วิธีแก้ปัญหา Inaccessible Boot Device Error ในระบบปฏิบัติการ Windows 10
moonlightkz
วิธีแก้ปัญหา Inaccessible Boot Device Error
ในระบบปฏิบัติการ Windows 10
ปัญหา Inaccessible Boot Device Error เป็นหนึ่งในปัญหาหนึ่งในระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่ถ้าเจอเมื่อไหร่ ก็หมายความว่า จอฟ้าแห่งความตาย หรือ Blue screen of death (BSoD) ได้มาเยี่ยมคอมพิวเตอร์ของคุณแล้ว
- 6 ฟีเจอร์ของ Windows ที่หายไป ถูกแทนที่ด้วยของใหม่
- Windows Security กับ Microsoft Defender คืออะไร ? และ แตกต่างกันอย่างไร ?
- 6 เหตุผล ที่ทำให้ Windows Subsystem for Linux (WSL) มีความน่าสนใจ
- ซอฟต์แวร์ 5 ประเภท บนระบบปฏิบัติการ Windows ที่สร้างความเสียหายมากกว่าประโยชน์
- CXL คืออะไร ? รู้จัก Compute Express Link เทคโนโลยีอนาคตของหน่วยความจำ
สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหานี้มีได้หลายเหตุ แต่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นหลังจากที่มี "ความเปลี่ยนแปลง" อะไรสักอย่างเกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์ของคุณ อาจจะเป็นซอฟต์แวร์ หรือฮาร์ดแวร์ก็ได้ ถ้าคอมพิวเตอร์ตรวจพบปัญหา และไม่สามารถแก้ไขได้เอง ภาพด้านล่างนี้ก็จะเป็นสิ่งที่จะเจอ สังเกตที่บรรทัดล่างสุด Stop code : Inaccessible Boot Device Error แปลเป็นภาษาคนง่าย ๆ ได้ว่า ระบบปฏิบัติการ Windows สูญเสียความสามารถในการเข้าถึงไฟล์ระบบได้ในระหว่างที่กำลังเริ่มต้นทำงาน แต่ไม่ต้องกังวล บทความนี้มีคำแนะนำวิธีแก้ปัญหานี้
ภาพจาก : https://www.troubleshootingcentral.com/inaccessible-boot-Device-error-0x0000007b-fixed/
ปัญหา Inaccessible Boot Device Error เกิดจากอะไร ?
แม้ปัญหา Inaccessible Boot Device Error จะเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ส่วนมากแล้ว จะเกิดขึ้นเพราะระบบบูตเกิดความล้มเหลว หรือไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้ โดยในระหว่างที่ระบบกำลังตรวจสอบ Input/Output (I/O) ตัวไดร์เวอร์ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับ Boot Device (HDD หรือ SSD) ได้ แต่ก็ยังมีโอกาสที่เกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้ได้อีกด้วย
- ไฟล์ระบบไม่สามารถทำความเข้าใจกับข้อมูลที่อยู่ใน Boot Device ได้
- ค่าพารามิเตอร์ของอุปกรณ์ Boot Device เกิดความเสียหาย หรือข้อผิดพลาด
- หากเกิดขึ้นในระหว่างติดตั้งระบบปฏิบัติการเป็นครั้งแรก มีความเป็นไปได้ว่าคุณติดตั้งลงไปบนไดร์ฟที่ไม่รองรับ หรือขาดไดร์เวอร์ที่รองรับ
- ไดร์เวอร์ตกรุ่น ขาดการอัปเดตให้รองรับกับปัจจุบัน
- ฮาร์ดดิสก์มีปัญหา
- โดนมัลแวร์โจมตี
จะเห็นได้ว่าสาเหตุมีหลายอย่างมาก ดังนั้นวิธีการแก้ไขปัญหาจึงมีหลายวิธี ก็ต้องทดลองทำดูว่าวิธีการไหนจะสามารถแก้ไขปัญหาให้คุณผู้อ่านได้
1. ลบ Installed Packages ล่าสุดที่เพิ่งติดตั้ง
หากคอมพิวเตอร์สามารถใช้งานได้ปกติมาโดยตลอด แต่พอมีการอัปเดตอะไรสักอย่างแล้วทำให้คุณประสบปัญหา Inaccessible Boot Device Error ล่ะก็ เราก็อาจสันนิษฐานได้ว่าปัญหาน่าจะมาจากการอัปเดตล่าสุดที่เกิดขึ้น ดังนั้นหากเราลบข้อมูลการอัปเดตล่าสุดทิ้งไป ปัญหาก็ย่อมหายไปด้วยนั่นเอง
วิธีลบ Installed Packages ล่าสุดที่เพิ่งติดตั้ง
