เริ่มเรียน Data Science ง่ายๆด้วยตัวเอง 🍟

Suddenly Talented วิธีพัฒนาตัวเองแบบเก่งปุบปับ

Categories:

วันเสาร์ที่ผ่านมา แอดเพิ่งจัดงาน Duck Con 2024 เป็น free event ที่ใหญ่สุดตั้งแต่เราเปิดเพจ DataRockie มา นั่งฟังจุกๆ 5 ชั่วโมงเต็ม ผู้ร่วมงานมากกว่า 300 คน

แอดขึ้นพูดเป็นคนสุดท้ายกับหัวข้อ Suddenly Talented ปุบปับเก่งเลย เป็นไอเดียที่ได้มาจากหนังสือชื่อเดียวกันกับทอล์คนี้เขียนโดยคุณ Sean D’Souza

Thesis ของหนังสือเล่มนี้คือการตั้งคำถามว่าจริงๆแล้ว talent คืออะไร?

Talent คือความสามารถที่มีมาแต่กำเนิด “inborn” หรือจริงๆแล้วเราสามารถฝึกฝนเพื่อ “acquire” ทักษะนี้ได้

ถ้า talent เป็นเรื่องที่เราพัฒนาได้จริง คำถามที่แอดอยากรู้คือต้องฝึกนานเท่าไหร่ ต้องเรียนถึง 10,000 ชั่วโมงเหมือนที่ conventional wisdom บอกไว้เลยไหม?

บทความนี้แอดเขียนสรุปทอล์คนี้มาให้อ่านกันแล้ว อ่านจบเก่งเลย การันตี ✌️

Who is Sean D’Souza?

สิบปีที่แล้ว วันธรรมดาทั่วๆไป แอดกดเข้าไปส่องเว็บ Amazon บังเอิญเจอหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อปกน่าสนใจดี “The Brain Audit

ช่วงนั้นแอดกำลังอินเรื่อง marketing พอดี ลงเรียน ป.โท การตลาดที่มหิดล (CMMU) อยู่ด้วย เลยกดซื้อมาอ่าน สนุกเฉย 555+

ถ้าใครเคย binge-watch netflix แอดก็ binge-read เล่มนี้เหมือนกัน 555+

แค่หนังสือเล่มเดียวก็เปลี่ยนชุดความคิดของเราได้เลย เหมือนเราดาวน์โหลดประสบการณ์ทั้งชีวิตของผู้เขียนเข้ามาในสมองของเรา

The Brain Audit เขียนโดย Sean D’Souza นักวาดการ์ตูนชาวอินเดียที่ย้ายประเทศมาอยู่ที่นิวซีแลนด์ แล้วเริ่มทำ marketing agency ของตัวเอง

อ่านจบ เปิดโลกการตลาดเลย เป็นหนังสือที่แอดไม่ค่อยได้บอกใครเท่าไหร่ แต่เขียนแนะนำทุกคนในบทความนี้ exclusive สำหรับผู้อ่าน เย้

ความรู้ทุกอย่างที่แอดเอามาใช้ในงาน การทำเพจ และการทำ One-Person Business ได้รับอิทธิพลมาจากหนังสือเล่มนี้เต็มๆ

แอดก็เลยติดตาม Sean มาตลอด กดซื้อหนังสือเค้ามาอ่านเรื่อยๆ เล่มล่าสุดคือ Suddenly Talented แค่เห็นปก ก็เสียเงินทันที ยั๊งงง 555+

Suddenly Talented

ถ้าคนที่ไม่เคยฝึกวาดรูปมาก่อนเลย จะสามารถวาดปลาวาฬได้ใน 5 นาทีหรือเปล่า?

Sean ทำการทดลองที่เรียกว่า “Five minute whale excercise” สอนคนที่เค้าเจอบนเครื่องบิน ร้านกาแฟ ตามสวนสาธารณะให้วาดปลาวาฬเป็นภายในห้านาที

ผลปรากฏว่า 100% วาดปลาวาฬออกมาได้หมด หน้าตาดูดีด้วย ถึงแม้จะไม่เคยเรียนวาดรูปมาก่อน หรืออาจจะเคยเรียน แต่ลืมการวาดรูปไปแล้ว

Sean ตั้งคำถามว่านี่คือ talent หรือเปล่า? ไม่ใช่ นี่ยังไม่ใช่ talent

แต่ moment ที่คนๆนั้นวาดรูปปลาวาฬได้ออกมาใกล้เคียงกับ Sean ที่ฝึกวาดรูปมาแล้วเป็นสิบๆปีได้ Sean เรียก moment นั้นว่า Doable Greatness

Doable Greatness is the moment when you get mistaken for a professional

Doable Greatness คือจังหวะที่คนอื่นคิดว่าเราเป็นมืออาชีพ ทั้งๆที่เราแค่เพิ่งเริ่ม หรือไม่ได้เก่งมาก 555+ อาจจะฟังดูแปลก แต่นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นบ่อยๆเลย

📝 Talent (n.) แปลไทยตรงๆว่าพรสวรรค์ หรือความสามารถพิเศษ

และนี่คือสิ่งที่ Sean อยากจะเล่าในหนังสือ Suddenly Talented การก้าวข้ามผ่านการเป็นแค่ค่าเฉลี่ย ให้ดีกว่าค่าเฉลี่ย แต่ไม่จำเป็นเก่งที่สุดก็ได้ (คล้ายๆ Generalist)

