ถ้าอยู่ๆ มือถือ iPhone ดับไปเฉยๆ เปิดไม่ติด ทำอย่างไรดี ?
NUMKINGSTON
วิธีทำให้ iPhone ดับให้ติดขึ้นมาใหม่ เช็คเครื่อง iPhone ก่อนส่งซ่อม
เราเชื่อว่าผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนทุกคน ดูแลรักษา ถนอมเครื่องเป็นอย่างดี แต่ใครจะรู้ว่า อาจจะมีปัญหาไม่คาดฝันเกิดขึ้นก็เป็นได้ อย่างเช่นอาการเครื่องดับกลางคันแบบไม่มีสาเหตุ หรือบางคนเจอเหตุการณ์เครื่องดับแล้วเปิดไม่ติดอีกเลย แล้วถ้าจู่ๆ iPhone ก็ดับลงต่อหน้าต่อตา จะแก้ไขปัญหาเบื้องต้นอย่างไรได้บ้าง มาดู 3 วิธีกู้ชีพ มือถือ iPhone เปิดไม่ติดกัน
- macOS คืออะไร ? รู้จักความน่าสนใจ และประวัติ ของระบบปฏิบัติการบน เครื่อง Mac กัน
- 8 ฟีเจอร์ลับในแอปเครื่องคิดเลขของ Apple ที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน
- 7 อุปกรณ์ ที่ควรคืนค่าโรงงาน Factory Reset ก่อนขายต่อ พร้อมวิธีทำ
- ซื้อ iPhone 16 ค่ายไหนดี ? เช็คโปรโมชัน ดูราคาจาก AIS dtac และ TrueMove H
- พอร์ต Thunderbolt คืออะไร ? และรู้จัก Thunderbolt 5 ที่มีแบนด์วิดท์สูงถึง 120 Gbps
1. ชาร์จแบตเตอรี่ iPhone เสียก่อน
https://support.apple.com/th-th/HT201412
แม้ว่า iPhone บางเครื่องจะใช้งานได้ตามปกติ ไม่ดับไปเฉยๆ ขณะใช้งาน แต่อาจมีอาการแบตเตอรี่เสื่อมซ่อนอยู่ก็เป็นได้ โดยให้เราลองสังเกตขณะใช้งานว่าตัวเลขระดับแบตเตอรี่ลดลง หรือเพิ่มขึ้น อย่างผิดปกติหรือไม่ ? อายุการใช้งานใน 1 วันสั้นลงกว่าเดิมหรือเปล่า ?
โดยทาง Apple แนะนำว่า ให้ชาร์จไฟเป็นเวลา 1 ชั่วโมงหลังจากเสียบสายชาร์จ ซึ่งต้องมีสัญลักษณ์ชาร์จแบตเตอรี่ปรากฏขึ้น แต่ถ้าเกิดไฟไม่เข้าเครื่อง หรือไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ ขึ้นมาเลย ทั้งที่เสียบปลั๊ก สายชาร์จแน่นดีแล้ว ให้ทำตามขั้นตอนต่อไป
2. ลองกดปุ่ม Reset ที่ตัว iPhone
วิธีต่อมาก็คือ การกดปุ่มเพื่อ Reset ตัวเครื่องให้กลับมาใช้การได้อีกครั้ง ซึ่งใน iPhone แต่ละรุ่นมีตำแหน่งการกดปุ่มไม่เหมือนกัน
https://www.pexels.com/th-th/photo/1294886/
การรีเซ็ต iPhone 8 และรุ่นใหม่กว่า
ให้กดปุ่มเพิ่มเสียงด้านซ้ายแล้วปล่อยปุ่มอย่างรวดเร็ว จากนั้นกดปุ่มลดเสียงด้านซ้ายแล้วปล่อยปุ่มอย่างรวดเร็ว จากนั้นกดปุ่มเปิด-ปิดเครื่องด้านขวาค้างไว้จนกว่าจะเห็นโลโก้ Apple ขึ้นมา เพื่อเข้าสู่กระบวนการบูตเครื่อง เป็นลำดับต่อไป
การรีเซ็ต iPhone 7 และ iPhone 7 Plus
