Capture Card คืออะไร ? การ์ดจับภาพ มีหลักการทำงานอย่างไร ? พร้อม ข้อดี-ข้อเสีย
moonlightkz
Capture Card คืออะไร ? ทำงานอย่างไร ?
หากคุณเคยคิดที่จะบันทึกวิดีโอการเล่นเกมของตนเอง หรือต้องการใช้กล้องดิจิทัลตัวโปรดของคุณ ให้ทำหน้าที่เป็นกล้องเว็บแคม (Webcam) สำหรับคอมพิวเตอร์ เอาไว้ใช้ประชุมออนไลน์ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่าง Zoom Meeting, Google Meet, Microsoft Teams คุณก็น่าจะเคยได้ยินกับอุปกรณ์ที่เรียกว่า "การ์ดจับภาพ" หรือ "แคปเจอร์การ์ด (Capture Card)" กันมาบ้าง
- HDMI 2.2 คืออะไร ? มาตรฐานใหม่ที่รองรับความละเอียดได้ถึง 4K 480Hz
- DisplayPort 2.1 คืออะไร ? แตกต่างจาก HDMI 2.1 อย่างไร ?
- DisplayLink คืออะไร ? ทำงานอย่างไร ? และข้อดี และข้อเสียมีอะไรบ้าง ?
- HDMI CEC คืออะไร ? ทำอะไรได้บ้าง ? และวิธีเปิด-ปิด คุณสมบัตินี้
- HDMI Splitter, HDMI Switcher และ HDMI Matrix Switcher คืออะไร ? แตกต่างกันอย่างไร ?
ผู้ที่เคยใช้งาน Capture Card มาก่อน หรือใช้งานอยู่ น่าจะรู้สรรพคุณ และประโยชน์ของมันกันอยู่แล้ว แต่หากคุณไม่รู้จัก แล้วสงสัยว่า Capture Card มันคืออะไร ? ทำไมมันเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับคนที่ต้องการไลฟ์อย่างมีคุณภาพ ในบทความนี้เราก็จะมาอธิบายให้ฟังกัน
Capture Card คืออะไร ?
(What is Capture Card ?)
ปัจจุบันนี้ มีอุปกรณ์อยู่หลายอย่าง ที่ในการทำงานของมันจะมีคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับภาพนิ่ง หรือวิดีโอ เช่น เครื่องเกมคอนโซลจะสร้างภาพวิดีโอเกมขึ้นไปฉายบนหน้าจอโทรทัศน์ หรือจอมอนิเตอร์, กล้องดิจิทัลที่มีช่องปล่อยสัญญาณภาพออกเพื่อส่งข้อมูลไปยังหน้าจอเสริม เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบภาพ หรือแม้แต่สมาร์ทโฟน แท็บเล็ตในปัจจุบันนี้ ก็สามารถต่อหน้าจอเสริมเพื่อแสดงผลแบบสะท้อนหน้าจอ (Mirror screen) ได้
ทีนี้ เรามาจำลองสถานการณ์กัน สมมติให้คุณมีเครื่องเกม Nintendo Switch อยู่ แล้วต้องการจะทำไลฟ์สตรีมการเล่นเกมของคุณไปบน YouTube จะต้องทำอย่างไร ? เพราะว่า Nintendo Switch (รวมไปถึงอุปกรณ์ส่วนใหญ่) จะทำได้แค่การปล่อยสัญญาณภาพออกมาผ่าน พอร์ต HDMI เท่านั้น ซึ่งในการไลฟ์สตรีมบน YouTube เราจะนิยมทำกันบนคอมพิวเตอร์ผ่าน โปรแกรมตระกูล OBS กันเป็นส่วนใหญ่ เพราะมันสามารถจัดการกับหน้าต่างไลฟ์ การปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมได้สะดวก
จากปัญหาดังกล่าว ทำให้มีการคิดค้นแคปเจอร์การ์ด (Capture Card) ขึ้นมา เพื่อให้มันทำหน้าที่ดักจับสัญญาณภาพ มาแสดงผลในโปรแกรมที่ต้องการใช้งาน
Capture Card ทำงานอย่างไร ?
(How does Capture Card work ?)