I’m NOT a talent

ตอนสมัยทำงานเป็น Research Manager ที่ดีแทคปี 2016-2020

แต่ละทีมจะต้องเสนอชื่อพนักงานขึ้นไปเป็น talent ของบริษัท เจ้านายเสนอชื่อแอดทั้งๆที่แอดคิดว่าตัวเองไม่ได้เก่งกว่าเพื่อนๆคนอื่นเท่าไหร่

ส่วนตัวคิดว่ามีเพื่อนๆที่เก่งกว่าแอดหลายคนด้วย มีเพื่อนที่ทำ data มาก่อนแอดหลายปี เขียน code ทำโมเดลได้แบบโหดๆ (สมัยดีแทค เราใช้ SAS เป็นหลัก)

Talent เป็นคำที่คนเข้าใจผิดกันเยอะมาก ชื่อเราถูกเลือกเพราะมีการเปรียบเทียบทักษะของเรากับคนอื่นๆ ทั้งๆที่ความแตกต่างนั้นอาจจะ “น้อยมาก”

หรือถ้ามองอีกมุมหนึ่ง talent คือ perception ที่คนอื่นๆมองมาที่เรา ทุกอย่างในโลกจริงๆเป็น perception หมดเลย ทำไมบางคนถึงชอบกิน Coke มากกว่า Pepsi?

เพราะ perception ใช่ไหม 555+ เรื่อง talent ก็เช่นเดียวกัน 🤫

ถ้ายึดความหมายตามพจนานุกรม ทักษะแอดตอนนั้นห่างไกลจากคำว่า talent มาก แต่เรายังหาคำที่ใช้เรียกตัวเองไม่ได้

✅ Side-Note ปี 2019 เป็นช่วงที่แอดเริ่มศึกษา Generalism

แต่ถ้าวาร์ปมาปัจจุบันที่แอดกำลังเขียนบทความนี้อยู่ คำที่แอดจะใช้เรียกตัวเองมันชัดมากเลย Doable Greatness หรือ Generalist คือนิยามความเป็นเราแบบตรงปก

ถ้าเราเป็นคนที่มีทักษะสูงกว่าค่าเฉลี่ยนิดหน่อย ทำได้หลายทักษะ แต่ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้คนรอบข้างมองเราเป็น talent แล้ว

Skill stacking (n.) คือการผสมผสานหลายๆทักษะมาใช้ทำงานให้สำเร็จ

Sean นำเสนอ skill spectrum แบบเป็น 4 ระดับ ตั้งแต่ no skill หรือ hopeless < average < doable greatness < genius (mastery หรือ talent)

ถ้าเราเข้าใจความหมายที่แท้จริงของการเป็น Doable Greatness หรือ Generalist ชีวิตเราไม่จำเป็นต้องไปให้ถึงระดับ Genius ก็สามารถประสบความสำเร็จได้

การจะวิ่งไปให้ถึงด้านขวาสุดของ spectrum ต้องใช้เวลาฝึกฝนเยอะมาก มีเพียงไม่กี่คนในโลกที่จำเป็นหรืออยากจะไปถึง Genius Level

หนึ่งในนั้นคือ Kipchoge

Eliud Kipchoge นักวิ่งมาราธอนชาว Kenya เจ้าของสถิติโลก 2:01:09 ชั่วโมงที่เบอร์ลินปี 2022 คือหนึ่งในตัวอย่างของ Mastery of Skill

เป้าหมายของเค้ายิ่งใหญ่กว่าคนทั่วไป เค้าไม่ได้ซ้อมวิ่งเพื่อสุขภาพ ยั๊งงง 555+

แต่เป็นการวิ่งเพื่อท้าทายขีดจำกัดของมนุษย์ และบันทึกชื่อของเค้าในหน้าประวัติศาสตร์ ที่ความเร็วในการวิ่งมาราธอนเฉลี่ย 2:52 นาทีต่อหนึ่งกิโลเมตร

โลกเรามีคนแบบ Kipchoge แค่ไม่กี่คน ในวงการกีฬาเรา(อาจจะได้)เห็นตัวอย่างแบบนี้ทุกๆสี่ปี ในการแข่งขันโอลิมปิกที่เป้าหมายคือการเป็นเบอร์หนึ่งของโลก

ประเด็นคือ เคยมีคนหนึ่งได้ไป 23 เหรียญทองใน Olympic เดี๋ยวแอดเล่าให้ฟัง

The 10000-Hour Rule

หนังสือ Outliers (2008) ของ Malcolm Gladwell นำเสนอไอเดียเรื่องกฏ 10,000 ชั่วโมง ที่บอกว่าคนๆหนึ่งต้องฝึกฝนตัวเองเป็นหมื่นชั่วโมง

กว่าจะสำเร็จวิชา กลายเป็น true expertise ของทักษะนั้นๆ

ถ้าเราฝึกวันละ 3 ชั่วโมง ทุกวันในหนึ่งปี เฉลี่ยปีละ 1,000 ชั่วโมง เราต้องฝึกประมาณ 10 ปีเลยถึงจะทำได้อย่างที่ Malcolm เขียนในหนังสือ

สำหรับคนทั่วไป ต้องเหนื่อยและจริงจังขนาดนั้นเลยไหม ยั๊งงง 555+ แอดตอบให้เลยว่า “ไม่” นอกจากเราอยากจะเป็นเหมือน Michael Phelps

