วิธี Tweet เสียงบน Twitter เพื่อโปรโมท Podcast ทำอย่างไร ?
moonlightkz
วิธี Tweet เสียงบน Twitter ทำอย่างไร ?
เป็นเรื่องง่าย หากเราต้องการที่จะอัปโหลดวิดีโอ, ภาพนิ่ง หรือภาพ GIFs ขึ้นไปโพสต์บน Twitter อย่างไรก็ตาม หากต้องการอัปโหลดไฟล์เสียงอย่างพวก MP3 หรือ WAV ล่ะก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะระบบของ Twitter เองไม่รองรับการแนบไฟล์เสียง อย่างไรก็ตาม หากเราต้องการจะ Tweet ไฟล์เสียงจริงๆ มันก็พอมีวิธีอยู่นะ
- Comment Marketing คืออะไร ? รู้จักการตลาดแบบปลิง และสิ่งที่ควร-ไม่ควรทำ
- Elon Musk กับ Mark Zuckerburg อยากต่อยกันทำไม ? ทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า ?
- Threads คืออะไร ? แพลตฟอร์ม Threads โดย Meta เหมือน Twitter หรือไม่ ?
- วิธีล็อกเอาท์ออกจากบัญชี Facebook, Twitter, Instagram, LinkedIn, Pinterest จากระยะไกล
- 7 ผลเสียต่อสุขภาพจิต จากการใช้งาน Social Media เป็นประจำ
เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการ Tweet ไฟล์เสียง
ก็เป็นปัญหาที่ชวนสงสัยอยู่เหมือนกัน ว่าทำไม Twitter ที่อนุญาตให้เราแชร์รูปภาพ แชร์วิดีโอ แชร์รูปภาพ GIF และ เขียนข้อความได้ แต่ทำไมไฟล์เสียงถึงถูกมองข้ามไปก็ไม่รู้ ?
ดังนั้นหากเราต้องการที่จะอัปโหลดไฟล์เสียงจึงต้องอาศัยความช่วยเหลือจากบริการที่เป็น 3rd-Party ซึ่งไฟล์เสียงของเราจะถูกฝากเอาไว้ที่ผู้ให้บริการนะ ไม่ใช่บนเซิร์ฟเวอร์ของ Twitter (เหมือนกับการอัปโหลดวิดีโอไปที่ YouTube แล้วกดแชร์มายัง Twitter นั่นแหละ เพียงแต่นี่จะเป็นไฟล์เสียงเท่านั้นเอง)
ตัวเลือกที่เราหยิบมาแนะนำในบทความนี้ จะมีผู้ให้บริการ 3 รายหลักๆ ด้วยกันคือ
อันที่จริงหากใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอเป็นอยู่แล้ว อย่างเช่น Premiere Pro, DaVinci Resolve, Vegas Pro ฯลฯ ก็ใช้โปรแกรมเหล่านั้นทำเองก็ได้นะ
ทั้งนี้ ที่จริงแล้ว ทั้งสามรายนี้ก็นำไฟล์เสียงของคุณมาสร้างเป็นวิดีโอให้นั่นแหละ แต่จะมาพร้อมกราฟิกการแสดงผลที่เหมาะสมสำหรับการเล่นไฟล์เสียงด้วย
1. บริการ Headliner
https://www.headliner.app/
ค่าบริการ
- แบบฟรี (Free) แต่มีลายน้ำ (ใช้ฟรีแบบไม่มีลายน้ำได้ 10 ครั้งต่อเดือน)
- แบบโปร (Pro) ไม่มีลายน้ำ เดือนละ $12.95 (ประมาณเดือนละ 403 บาท)
Headliner มีทางเลือกให้ใช้งานแบบฟรี เราจึงเลือกมันมาเป็นตัวเลือกแรกในบทความนี้ มันมีเครื่องมือในการช่วยทำกราฟิกให้เหมาะสมกับเสียงที่เราต้องการอัปโหลด รวมถึงฟังก์ชัน Speech-to-text ในการสร้าง Captions เพื่อช่วยให้สามารถรับชมคอนเทนต์ได้โดยไม่ต้องเปิดเสียง
การใช้งานค่อนข้างง่าย แค่สมัครบัญชีก็พร้อมใช้งานแล้ว Headliner ใจดีให้อัปโหลดไฟล์เสียงได้ขนาดสูงสุด 500MB หรือความยาวสูงสุด 2 ชั่วโมง (ทั้งนี้ Twitter อนุญาตให้อัปโหลดไฟล์วิดีโอได้ความยาวไม่เกิน 2 นาที 20 วินาที นะ) จากนั้นก็เลือกสัดส่วนวิดีโอที่ต้องการ ซึ่งก็จะมีสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวนอน/แนวตั้ง และสี่เหลี่ยมจัตุรัส
