วิธีเปิด Service ใน Windows 11 รวมไปถึงการตั้งค่า Windows Services ต่างๆ
moonlightkz
วิธีเปิด Service ใน Windows 11
ในการทำงานของระบบปฏิบัติการ Windows เบื้องหลังมันต้องอาศัยการทำงานของ เซอร์วิส (Service) ในหลายๆ ตัวร่วมมือกัน โดยมีทั้ง Service จากทาง Microsoft เอง และ Service ที่มาจาก บุคคลที่สาม (3rd-Party) ด้วยเช่นกัน
- 6 ฟีเจอร์ของ Windows ที่หายไป ถูกแทนที่ด้วยของใหม่
- Windows Security กับ Microsoft Defender คืออะไร ? และ แตกต่างกันอย่างไร ?
- 6 เหตุผล ที่ทำให้ Windows Subsystem for Linux (WSL) มีความน่าสนใจ
- ซอฟต์แวร์ 5 ประเภท บนระบบปฏิบัติการ Windows ที่สร้างความเสียหายมากกว่าประโยชน์
- CXL คืออะไร ? รู้จัก Compute Express Link เทคโนโลยีอนาคตของหน่วยความจำ
โดย ซึ่ง Service ที่ว่า มันมีลักษณะเหมือนเป็น "โปรแกรม หรือ ซอฟต์แวร์ ขนาดจิ๋ว" ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง มีหน้าที่เฉพาะเจาะจงของตัวมันเอง ผู้ใช้ไม่สามารถเรียกใช้งาน Service ได้เหมือนกับโปรแกรมทั่วไป โดยส่วนใหญ่พวกมันจะเริ่มต้นทำงานเมื่อถึงเวลาที่ตัวระบบปฏิบัติการ Windows ต้องการอัตโนมัตินั่นเอง
แม้ผู้ใช้จะไม่สามารถเรียกใช้งานซอฟต์แวร์ Service ได้ แต่ก็สามารถควบคุมการทำงานของมันได้ผ่านแอปพลิเคชัน Service ที่มีอยู่ในระบบปฏิบัติการ Windows โดยผู้ใช้สามารถเปิด-ปิด, ตั้งค่าการทำงานของ Service ได้ผ่านแอปพลิเคชันดัวกล่าว บ่อยครั้งที่การทำงานของระบบปฏิบัติการมีปัญหาเพราะ Service ที่จำเป็นไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ทำให้ผู้ใช้ต้องเข้าไปตรวจสอบสถานะการตั้งค่าของพวกมันด้วยตัวเอง
ในบทความนี้ เราจึงจะมาบอกวิธีเปิด "แอปพลิเคชัน Services" ในระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งมันสามารถเปิดได้อยู่หลายวิธี จะมีวิธีการไหนบ้าง มาอ่านกันเลย
1. เข้าผ่านคำสั่ง Run
คำสั่งรัน (Run Command) จัดว่าเป็นเครื่องมือในระบบปฏิบัติการ Windows ที่สามารถใช้เปิดแอปพลิเคชันที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่า Service ก็สามารถเปิดผ่าน Run Command ได้เช่นกัน ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
- กด "ปุ่ม Windows + r" เพื่อเปิด "หน้าต่าง Run Command"
- พิมพ์ลงไปว่า "Service.msc" แล้วกด "ปุ่ม Enter"

