกเล่นเหล่านั้น มาอ่านกันว่าจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ?
1. ตรวจสอบว่าคุณดูยูทูบบ่อยขนาดไหน ?
(How often do you spend on YouTube ?)
ไม่มีอะไรดูเราก็เปิด YouTube หรือระหว่างทำงานอยากเปิดเพลงฟัง เราก็เปิด YouTube หรือแม้แต่ นอนไม่หลับอยากหาอะไรชมกล่อมนอนเราก็เปิด YouTube ซึ่งหากคุณเริ่มรู้สึกสงสัยในตัวเองว่าปล่อยให้เวลาชีวิตจมในโลก YouTube มากเกินไป จนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน หรือคุณภาพในการนอนหลับหรือเปล่า ?
ถ้ากังวลล่ะก็ ลองเข้าไปตรวจสอบชั่วโมงการรับชม YouTube ในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ง่าย ๆ ที่ "Time watched" ด้วยขั้นตอนดังนี้ได้เลย
- ในแอป YouTube บนสมาร์ทโฟน แตะไปที่ไอคอนโปรไฟล์ของคุณ
- แตะที่ "เมนู Time Watched"
- รายงานการรับชม YouTube ก็จะแสดงผลสรุปให้ทันที
อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า "Time watched" นี้จะไม่รวมเวลาที่คุณใช้งาน YouTube Music และ YouTube TV เข้ามาด้วยนะ
2. ตั้งเวลาแจ้งเตือนให้พักจากการชมยูทูบ
(Set a reminder time to take a break from watching YouTube)
จากข้อ 1. หากคุณรู้สึกว่าหมดเวลาไปกับ YouTube มากเกินไป ด้วยความ "เพลิน" ที่ยากจะหยุดได้ รู้สึกตัวอีกทีแสงอรุณยามรุ่งก็มาเยือนเสียแล้ว คุณสามารถที่จะตั้งเวลาให้ตัวแอป YouTube แจ้งเตือนให้คุณพักการรับชมได้ด้วยนะ ด้วยขั้นตอนดังนี้
- ในแอป YouTube บนสมาร์ทโฟน แตะไปที่ไอคอนโปรไฟล์ของคุณ
- แตะที่ "เมนู Time watched"
- แตะที่ "เมนู Remind me to take a break" เพื่อเปิดใช้งานระบบแจ้งเตือนให้พัก
- เลือกระยะเวลาที่ต้องการให้มันแจ้งเตือน
3. ถ่างเพื่อซูม
(Pinch to Zoom)
ถ่างเพื่อซูม (Pinch to Zoom) เป็นการใช้ 2 นิ้ว แตะลงบนหน้าจอ พอเรากางนิ้วออก วิดีโอของ YouTube ก็จะถูกซูมโดยอัตโนมัติ ซึ่งเราสามารถซูมได้สูงสุดถึง 8 เท่า (8x) มันเป็นลูกเล่นที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก เมื่อเราต้องการเห็นรายละเอียดบางส่วนของวิดีโอชัดเจนขึ้น เช่น ซูมดูข้อความที่อาจารย์เขียนบนกระดานไวท์บอร์ด
4. เปิด หรือปิด คุณสมบัติเล่นอัตโนมัติ
(Turn on or off the Autoplay Feature)
โดยปกติแล้ว ทันทีที่วิดีโอเล่นจบ YouTube จะเริ่มเล่นวิดีโอแนะนำถัดไปให้อัตโนมัติ ข้อดีคือ มันทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับการรับชมวิดีโอได้อย่างต่อเนื่อง แถมยังเปิดโอกาสให้ YouTube แนะนำสิ่งดี ๆ ที่คุณไม่รู้จักมาก่อนให้ด้วย แต่หากคุณไม่ชอบก็สามารถปิดใช้งานคุณสมบัตินี้ได้
ตามปกติแล้ว คุณสมบัติเล่นอัตโนมัติ (Autoplay) จะถูกเปิดใช้งานเอาไว้อัตโนมัติ หากคุณเป็นผู้ใช้ที่มีอายุมากกว่า 18 ปี หากต้องการปิด สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยขั้นตอนดังนี้
- ในแอป YouTube บนสมาร์ทโฟน แตะไปที่ไอคอนโปรไฟล์ของคุณ
- แตะที่ "เมนู Settings" ตามด้วย "เมนู Autoplay"
- แตะสลับเพื่อปิด Autoplay
อย่างไรก็ตาม การปิด Autoplay ตรงนี้จะมีผลเฉพาะการรับชมบนสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตเท่านั้นนะ