Michale Phelps คือนักกีฬาว่ายน้ำชาวอเมริกัน เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 23 เหรียญ อ่านไม่ผิด 23 เหรียญ ลงแข่งครั้งแรกตอนอายุ 15 ปีก็ได้เลย โหดมาก 555+

เราสามารถเรียก Phelps เป็น talent หรือผู้มีพรสวรรค์ได้หรือเปล่า? หลายคนอาจจะมองว่า Phelps คือ talent แต่เค้าให้สัมภาษณ์นักข่าวตลอดว่า

“ผมคิดว่าผมก็เหมือนคนปกติทั่วไปนะ ผมแค่ฝึกว่ายน้ำในสระวันละ 6 ชั่วโมง 365 วัน ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ก็แค่นั้นเอง”

สรุปคือ Phelps กวาดเหรียญทอง 23 เหรียญ เพราะเค้าฝึกว่ายน้ำมาแล้วประมาณ 40,000 ชั่วโมง เกิน The 10,000 Hour Rule ไปสี่เท่า ให้เค้าเถอะ 555+

ทักษะของ Phelps ไม่ใช่พรสวรรค์ แต่เกิดมาจากการฝึกฝนล้วนๆ มี commitment และ discipline ในระดับที่คนทั่วไปทำตามไม่ได้ง่ายๆ

สมองเราจะดีแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่เคยฝึกใช้มันเลย ทักษะก็คงไม่เกิด

บทความนี้ไม่ได้อยากให้ทุกคนเป็นอย่าง Phelps และ Kipchoge สบายใจได้ 555+

แต่แอดอยากให้ทุกคนเป็น Doable Greatness หรือ Suddenly Talented ปุบปับเก่งเลย ไม่ต้องฝึกหมื่นชั่วโมง แอดอยากให้ทุกคนอัปเดต mental model ในสมองใหม่

ว่าเราสามารถฝึกทักษะอะไรก็ได้ โดยไม่ต้องใช้เวลาเป็น 10,000 ชั่วโมง แต่แค่ 20-30 ชั่วโมงเท่านั้น เป้าหมายคือสูงกว่าค่าเฉลี่ย แต่ไม่ต้องเก่งที่สุดก็ได้

เหมือนที่ Josh Kaufman เขียนเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ First 20 Hours (2014)

ลองถามตัวเองว่าครั้งสุดท้ายที่เราทำ Deliberate Practice ใช้เวลาอย่างน้อย 20 ชั่วโมง ฝึกฝนอะไรสักอย่างหนึ่งอย่างจริงจังคือเมื่อไหร่?

หลายคนอาจจะต้องย้อนกลับไปสมัยเรียน ป.ตรี หลายคนต้องย้อนไปไกลกว่านั้น

แต่อย่างเพิ่งหมดหวัง 555+ บทความนี้มีทางออก

คำถามคือเราจะฝึกยังไง ต้องเรียนแบบไหน ที่จะช่วยให้เราเก่งขึ้นเร็วที่สุดภายใน 20 ชั่วโมง? Sean เขียนอธิบายไว้ในหนังสือ Suddenly Talented สามคำสั้นๆ ECS

The ECS Framework

ECS ย่อมาจาก Energy > Confidence > Skill สามคำนี้เขียนเรียงต่อกัน ห้ามสลับตำแหน่ง พลังเกิดก่อนความมั่นใจ และความมั่นใจต้องมาก่อนทักษะ

  • Energy
  • Confidence
  • Skill

ถ้าเราเข้าใจ ECS ประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกวิธี คนจะเริ่มมองเราเป็น Doable Greatness ทันที โอ้โห เขียนมาขนาดนี้ ต้องอ่านต่อแล้วไหม 555+

Energy

Energy คือ metric ที่สำคัญที่สุดในชีวิต ถ้ามีพลังงาน เราก็สามารถที่จะทำกิจกรรมต่างๆได้ ถ้าเมื่อไหร่ energy เป็นศูนย์ นึกภาพตัวเรานอนเป็นผักทันที 555+

No Energy, No Life

ปลายปีก่อนตอนแอดเล่าเรื่อง Entropy ใน What The Duck หรือค่าที่ใช้วัด Chaos ความยุ่งเหยิงของระบบหนึ่งๆ ยิ่ง entropy สูงขึ้น energy จะลดต่ำลง

  • ถ้าร่างกายเราคือระบบ Life & Mind System
  • เวลายิ่งเดินไปข้างหน้า ร่างกายเราจะมี entropy สูงขึ้นเรื่อยๆ และ energy ลดต่ำลง แค่เรานั่งเฉยๆ พลังงานในชีวิตก็ลดลงเช่นกัน
  • มนุษย์มี mechanics ที่สามารถลด entropy และเพิ่ม energy ได้ ด้วยการทานอาหาร พักผ่อน ออกกำลังกาย หรือการอ่านหนังสือดีๆ

สรุป energy คือปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยให้เราทำกิจกรรมอื่นๆได้ รวมถึงการเรียนรู้ด้วย

นักเรียนหลายคนที่ลงเรียน bootcamp กับแอด แล้วทำงานประจำไปด้วย comment ส่วนใหญ่จะบอกว่า กลับบ้านมาไม่มีแรงเรียนต่อแล้ว แอดเข้าใจ เห็นภาพเลย 555+