การทำงานของ Capture Card ไม่มีอะไรซับซ้อน โดยหลักการคือ ตัวมันจะรับ "สัญญาณภาพขาเข้า" ที่ได้รับจากเครื่อง Nintendo Switch, PlayStation 5, กล้องดิจิทัล ฯลฯ ผ่านพอร์ต HDMI มาเข้ารหัสประมวลผลภายในการ์ด จากนั้นก็ปล่อย "สัญญาณขาออก" ออกมา 2 ทาง โดยปล่อยผ่านพอร์ต HDMI ให้กับโทรทัศน์ หรือมอนิเตอร์ และอีกสัญญาณจะปล่อยผ่าน พอร์ต USB ให้กับคอมพิวเตอร์

หลักการทำงานของ Capture Card
ภาพจาก https://www.quora.com/What-is-the-purpose-of-a-video-capture-card
ทั้งนี้ Capture Card ในปัจจุบันมีอยู่หลายรูปแบบ ขั้นตอนการทำงานอาจไม่เป็นตามโครงสร้างด้านบนเสมอไป อย่างเช่น ในรุ่นที่ราคาประหยัด มันอาจจะมีแค่ช่อง HDMI เพื่อรับสัญญาณเข้า แล้วปล่อยต่อให้กับคอมพิวเตอร์โดยตรงผ่านพอร์ต USB เลย หรือบางรุ่นก็รองรับการรับส่งสัญญาณภาพผ่านพอร์ต USB-C ได้ด้วย
นอกจากนี้ Capture Card ก็จะมีสเปกที่แตกต่างกัน เช่น รุ่นราคาประหยัดอาจจะรองรับการจับสัญญาณภาพได้แค่ความละเอียดระดับ ความละเอียดหน้าจอแบบ Full HD (1,980 x 1,080 พิกเซล 30 Hz) แต่รุ่นระดับสูงที่มีราคาแพงจะสามารถทำ ความละเอียดหน้าจอได้สูงถึง 4K (3,840 x 2,160 พิกเซล 60 Hz) แล้วก็ยังมีให้เลือกอีกว่าเป็น Capture Card แบบภายนอกที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หรือจะเลือกแบบภายในที่ต่อกับเมนบอร์ดโดยตรง
ข้อมูลเพิ่มเติม : ความละเอียด 720p, 1080p, 1440p, 2K, 4K, 5K, 6L, 8K, HD, FHD, UHD, QHD, ของหน้าจอ คืออะไร ?
ข้อดีของการใช้ Capture Card
(Capture Card usage pros)
หากพูดถึงข้อดี หรือประโยชน์ของ Capture Card นั้นมีหลายอย่างกันเลยทีเดียว โดยเราสามารถนำมันไปประยุกต์การใช้งาน ได้กับอุปกรณ์ทุกชนิด ที่มีการปล่อยสัญญาณภาพออกมาได้หลายอย่าง ดังต่อไปนี้
- บันทึก หรือสตรีมวิดีโอจากเครื่องเกมคอนโซลได้
- Capture Card บางรุ่น สามารถรับสัญญาณภาพจากอุปกรณ์ได้หลายตัวพร้อมกัน ทำให้สามารถจัดไลฟ์แบบที่มีกล้อง หรือแหล่งที่มาของวิดีโอหลายแห่ง จัดการได้อย่างสะดวก
- Capture Card บางรุ่น สามารถบันทึกสัญญาณภาพลงหน่วยความจำอย่างการ์ด MicroSD หรือฮาร์ดไดร์ฟ ได้ทันที ช่วยให้การสำรองฟุตเทจที่คุณถ่ายทำไว้เป็นเรื่องง่าย
- Capture Card บางรุ่น มีช่องเสียบไมค์ในตัว ทำให้คุณสามารถบันทึกสัญญาณภาพ และเสียงได้พร้อมกันโดยสะดวก
- เมื่อดึงภาพจากเครื่องเกมมาแสดงบน Windows ได้ แปลว่าเราสามารถเล่นเกม พร้อมกับทำหลายสิ่งพร้อมกันได้ ด้วยหน้าจอเพียงจอเดียว
- ในกรณีที่ไม่มีทีวี ก็สามารถใช้ Capture Card เพื่อเปลี่ยนหน้าจออื่น ๆ ที่คุณมี เช่น จอโน้ตบุ๊กเป็นจอแสดงผลให้อุปกรณ์ตัวอื่นได้
ข้อเสียของการใช้ Capture Card
(Capture Card usage cons)
เราบอกถึงข้อดีของ Capture Card กันไปแล้ว ทีนี้เรามาอ่านข้อเสียของมันกันบ้าง
- รุ่นที่คุณภาพดี มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง ราคาค่อนข้างแพง แม้จะมีตัวเลือกราคาถูก แต่คุณภาพก็จะด้อยกว่าพอสมควร
- การวางระบบค่อนข้างยุ่งยาก โดยเฉพาะหากคุณต้องการเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์พร้อมกัน
- Capture Card นั้นเป็นอุปกรณ์ที่แทรกกลางระหว่างตัวรับ และตัวส่งสัญญาณภาพ ภาพที่คุณเห็นบนหน้าจอ กับการคอนโทรลมันจึงมีโอกาสเกิดดีเลย์ ทำให้คุณรู้สึกว่ามันหน่วง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เล่นเกม อย่างไรก็ตาม ใน Capture Card รุ่นระดับสูง จะไม่ค่อยพบปัญหานี้
ที่มา : www.makeuseof.com
|
เขียนโดย
แอดมินสายเปื่อย ชอบลองอะไรใหม่ไปเรื่อยๆ รักแมว และเสียงเพลงเป็นพิเศษ |