2. เข้าผ่านระบบค้นหา (Search) ในเมนู Start
วิธีนี้เป็นวิธีพื้นฐานที่คิดว่าหลายคนนิยมใช้ในการเปิดโปรแกรมที่หาไม่เจอกันอยู่แล้ว คือ การใช้ระบบ Search ที่มีอยู่ในเมนู Start ใครที่ไม่เคยใช้ หรือไม่รู้ว่าใช้อย่างไร ? มันง่ายมาก
- คลิกที่ "ปุ่ม Start"
- แล้วพิมพ์ว่า "Service" ลงไปในช่องค้นหา (อันที่จริง พิมพ์แค่คำว่า "ser" ก็มาแล้ว)
- คลิกที่ "ผลลัพธ์ Service" ที่ปรากฏขึ้นมาในผลลัพธ์การค้นหา
3. เข้าผ่าน Computer Management
ส่วนของการบริหารจัดการคอมพิวเตอร์ (Computer Management) จัดว่าเป็นส่วนประกอบหนึ่งของ ระบบปฏิบัติการ Windows ที่รวบรวมเครื่องมือจัดการระบบเอาไว้ ตัวอย่างเช่น Task Scheduler, Event Viewer, Performance, Device Manager ฯลฯ ซึ่งเราสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชัน Service ด้วย Computer Management ได้เช่นกัน ด้วยวิธีการดังนี้
- คลิกขวาที่ "ปุ่ม Start" แล้วเลือก "เมนู Computer Management"
- ในพาเนลด้านซ้ายมือ คลิกที่ "ลูกศร >" ที่อยู่ที่หน้า "เมนู Service and Applications"
- คลิกที่ "เมนูย่อย Service"
4. เข้าผ่าน Windows Terminal
Windows Terminal เป็นแอปพลิเคชันหนึ่งที่มีอยู่ในระบบปฏิบัติการ Windows สามารถใช้ในการรันคำสั่ง "Command-line" โดยในระบบปฏิบัติการ Windows 11 แอป Windows Terminal ได้รวบเอา Windows PowerShell, Command Prompt และ Azure Cloud Shell ไว้ในที่เดียวกันเลย ในการเปิดแอป Service ผ่าน Windows Terminal สามารถทำได้ดังนี้
- คลิกขวาที่ "ปุ่ม Start" แล้วเลือก "เมนู Windows Terminal (Admin)"
- พิมพ์ว่า "Service.msc" แล้วกด "ปุ่ม Enter"
5. เข้าผ่านเมนูเริ่มต้น (Start Menu)
แม้ว่าในเมนู Start จะไม่มีชอร์ตคัตของแอป Service ให้เรียกใช้งานโดยตรง แต่ในโฟลเดอร์ Windows Tools ที่อยู่ในเมนู Start มีเครื่องมือหลายอย่างรวบรวมไว้ หนึ่งในนั้นก็มี Service อยู่ด้วย เราสามารถเรียกใช้งานมันได้ด้วยวิธีการดังนี้
- คลิกซ้ายที่ "ปุ่ม Start" แล้วเลือกเมนู "All apps >"
- เลื่อนหา "โฟลเดอร์ Windows Tools" แล้วคลิกที่ชื่อมัน
- ใน "โฟลเดอร์ Windows Tools" จะมีเครื่องมืออยู่เป็นจำนวนมาก ให้เรามองหา "ไอคอน Service" แล้วดับเบิลคลิกเพื่อเรียกใช้งาน
6. เข้าผ่านชอร์ตคัต Service
หากมีเหตุให้จำเป็นต้องใช้บริการแอป Service อยู่เป็นประจำ มันคงจะสะดวกกว่าหากมีชอร์ตคัต Service ให้เราเรียกใช้งานได้ทันที บนหน้า Desktop ซึ่งเราสามารถสร้างชอร์ตคัต Service ขึ้นมาได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
- คลิกขวาที่พื้นที่ว่างบนหน้าจอ Desktop ของคุณ แล้วเลือก "เมนู New" ตามด้วย "เมนู Shortcut"
- พิมพ์ลงไปว่า "Service.msc" แล้วคลิก "ปุ่ม Next"

- ตั้งชื่อให้ชอร์ตคัต ในที่นี้ผู้เขียนตั้งชื่อว่า "Service" เพื่อให้ง่ายแก่การจดจำในภายหลัง
- คลิกที่ "ปุ่ม Finish"

ถึงบรรทัดนี้ คุณผู้อ่านน่าจะสามารถเปิดแอปพลิเคชัน Service เป็นกันแล้วอย่างแน่นอน สำหรับวิธีการที่เรานำเสนอในบทความนี้ แม้จะเป็นการทำบนระบบปฏิบัติการ Windows 11 แต่วิธีการส่วนใหญ่ก็สามารถนำไปใช้กับระบบปฏิบัติการ Windows 10, Windows 8.1 และ Windows 7 ได้เช่นกันนะ
ที่มา : www.makeuseof.com
|
เขียนโดย
แอดมินสายเปื่อย ชอบลองอะไรใหม่ไปเรื่อยๆ รักแมว และเสียงเพลงเป็นพิเศษ |