แต่แอดคิดว่าคนเรามี “เวลา” ให้กับสิ่งที่เราอยากทำเสมอ 😊

The benchmark of energy is how eager you are to come back the next day

ECS framework บอกว่าเราควรใช้ minimum energy เพื่อเรียนรู้เรื่องหนึ่งๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าวิชาการตลาด ต้องการ energy ขั้นต่ำ 5 unit เราก็ควรจะใช้ 5 unit

ถ้างานนั้นๆต้องการ 5 unit แต่เราใช้ไป 20 unit แปลว่าเรากำลังใช้พลังงานสิ้นเปลืองเกินไป ถ้าเราใช้ energy เยอะเกิน สมองจะเริ่มล้า และทำให้เราไม่อยากไปต่อ

เพราะหน้าที่ของสมองคือปกป้องพลังงาน ให้ร่างกายเรามี energy พอใช้ และร่างกายเราไม่พังไปซะก่อน

คำถามคือเวลาเรานั่งเรียนเรื่องอะไรสักอย่าง ใช้ energy เท่าไหร่คือกำลังดี?

Sean บอกว่าถ้าตอนเรียนจบ แล้วเราถามตัวเองว่า What's next?

“What’s next” คือความรู้สึกอยากเรียนต่อ พร้อมลุยต่อวันพรุ่งนี้ เป็นสัญญาณว่าเราใช้ energy กับกิจกรรมนั้นๆได้อย่างเหมาะสม กำลังดี

แอดมานั่งนึกดู Phelps เข้าใจเรื่องนี้ดีเลย ทำไมเค้าไม่ฝึกว่ายน้ำวันละ 12 ชั่วโมง ทำไมเค้าฝึกแค่ 6 ชั่วโมงต่อวันก็พอแล้ว?

เพราะ 6 ชั่วโมงทำให้เค้าฝึกสิ่งนั้นได้ทุกวัน โดยไม่เหนื่อยจนเกินไป อันนี้โคตรล้ำลึก ไม่มีเขียนในหนังสือนะ แอดตกผลึกเพิ่งคิดได้เมื่อกี้ 555+

ทำยังไงก็ได้ ให้เรากลับมาเรียนได้เรื่อยๆ เรียนได้ทุกวัน ไม่เยอะไม่น้อยจนเกินไป คือก้าวแรกสู่การเป็น Suddenly Talented อย่างแท้จริง

Confidence

ตัวถัดมาคือ Confidence แปลภาษาไทยว่า “ความมั่นใจ”

ตอนอ่านถึงบทนี้ หน้า Harry Maguire กองหลังทีมชาติอังกฤษและ Manchester United ลอยเข้ามาในหัวแอดทันที

Maguire จริงๆเป็นกองหลังธรรมชาติที่เก่งเลย ตัวสูง เล่นลูกกลางอากาศได้ดี ลากกระชากบอลขึ้นไปให้กองหน้าได้ด้วย

ปี 2019/2020 ฤดูกาลแรกกับแมนยู Maguire เล่นดีมาก ลงเตะครบทั้ง 38 นัดในลีก ฤดูกาลสองก็ยังแข็งแกร่งลงเล่นไป 34 นัด จนมาเสียฟอร์ม พังตอนฤดูกาลที่สาม

ถัดมาอีกฤดูกาล ปี 2022/2023 เค้าได้ลงเล่นแค่ 16 นัดเท่านั้น โดนพักเป็นตัวสำรองเพราะฟอร์มไม่ดีมากๆ เล่นแบบไม่มีความมั่นใจ โดนเอารูปไปทำ meme ล้อทั่วโลก

A loss of form does not mean a loss of skills

Maguire สู้กับสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ ต้องเลิกเล่น social media และซ้อมหนักขึ้น ขอให้กองหลังระดับตำนานอย่าง Carvalho มาช่วยซ้อม เพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา

เวลาเราบอกว่านักกีฬาฟอร์มตก เล่นไม่ดี จริงๆทักษะฟุตบอลหรือ skills ของพวกเค้ายังเหมือนเดิมเลย แต่ที่พวกเค้าเล่นแบบฟอร์มหลุด เพราะเสียความมั่นใจ

There is no skill without confidence

ถ้าเรียกความมั่นใจกลับมาได้เมื่อไหร่ ทุกอย่างก็กลับมาปกติได้แบบงงๆ 555+

Maguire กลับมาฟอร์มดีอีกครั้ง คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมไปเมื่อเดือน พ.ย. 2023 ที่ผ่านมา ประเด็นคือทักษะฟุตบอลของเค้าไม่เคยหายไปไหน

แปลว่า loss of form จริงๆไม่ใช่ form ที่หาย แต่เป็น confidence

และนี่คือเหตุผลที่ confidence ต้องมาก่อน skill แค่เรามั่นใจ เราก็จะ perform ทันที ถึงแม้ skill เราอาจจะไม่สูงเท่าคนอื่น

หรือถ้าพูดอีกมุมหนึ่งคือ ถึงตอนนี้เราจะยังไม่เก่งมาก แต่ถ้าเรามีความมั่นใจ ก็สามารถ outperform คนเก่งแต่ไม่มั่นใจได้ ล้ำลึก

แล้วเพื่อนๆคิดว่าจะเป็นยังไง ถ้านักเตะทุกคนในทีมเรามั่นใจหมดเลย? แอดขอพาทุกคนข้ามไปดูลีกเยอรมันกันบ้าง

มีทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นหน้าใหม่ no name ไม่ค่อยมีใครรู้จัก และผู้จัดการทีมเลือกส่งผู้เล่นดาวรุ่งลงสนามเพียบ

ฤดูกาลนี้ 2023/2024 แข่งไป 22 นัด ยังไม่แพ้ใคร ชนะ 18 เสมอ 4 ล่าสุดเพิ่งตบแชมป์เก่าอย่าง Bayern Munich ไป 3-0 จุกๆ บ้าหน่า 555+

และนี่คือ Bayer Leverkusen

ทีมที่ปีก่อนเริ่มจากหนีตกชั้น สู่จ่าฝูงของ Bundesliga ปีนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นคือบารมีและสมองของผู้จัดการทีมอย่าง Xabi Alonso

ตั้งแต่ Xabi เข้ามาคุมทีม นักเตะทุกคนมีกำลังใจและ confidence พุ่งปรี๊ดเลย ลงแข่งด้วย spirit ที่พร้อมชนทุกทีม ไม่สนลูกใคร ยั๊งงง 555+

Confidence precedes skill by a lot

Xabi ได้แชมป์มาแล้วเกือบทุกรายการทั้ง FIFA World Cup, Euro, EUFA Champions League, LaLiga และ Bundesliga

แถมมีทักษะ coaching และการสื่อสารที่ดี เคยคุมทีมดาวรุ่งในสเปนมาแล้วด้วย ทั้งหมดนี้ช่วยยกระดับของทีม Leverkusen ขึ้นมาได้ภายในหนึ่งปี

ทุกทีมที่ต้องลงสนามเจอกับ Leverkusen ปีนี้ ถ้าไม่มั่นใจว่าจะชนะหรือสู้ได้ตั้งแต่แรก ก็เตรียมเก็บของกลับบ้านได้เลย แพ้แน่นอน 555+

ถึงจะใช้ผู้เล่น no name ชื่อเสียงสู้ทีมใหญ่ไม่ได้ แต่ถ้าทีมเรามั่นใจมากกว่า เล่นด้วยความมั่นใจ ก็มีโอกาสชนะได้เหมือนกัน

นี่คือเหตุผลที่ confidence ต้องมาก่อน skill ใน ECS ของ Sean

ส่วนตัวแอดคิดว่านิยาม Confidence ของ Sean คือเรื่องเดียวกันกับ Mindset ในหนังสือ Limitless (2023) ของ Jim Kwik ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสมองระดับโลก

Mindset คือชุดความคิด ความเชื่อ และสมมติฐาน ที่เราใช้สร้างตัวเราและโลกขึ้นมา เป็นตัวกำหนดสิ่งที่เราทำได้ ทำไม่ได้ และอะไรที่เป็นไปได้ what’s possible

ถ้าเราคิดว่าทำได้ เราก็ทำได้ ถ้าเราคิดว่าทำไม่ได้ เราก็ทำไม่ได้ ทั้งสองความคิดเป็นจริงทั้งคู่ อยู่ที่เราเลือกมี mindset แบบไหน เฉียบ

The safe zone is a simple and easily the most effective way to create confidence in a person

ส่วนวิธีการพัฒนา confidence ที่ Sean อธิบายใน Suddenly Talented คือการสร้าง Safe Zone ให้เรากล้าที่จะลองผิดลองถูก ถ้าเราไม่กลัวที่จะพลาด เราก็จะเรียนรู้เรื่องใหม่ๆได้เร็วขึ้น และสร้างเป็นทักษะติดตัวเรา

รวมถึงการลด self-doubt และ assumptions ผิดๆว่าเราไม่เก่ง เราเรียนรู้ไม่ได้ จบไม่ตรงสาย again mindset ถ้าเราคิดว่าเราทำได้ เราก็ทำได้

อ่านมาถึงตรงนี้ ทุกคนรู้แล้วว่า energy ทำให้เรามีพลังเรียนต่อทุกวัน confidence ทำให้เรามั่นใจ เชื่อว่าทำได้ กล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ ถัดไปมาทำความเข้าใจ “S” กันต่อ

Skill

ตัวสุดท้ายของ ECS คือคำว่า Skill มีพลังงาน มีความมั่นใจ ทักษะจะเกิดขึ้นทันที Suddenly Talented

ลองจินตนาการ ว่าเรามี energy ที่จะนั่งเรียนได้ทุกวัน มี confidence เชื่อว่าตัวเองสามารถทำได้ พร้อมที่จะ expand our mind เพื่อเก่งขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเราฝึกฝนทักษะบางอย่างจนเราสามารถทำสิ่งนั้นได้เร็วขึ้น ถูกต้องมากขึ้น เราจะใช้ energy ทำงานนั้นน้อยลงทันที เป็นระดับที่ Sean เรียกว่า Competency

You’re skilled when you do an activity at a relatively high speed and accuracy

หนังสือ Thinking Fast and Slow (2013) ของ Daniel Kahneman อธิบายปรากฏการณ์นี้ว่าระบบ autopilot หรือ system one

Autopilot คือเวลาที่สมองเรียนรู้ทักษะใดทักษะหนึ่งได้นานพอ จนมันสามารถ automate กิจกรรมนั้นได้ โดยไม่ต้อง burn calories เยอะๆเพื่อคิดก่อนทำ