ขั้นตอนต่อไปนี้จะมีการรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ด้วย อย่าลืมบันทึกงานที่กำลังทำอยู่ก่อนที่จะลงมือ
- กด "ปุ่ม Windows + i" เพื่อเปิด "หน้าต่าง Settings" ขึ้นมาเพื่อทำการตั้งค่า
- คลิกที่ "เมนู Update and Security"
- ในพาเนลด้านซ้าย ให้คลิกที่ "เมนู Recovery"
- ในพาเนลด้านขวา ใต้ "เมนู Advanced Startup" ให้คลิกที่ "ปุ่ม Restart Now"
- รอสักครู่ จะปรากฏ "หน้าจอ Advanced Startup Options" ขึ้นมา ให้เราคลิกเลือก Troubleshoot → Advanced Options → Command Prompt

ภาพจาก : https://techcult.com/how-to-access-advanced-startup-options-in-windows-10/
- คอมพิวเตอร์ของเราจะรีสตาร์ท และเมื่อมันบูตขึ้นมา จะมี "หน้าต่าง Command Prompt" ปรากฏขึ้นมา
- พิมพ์คำสั่งด้านล่างนี้ลงไปใน แล้วกด "ปุ่ม Enter"
dir c:
ถ้าติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows ไว้ที่ไดร์ฟอื่นที่ไม่ใช่ไดร์ฟ C: ให้เปลี่ยนไปยังไดร์ฟที่คุณติดตั้ง - พิมพ์คำสั่งด้านล่างนี้ลงไปใน แล้วกด "ปุ่ม Enter"
Dism /Image:c:\ /Get-Packages. - จะมีรายการ Package ล่าสุดที่ถูกติดตั้งลงในระบบ ให้สังเกตตรงวันที่ Package ถูกติดตั้ง
- ในการลบ Package ให้พิมพ์คำสั่งด้านล่างนี้ลงไปใน แล้วกด "ปุ่ม Enter"
dism.exe /image:c:\ /remove-package /[ชื่อ Package] - เมื่อลบเสร็จแล้ว ให้รีบสตาร์ตคอมพิวเตอร์ เป็นอันเรียบร้อย
2. ลบ "Update Pending"
บางครั้ง Windows update ก็ติดค้างอยู่ในสถานะประหลาด คือค้างอยู่ใน "สถานะ Pending" (รอดำเนินการ) อยู่ตลอดเวลา ไม่ยอมติดตั้งอัปเดตใหม่ให้ ซึ่งการค้างอยู่ในสถานะนี้ก็สามารถส่งผลให้เกิดปัญหา Inaccessible Boot Device Error ได้เช่นกัน
วิธีลบ "Update Pending"
ก่อนอื่น เราต้องเข้าไปใน Command Prompt ใน Advanced Options เหมือนกับในวิธีแก้ปัญหาก่อนหน้านี้ (ขั้นตอนที่ 1.-6.) ดังนั้นไม่ขอกล่าวซ้ำอีกรอบนะ หลังจากเข้าสู่หน้าต่าง Command Prompt ได้แล้ว ก็ให้ดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
- พิมพ์คำสั่งด้านล่างนี้ลงไปใน แล้วกด "ปุ่ม Enter"
reg load hklm\temp c:\windows\system32\config\software - พิมพ์คำสั่งด้านล่างนี้ลงไปใน แล้วกด "ปุ่ม Enter"
reg delete “HKLM\temp\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Component Based Servicing\SessionsPending” /v Exclusive - พิมพ์คำสั่งด้านล่างนี้ลงไปใน แล้วกด "ปุ่ม Enter"
reg unload HKLM\temp - จากนั้นเราต้องมาสั่งติดตั้ง Package ที่ยัง Pending อยู่กันต่อ
- พิมพ์คำสั่งด้านล่างนี้ลงไปใน แล้วกด "ปุ่ม Enter"
dism /image:C:\ /get-packages - จะมีรายการอัปเดตปรากฏขึ้นมา ตรวจสอบดูว่ามีรายการไหนบ้างที่อยู่ในสถานะ "Install Pending"
- พิมพ์คำสั่งด้านล่างนี้ลงไปใน แล้วกด "ปุ่ม Enter"
MKDIR C:\temp\packages - พิมพ์คำสั่งด้านล่างนี้ลงไปใน แล้วกด "ปุ่ม Enter"
dism /image:c:\ /remove-package /packagename:[ชื่อ Package ที่อยู่ในสถานะ Pending] /scratchdir:c:\temp\packages - พิมพ์คำสั่งใน ข้อ 8. จนครบทุก Package ที่ติดสถานะ Pending
3. อัปเดตไดร์เวอร์ IDE ATA/SATA
ถ้าทำตามวิธีที่หนึ่ง และวิธีที่สองแล้วยังไม่สามารถแก้ปัญหาให้คุณได้ ก็ยังพอจะวิธีอื่นที่คุณสามารถทดลองทำเองได้อยู่อีก อย่าเพิ่งรีบยกไปหาช่างซ่อม