5. เปิด หรือปิด คุณสมบัติ Playback ในหน้าฟีด
(Turn on or off the Playback Feature in your feed)
สังเกตว่าทันทีที่เราเปิดแอป YouTube ขึ้นมา วิดีโอที่อยู่ในหน้าแรก (หรือหน้าฟีด - Feed Page) จะเริ่มต้นเล่นทันที ข้อดีของมันคือ ช่วยให้เราเห็นพรีวิวเนื้อหาของวิดีโอก่อนที่จะกดเล่น อย่างไรก็ตาม การทำงานของคุณสมบัตินี้ก็เป็นการสิ้นเปลืองดาต้า หากแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตของคุณมีจำกัด การปิดคุณสมบัติ Playback ในหน้า Feed ก็จะช่วยประหยัดไปได้เยอะเลย
- ในแอป YouTube บนสมาร์ทโฟน แตะไปที่ "ไอคอนโปรไฟล์" ของคุณ
- แตะที่ "เมนู Settings" ตามด้วย "เมนู General"
- แตะเข้าไปที่ "เมนู Playback in Feeds"
- เลือก "เมนู Off" เพื่อปิดไปเลย หรือ "เมนู Wi-Fi only" เพื่อปิด แต่จะเปิดใช้งานอัตโนมัติหากอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi อยู่
6. เปิด หรือปิด การรับชมด้วย โหมดสภาพแวดล้อมรอบข้าง
(Turn on or off Ambient Mode)
โหมด Ambient จะช่วยแต่งแต้มสีลงบริเวณโดยรอบกรอบเครื่องเล่นวิดีโอ โดยสีจะเปลี่ยนไปตามสีในเนื้อหาของวิดีโอ มันอาจจะดูไม่มีอะไรมากนัก แต่ก็ช่วยให้ หน้าจอเชื่อมต่อผู้ใช้งาน (User Interface - UI) ของ YouTube ดูกลมกลืนสวยงามขึ้นนะ
แต่ถ้าไม่ชอบก็สามารถปิด โหมด Ambient ได้เช่น โดยเราเปิด หรือปิด Ambient ได้ด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้
- ในขณะที่กำลังเล่นวิดีโออยู่ ให้แตะทีหน้าจอ เพื่อเรียกเมนูขึ้นมา
- แตะไปที่ "ไอคอน เฟือง"
- แตะที่ "เมนู Ambient mode"
7. เปิด หรือปิด โหมดไม่ระบุตัวตน
(Turn on or off Incognito Mode)
ใน โปรแกรมเปิดเว็บ หรือ เว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ถ้าหากเราเปิดเว็บไซต์ภายใต้ โหมดไม่ระบุตัวตน (Incognito Mode) จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวของเรา ด้วยการป้องกันไม่ให้เว็บไซต์สามารถแทรคข้อมูลผู้ใช้ได้ ซึ่งใน YouTube ก็มีโหมด Incognito ให้ใช้เช่นกัน โดยมันจะช่วยหยุดไม่ให้ YouTube ติดตามกิจการการรับชมวิดีโอของคุณ และถ้าหากไม่ต้องการให้วิดีโอที่รับชมถูกเพิ่มไว้ในส่วนของประวัติ (History) หรือคลิปแนะนำ (Recommended Clips) ก็ลองใช้งานกันดู วิธีเปิดใช้งานก็ไม่ยาก
- ในแอป YouTube บนสมาร์ทโฟน แตะไปที่ไอคอนโปรไฟล์ของคุณ
- แตะที่ "เมนู Turn on Incognito"
- หากตองการปิดก็ทำเหมือนเดิม แล้วเลือก "เมนู Turn off Incognito"
8. แสดงข้อมูลการถอดเสียง
(Show Video Transcript)
ใน YouTube จะมีระบบที่ช่วยถอดเสียงพูดในวิดีโอออกมาเป็นข้อความอัตโนมัติอยู่ ปัญหาเดียวของมันคือ มันทำงานแบบอัตโนมัติ ซึ่งความแม่นยำยังไม่ถึงกับถูกต้อง 100% แต่ก็ถือว่าอ่านรู้เรื่องเข้าใจได้อยู่นะ
เราสามารถดูข้อมูลการถอดเสียง (Video Transcript) ได้ด้วยขั้นตอนดังนี้
- แตะที่ชื่อคลิป
- แตะที่ "ปุ่ม Show Transcript"
เป็นอย่างไรกันบ้าง หวังว่าลูกเล่นเหล่านี้ จะช่วยให้ประสบการณ์ในการใช้งาน YouTube ของคุณดียิ่งขึ้นกว่าเดิมนะ
ที่มา : www.makeuseof.com
|
เขียนโดย
แอดมินสายเปื่อย ชอบลองอะไรใหม่ไปเรื่อยๆ รักแมว และเสียงเพลงเป็นพิเศษ |