ในมุม neuroscience ทักษะคือการที่สมองสร้าง neural pathways หรือ connections ระหว่าง neurons ให้เราสามารถทำงานนั้นๆได้ง่ายขึ้น

Neural pathways จะถูกสร้างขึ้นเวลาที่เราทำกิจกรรมนั้นซ้ำๆ

และการทำอะไรซ้ำๆต้องการ “เวลา”

Phelps ฝึกว่ายน้ำ 20 ปีจนร่างกายว่ายทุกท่าได้แบบอัตโนมัติ Kipchoge ฝึกวิ่งทุกสัปดาห์ จนร่างกายจดจำท่าการวิ่งและจังหวะการหายใจ ทั้งหมดเกิดขึ้นแบบอัตโนมัติ

แอดนั่งเรียนพื้นฐานวิชาสถิติมาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 รอบ กว่าจะเข้าใจมันจริงๆ

และแอดขอย้ำอีกรอบว่า ทุกๆ skill ที่เราอยากทำได้ต้องใช้ “เวลา”

Sean เขียนในหนังสือว่า ถ้าเจอคอร์สเรียนที่โฆษณาแบบ Overnight Success เรียนคอร์สเดียวจบ ใช้เวลาไม่นานทำได้เลย อย่าซื้อ โดนหลอกขายแล้ว 555+

Skill Comparison Trap

มีอะไรอีกบ้างที่จริงๆคือทักษะ แต่เราไม่ได้มองมันเป็นทักษะเท่าไหร่?

การแปรงฟัน การฟังพูดภาษาไทยในชีวิตประจำวัน หรือการขับรถไปทำงาน ถ้าขับรถมาแล้วสิบปี neural pathways ชัดเจน หลับตาขับได้เลย ยั๊งงง 555+

เราไม่ได้มองกิจกรรมในชีวิตประจำวันเป็นทักษะเท่าไหร่ แต่ทุกอย่างที่ร่างกายและสมองเราคิดและทำได้ เราสามารถเรียกกิจกรรมพวกนี้ว่า “Skill” ได้ทั้งหมดเลย

Sean เขียนในหนังสือว่า เราไม่เคยเปรียบเทียบเด็กอายุ 5 ขวบ ว่าเค้าใช้ช้อนกินข้าวเก่งจังเลย ทั้งๆที่ “การใช้ช้อน” ก็คือทักษะรูปแบบหนึ่ง

พอโตขึ้นมาหน่อย เราดั๊นนนน ชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ทั้งเรื่องการเรียน การทำงาน lifestyle และรูปภาพแบบจัดเต็มฟิลเตอร์บน Instagram

การชอบเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่นกลายเป็นเรื่องปกติ* ที่ไม่ปกติเท่าไหร่

Comparison trap คือกับดักที่ทำให้เราเสีย confidence (self-doubt) และไม่สามารถพัฒนา skill ใหม่ๆได้

หยุดเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่นแล้ว focus ที่ตัวเองเป็นหลัก เป้าหมายคือการเก่งขึ้นทุกวัน มุ่งหน้าสู่ Doable Greatness เทียบตัวเองวันนี้ กับตัวเราเองเมื่อวานก็พอแล้ว

Sean เขียนอธิบายคำว่า Skill ได้โคตรล้ำลึก แอดสรุปได้เป็น 3 ข้อหลักๆ

  • Skill คือการที่เราทำงานหนึ่งๆได้โดยไม่ต้องใช้สมองคิดเยอะ
  • Skill คือการทำงานเสร็จได้เร็วขึ้น และมีความแม่นยำ ถูกต้อง หรือพูดอีกแบบ ทักษะคือความสามารถในการ errors ให้น้อยลงเรื่อยๆ
  • Skill คือการที่เราสามารถทำอะไรสักอย่างที่คนอื่นทำไม่ได้ (แบบชั่วคราว)

มาลองดูตัวอย่าง Prompt Engineering

ถ้าวันนี้ (ต้นปี 2024) มีคนใช้ Gemini เขียน prompt เป็นนิดหน่อย คนนั้นจะกลายเป็น Suddenly Talented ทันที อยู่ดีๆคนทั่วไปจะมองว่าคนนั้นเก่ง

ทั้งๆที่เค้าเพิ่งเริ่มใช้ Gemini เองด้วยซ้ำ เรามองเห็นแค่เสี้ยวหนึ่งของทักษะ slices of skill แล้วด่วนสรุปว่าคนนั้นคือ talent

แต่ถ้าปีหน้า (2025) ทุกคนใช้ Gemini หรือ ChatGPT เขียน prompt เป็นกันหมด เราจะเลิกมองสิ่งนี้เป็น skill เลย เพราะทุกคนทำได้เหมือนกันแล้ว ยั๊งงง 555+

ทบทวนไอเดียของ Sean อีกครั้งว่า talent คือ perception และ skill คือสิ่งที่คนอื่นมองว่าเราทำได้ แต่พวกเค้าทำไม่ได้ (at least short-term or temporarily)

เปลี่ยนตัวอย่างนี้เป็นทักษะอื่นๆ เช่น PowerPoint, Canva, Spreadsheets, Coding ก็อธิบายได้เหมือนเดิม “Skill” คือการที่เราถูกเปรียบเทียบกับ baseline สักอย่าง