โดยเริ่มจากการตรวจสอบไดร์เวอร์ที่ติดตั้งอยู่ ลองอัปเดต, ลบ และติดตั้งไดร์เวอร์ใหม่ดูอีกครั้ง ส่วนใหญ่แล้วปัญหา Inaccessible Boot Device จะมีตัวการมาจากไดร์เวอร์ที่ควบคุม IDE ATA/SATA อยู่
วิธีอัปเดตไดร์เวอร์ IDE ATA/SATA
- คลิกขวาที่ "ปุ่ม Start" เลือก "เมนู Device Manager"
- คลิกที่ "เมนู Storage Controllers" เพื่อขยายเมนูที่ถูกซ่อนไว้ออกมา
- คลิกขวาที่คอนโทรลเลอร์ แล้วเลือก "เมนู Update Driver"
4. เปิดใช้งานโหมด AHCI ใน BIOS ของเมนบอร์ด
มีรายงานพบว่า ผู้ใช้หลายรายที่จบปัญหา Inaccessible Boot Device ได้ หลังจากที่เปิดใช้งานโหมด AHCI ในระบบ BIOS
วิธีเปิดใช้งานโหมด AHCI ใน BIOS
สำหรับวิธีการทำ เมนบอร์ดแต่ละค่าย เฟิร์มแวร์แต่ละรุ่นก็จะมีความแตกต่างกันออกไปนะครับ แต่หลักการจะคล้ายคลึงกัน คือ
- เข้าไปที่ BIOS อ่านวิธีการเข้า BIOS ในเมนบอร์ดยี่ห้อต่างๆ ได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้
https://tips.thaiware.com/1108.html - อย่างที่กล่าวไป เมนบอร์ดแต่ละค่ายออกแบบหน้าตาเมนูแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ก็จะปรับได้ใน "เมนู Advanced" แล้วก็ "เมนู Sata Mode"

ภาพจาก : https://www.thailand.intel.com/content/www/th/th/support/articles/000021493/intel-nuc/intel-nuc-kits.html
5. ตรวจสอบความเสียหายของพื้นที่เก็บข้อมูล
ไฟล์เสียหายที่อยู่ในพื้นที่เก็บข้อมูลก็สามารถก่อให้เกิดปัญหา Inaccessible Boot Device ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งถ้าสาเหตุมาจากปัญหานี้ล่ะก็ แก้ค่อนข้างง่ายเลย
วิธีตรวจสอบความเสียหายของพื้นที่เก็บข้อมูล
- คลิกขวาที่ "ปุ่ม Start" เลือก "เมนู Windows Powershell (Admin)"
- พิมพ์คำสั่งด้านล่างนี้ลงไปใน แล้วกด "ปุ่ม Enter"
chkdsk /f /r - หากมีให้ยืนยัน ให้พิมพ์ "y" แล้วกด "ปุ่ม Enter"
- ในกรณีที่บูตเข้า Windows ไม่ได้เลย ให้เข้า Command Prompt จาก "เมนู Advanced Startup" แทน แล้วพิมพ์คำสั่งด้านล่างนี้ลงไป แล้วกด "ปุ่ม Enter"
chkdsk /r C:
6. วิธีการแก้ไขอื่น ๆ (Other Fixing Solutions)
ถ้าลองทุกวิธีแล้ว แต่ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ ให้ลองเปิดเคสออกมาตรวจสอบดูว่า มีฮาร์ดแวร์ชิ้นไหนที่หลวม, หลุดออกจากที่ที่มันควรจะอยู่หรือเปล่า, สายแพร (Parallel Cable) มีการฉีกขาดหรือไม่ รวมไปถึงการถอด แรม (RAM), การ์ดจอ (Graphic Card), ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk), และ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบ SSD ออกมาเป่าฝุ่น ทำความสะอาดเชื่อมต่อสายให้มันใหม่ดูสักรอบ
ถ้ายังไม่หายก็จะเหลือทางเลือกแค่ 2 ทางที่เราพอจะแนะนำได้ ทางแรกคือการลงระบบปฏิบัติการ Windows ใหม่ ที่ข้อมูลทุกอย่างจะสูญสลายไป กับอีกทางคือต้องส่งให้ช่างผู้เชี่ยวชาญแก้ไขให้แล้วล่ะ หากคอมพิวเตอร์ของคุณยังมีประกันอยู่ ก็ให้ติดต่อศูนย์บริการเพื่อขอคำปรึกษาได้จะดีที่สุด
ที่มา : www.tomshardware.com , www.makeuseof.com , www.lifewire.com , www.auslogics.com , www.troubleshootingcentral.com
|
เขียนโดย
แอดมินสายเปื่อย ชอบลองอะไรใหม่ไปเรื่อยๆ รักแมว และเสียงเพลงเป็นพิเศษ |