ให้กดปุ่มลดเสียงด้านซ้ายและปุ่มเปิด-ปิดที่ด้านขวาของเครื่องพร้อมกัน จนกว่าจะเห็นโลโก้ Apple ขึ้นมา แล้วรอสักครู่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการบูตเครื่อง เป็นลำดับต่อไป
การรีเซ็ต iPhone 6s และรุ่นที่เก่ากว่า
ให้กดทั้ง "ปุ่ม Home" และ "ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง" ที่ด้านขวาของเครื่องพร้อมกันค้างไว้ จนกว่าโลโก้ Apple จะขึ้นมา เพื่อเข้าสู่กระบวนการบูตเครื่อง เป็นลำดับต่อไป
3. เสียบ iPhone เข้าคอมพิวเตอร์ และเปิดด้วย โปรแกรม iTunes
แต่ถ้าชาร์จแบตเตอรี่หรือกดปุ่ม Reset เครื่องแล้ว ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เกิดขึ้นเลย หรือเกิดอาการค้างที่หน้าโลโก้ Apple หน้าจอแสดงผลกลายเป็นสีแดง สีน้ำเงินขณะเปิดเครื่อง ให้เช็คเครื่องโทรศัพท์ iPhone ของเราผ่าน โปรแกรม iTunes บนคอมพิวเตอร์ (ยกเว้น Mac ที่ใช้ macOS Catalina 10.15 ให้เปิดโปรแกรม Finder)
https://support.apple.com/en-us/HT203122
หากยังสามารถเข้าถึง iPhone ข้อมูลในเครื่องได้ ให้ทำการสำรองข้อมูล (Backup) เอาไว้ทันทีก่อนทำการอัปเดตตัวเครื่อง แล้วทาง โปรแกรม iTunes จะทำการติดตั้ง iOS ลงเครื่องอีกครั้งโดยไม่ลบข้อมูลใดๆ ออก แต่ถ้าทำทั้ง 3 ข้อแล้ว เจ้า iPhone ก็ยังเปิดไม่ติดหรือไม่มีการตอบสนองใดๆ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องส่ง iPhone เข้าศูนย์เพื่อเช็คอาการ ตีราคาและส่งซ่อมต่อไป
https://www.pexels.com/th-th/photo/892757/
แต่นอกเหนือจากปัญหา iPhone เปิดไม่ติดแล้ว ยังมีอาการอันตรายที่เกิดขึ้นแล้วไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เช่น แบตเตอรี่เสื่อมหรือบวม, ตัวเครื่องร้อนจัดเมื่อใช้งานต่อเนื่องหรือใช้งานกลางแจ้ง ควรนำไปไว้ในที่เย็นหรืออากาศหนาวเพื่อให้อุณหภูมิตัวเครื่องลดลง, หน่วยความจำในเครื่องเหลือน้อยมากๆ ให้เคลียร์ไฟล์ขยะ แอปพลิเคชันที่ไม่ใช้ทิ้ง, หน้าจอแตกก็ควรเปลี่ยนหน้าจอใหม่แทน เป็นต้น
ทางที่ดี เมื่อซื้อ iPhone หรืออุปกรณ์จาก Apple ควรซื้อ AppleCare เตรียมพร้อมไว้ก่อนถึงเวลาฉุกเฉินจะดีกว่า เพราะบางครั้ง ราคา AppleCare อาจจะถูกกว่าค่าซ่อมเมื่อประกันหมดหรือต้องซื้อเครื่องใหม่ก็ได้นะ
ที่มา : support.apple.com , www.dtac.co.th , www.makeuseof.com , pantip.com
|
เขียนโดย
Web Content Editor ท่านหนึ่ง นิยมการเล่นมือถือเป็นชีวิตจิตใจ |