และ baseline มักจะเป็น perception ของคนส่วนใหญ่ที่อยู่แถวๆค่าเฉลี่ย

Sean แนะนำว่าทุกทักษะที่เราต้องการฝึก อย่างน้อยต้องไปให้ถึง competency level ไม่งั้นฝึกก็เหมือนไม่ฝึก เสียเวลาไปฟรีๆ

Competency ต้องการอย่างน้อย 20-30 ชั่วโมง เหมือนที่ Josh เขียนอธิบายในหนังสือ The First 20 Hours

สิ่งที่เราควรฝึกให้ถึงระดับ competence แบ่งเป็น 3 เรื่องคือ

  1. ฝึก programs หรือ software ที่เราใช้ทำงานทุกวัน เช่น Google Slides, Google Sheets หรือ Note Taking Apps
  2. ฝึก skills ที่สำคัญกับชีวิต (Sean ใช้คำว่า “Critical Skills”)
  3. ฝึก skills ที่สำคัญกับธุรกิจของเรา หรือที่เราอยากทำในอนาคต

ทำได้ครบทั้งสามอย่างนี้ที่ระดับ competency เราก็ขยับเข้าใกล้ Doable Greatness หรือ Generalist อีกหนึ่งขั้น

Reduction of Errors

แล้วความเก่ง หรือ skill มันต้องวัดยังไง?

เราวัดกันที่จำนวน errors ที่เกิดขึ้น และความสามารถในการจัดการ errors เหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งเราเก่งขึ้นเท่าไหร่ errors ในงานนั้นก็จะลดลงเรื่อยๆ

Talent is a reduction of errors. If you get rid of the obstacles, you steadily attain a level of competence

Sean บอกว่าเหตุผลสำคัญที่เราไม่เก่งขึ้นสักที เพราะเราทำผิดพลาดน้อยไปหน่อย ยิ่งเราพลาดเยอะ แล้วเรารู้วิธีแก้ เราจะเรียนรู้และเก่งไวเลย Suddenly Talented

We don’t make enough mistakes

นักบินไม่ได้เรียนแค่กดปุ่มไหน ถึงจะเอาเครื่องบินขึ้นลงได้

แต่พวกเค้าเรียนว่าเวลาเจอปัญหา อากาศแปรปรวน เครื่องยนต์ดับ น้ำมันหมด ในสถานการณ์ที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน และต้องตัดสินใจภายในเสี้ยววินาที

พวกเค้าจะแก้ปัญหานั้นได้อย่างไร?

Flight Simulator จะสร้างปัญหาและความท้าทายให้นักบินฝึกหัดได้แก้ไขเป็นระยะๆ และปัญหาจะยากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้นักบินเก่งขึ้น พร้อมเจอทุกสถานการณ์

อยากเก่ง ต้องพร้อมเจอปัญหา และหาทางแก้

Stoic เรามีคำพูดว่า “The obstacle is the way” เห็นปัญหา ต้องพุ่งชน ยั๊งงง 555+

สรุปในหัวข้อ Skill ยิ่งเราเก่งขึ้นเท่าไหร่ เรายิ่งใช้พลังงานน้อยลงเท่านั้น สมองมนุษย์เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เรียนรู้ทักษะใหม่ๆไปให้ถึงระดับ competency level

พอเราพัฒนาไปถึงระดับ competency เราจะใช้ energy น้อยลงเรื่อยๆกับกิจกรรมนั้นๆ ทำงานเสร็จเร็วขึ้น ถูกต้องมากขึ้น work less, earn more, enjoy life

แต่ทักษะจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าเราไม่มีเวลาฝึกฝน ทำสิ่งนั้นซ้ำๆ

เดี๋ยวแอดมีเขียนอธิบายเรื่อง “เวลา” ด้วย อยากเข้าใจต้องอ่านต่อ เฉียบ 555+

Energy Over Passion

แอดขอแวะมาพูดเรื่อง passion นิดหนึ่ง

หนังสืออีกเล่มที่แอดชอบมากคือ How to Fail at Almost Everything and Still Win Big ของ Scott Adams (2013) เล่าไอเดียของการเป็น Generalist เต็มๆ

Scott บอกว่า passion เป็นเรื่องไร้สาระมากเลย อันนี้แอดโคตรเห็นด้วย 555+

Scott เล่าว่าตอนทำงานธนาคาร เจ้านายเค้าสอนว่า ถ้ามีลูกค้าสองคนมาขอกู้เงินไปทำธุรกิจ คนแรกมาด้วย passion คนที่สองมาด้วย energy

ให้อนุมัติปล่อยกู้คนที่สอง ส่วนคนแรกข้ามไปเลย ไม่ต้องสนใจ เดี๋ยวๆ 555+

Passion is bullshit

เพราะ Energy คือ metric ที่สำคัญที่สุดในชีวิต แค่รักษาพลังงานไว้ทำงาน ทำสิ่งที่ดี ได้ต่อเนื่องทุกวัน ชีวิตเราก็มีโอกาสไปได้ไกลกว่าคนทั่วไปแล้ว

ส่วนตัวแอดคิดว่าถ้าเรามี passion และ energy แบบเต็มหลอดทั้งคู่ 🔋

ใครก็หยุดเราไม่อยู่ นิยาม passion ของแอดคือคำว่า Why ความพยายามของเรามีความหมายว่าอะไร จะดีมากถ้า why ของเราใหญ่กว่าตัวเราเอง