การสร้างจะใช้เทมเพลตสำเร็จรูปที่มีอยู่แล้ว หรือจะใช้เครื่องมือแบบ Studio ก็ได้ พวกข้อความ, สี และตำแหน่ง เราสามารถเปลี่ยนได้ตามใจชอบเลยนะครับ ในส่วนของรูปรองรับ GIFs ด้วยล่ะ หลังจากที่ปรับแต่งอะไรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็คลิก Export ได้เลย
Headliner แบบฟรีจะให้เราสร้างวิดีโอแบบไม่มีลายน้ำได้แค่ 10 คลิปต่อเดือนนะครับ หลังจากนั้นจะมีลายน้ำละ ถ้าต้องการเอาออกก็จะเสียค่าบริการเพิ่ม หลังจากคลิก Export แล้ว เราจะไม่สามารถดาวน์โหลดไฟล์ได้ในทันทีนะครับ จะต้องรอมันเรนเดอร์สักระยะหนึ่ง
ลองเอาไปอัปโหลดที่ Twitter ดูก็จะออกมาประมาณ Tweet ด้านล่างนี้ครับ
Shirotsu x SHIWV - Call [コール] (ft. Elyika)
— nightmoon chil (@moonlightkz) June 12, 2020
Listen full song at https://t.co/3zsYh06jdm pic.twitter.com/qTHNn39EF3
2. บริการ Audioboom
https://audioboom.com/
ค่าบริการ
- ค่าบริการเริ่มต้นเดือนละ $9.99 (ประมาณ 310 บาท)
สำหรับ Audioboom จะให้บริการ Podcast ที่รองรับการใช้งานบนหลากหลายแพลตฟอร์ม รวมไปถึง Twitter ด้วย เดิมทีมันมีชื่อว่า Audioboo บริการนี้เริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อเซเลปที่มีชื่อเสียงใช้บริการนี้ในการ Tweet ข้อความที่มีไฟล์เสียง
การใช้งาน Audioboom ค่อนข้างง่าย สมัคร (แล้วจ่ายเงิน) จากนั้นก็บันทึกเสียงแล้วอัปโหลดได้เลย จะใช้โปรแกรมบันทึกเสียงตัวโปรด หรือเครื่องมือบันทึกเสียงที่มีบนเว็บก็ได้ จากนั้นก็ตั้งชื่อไฟล์ ใส่รูปภาพ แล้วเผยแพร่ได้ทันที ไม่จำกัดแค่การแชร์ลง Twitter เท่านั้น แต่ยังรองรับการ Embed เพื่อแสดงผลบนหน้าเว็บไซต์ได้ด้วย
Audioboom ยังมีเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์การฟังด้วย ซึ่งสามารถรายงานได้ว่ามีคนฟังกี่คน , เฉลี่ยกี่นาที, ช่วงไหนของคลิปเสียงที่คนฟังเยอะที่สุด ฯลฯ ซึ่งจะมีประโยชน์มากต่อนักการตลาด ไม่น่าแปลกที่คนทำ Podcast แบบมืออาชีพหลายคน เลือกใช้บริการนี้ แม้ว่ามันจะต้องเสียค่าบริการรายเดือนก็ตาม

ตัวอย่าง Tweet ที่ใช้ Audioboom
'This is Spinal Tap,' Part 1 https://t.co/A0oqBzwNFo via @Audioboom
— Rockin' the Suburbs (@SuburbsPod) June 11, 2020
3. บริการ Transistor
https://transistor.fm/
ค่าบริการ
- ค่าบริการเริ่มต้นเดือนละ $19 (ประมาณ 590บาท) ทดลองใช้ฟรีได้ 14 วัน
Transistor อีกหนึ่งตัวเลือกที่ให้บริการ Podcast ที่รองรับการใช้งานบน Twitter ด้วย เจ้านี้มีบริการที่คล้ายกับ Audioboom (แต่ราคาสูงกว่านะ)
หลังจากที่สมัคร และอัปโหลดไฟล์เรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่เมนู New Episode ใส่ชื่อไฟล์ และตั้งเวลาเผยแพร่ให้เรียบร้อย เมื่อบันทึกข้อมูลแล้วให้คลิกที่ปุ่ม Share จะมีตัวเลือกสำหรับแชร์ลง Twitter อยู่
ตัวอย่าง Tweet ที่ใช้ Transistor
BMW 321 - The Happiest Show On Earth https://t.co/4CksuWqpzD
— Bore Meets World: A BOY MEETS WORLD PODCAST (@boremeetsworld) June 11, 2020
ที่มา : www.makeuseof.com
|
เขียนโดย
แอดมินสายเปื่อย ชอบลองอะไรใหม่ไปเรื่อยๆ รักแมว และเสียงเพลงเป็นพิเศษ |