Recap สั้นๆวิธีการเพิ่มพลังงานให้ชีวิตคือ กินอาหารดีๆ นอนให้เพียงพอ ออกกำลังกายบ้าง และ expand our mind เพื่อรับความรู้และไอเดียดีๆสม่ำเสมอ

แถมเรื่องระบบที่ Scott ใช้ในการพัฒนาตัวเองคือ “Every skill you acquire doubles your odds of success” ยิ่งรู้และทำได้หลายอย่าง ความสำเร็จจะวิ่งมาหาเราเอง

เรียนแค่ 15 นาทีต่อวันก็เปลี่ยนชีวิตได้ แต่ถ้า 6 ชั่วโมงต่อวัน อยากเป็น Michael Phelps หรอ ใจเย็นๆ 555+ (แต่ถ้าใครจะเรียน 6 ชั่วโมง แอดก็ไม่ว่านะ 555+)

Choose Progression

วันก่อนแอดนั่งดูวีดีโอของ Ali Abdaal ผู้เขียนหนังสือ Feel Good Productivity (2023) ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 5.2 ล้านคนบน YouTube

เค้าบอกว่าเวลาที่เรามีในแต่ละวัน ควรถูกแบ่งไว้ทำสองอย่าง

  1. Maintenance
  2. Progression

Maintenance คือเวลาที่เราใช้ทำกิจกรรม daily routine เป็นประจำทุกวัน เช่น นอน อาบน้ำ เดินทาง กินข้าว ทำงาน เข้าสังคม ดูหนังบน netflix

Progression คือเวลาที่ใช้เพื่อทำให้ตัวเองเก่งขึ้น เช่น การอ่านหนังสือ เรียนคอร์สออนไลน์ ควรแบ่งเวลาทำส่วนนี้วันละ 30-60 นาที (หรือเท่าที่เราไหว)

Leaders are Readers

Jim Kwik เขียนในหนังสือ Limitless 2nd Edition (2023) ว่าการแบ่งเวลาอ่านหนังสือวันละ 15 นาทีก็เปลี่ยนชีวิตได้แล้ว

หรือถ้าใครไม่มีเวลาจริงๆ เริ่มอ่านวันละ 5 หน้าก็ยังดี

สิ่งเล็กๆที่เราทำในแต่ละวัน สามารถพาเราไปอยู่ที่จุดที่ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต แค่ลงมือทำ สร้างมันให้เป็นนิสัย James Clear ก็พูดแบบเดียวกันใน Atomic Habits (2018)

คำถามที่อยากให้ทุกคนลองถามตัวเองคือ ตอนนี้เราใช้เวลาเป็น maintenance ต่อ progression อยู่ที่สัดส่วนเท่าไหร่

แล้วเราจะเก่งขึ้นไหมถ้าเราไม่เปลี่ยนการใช้เวลาของเรา?

The Real Enemy

ถ้าอยากมีเวลาเรียนและพัฒนาตัวเองมากขึ้น เข้าสู่ Progression Mode ต้องรู้ก่อนว่าศัตรูที่แท้จริงคือใคร อะไรที่ผลาญเวลาของเราโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์

หนังสือ Make Time (2018) วิเคราะห์ปัญหาที่มนุษย์เจออยู่ตอนนี้คือ The Infinite Pools แค่เราปัดนิ้วบนลงล่าง social media ก็มี contents ให้เราบริโภคไม่มีวันหมด

ขอบคุณมาก social media นี่แอดเขียนประชดนะ ยั๊งงง 555+

Business model ของบริษัทอย่าง Facebook, TikTok, IG, Twitter คือการทำยังไงก็ได้ให้เราใช้เวลาบน platforms ได้นานที่สุด เพื่อที่เค้าจะสร้างรายได้จากโฆษณา

มีไม่กี่อุตสาหกรรมในโลกนี้ที่เรียกผู้ใช้งานว่า Users หนึ่งในนั้นคือ Tech (เช่น social media, mobile app) และ Drug ทั้งวัคซีน ยารักษาโรค และสารเสพติด

ถ้าคิดดีๆ social media ไม่ต่างอะไรกับ drug ภาษาอังกฤษเลยใช้คำว่า Addiction

เวลาเราเปิด TikTok เพื่อดู contents งานวิจัยหลายตัวบอกว่าเรากำลังโดนล้างสมอง brain washed แบบไม่รู้ตัวด้วย AI algorithms

แอดเช็ค screen time บนโทรศัพท์ ตั้งแต่ต้นปีนี้แอดใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 4 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนใหญ่เป็นการตอบแชท เช็คอีเมล และเล่น social

ถ้าเอา 4 ชั่วโมง x 365 วัน จะได้ 1460 ชั่วโมง หรือคิดเป็น 1460 / 24 = 60 วันพอดี

แค่เราจ้องหน้าจอโทรศัพท์ “เวลา” ก็หมดไปสองเดือนเต็มๆแล้ว

ยุคสมัยของ Attention Economy ศัตรูที่แท้จริงของพวกเราคือ Distraction

หรือปัญหาอาจจะเป็น distraction มาตั้งนานแล้ว แต่ยุคนี้มันทวีความรุนแรงกว่าที่ผ่านมาๆ บางอย่างก็ไม่เคยเปลี่ยน และเป็นอย่างนี้มาตลอด

Distraction คือทุกสิ่งที่ดึงเราออกจากเส้นทางที่เราควรเดิน ให้ห่างไกลออกจากเป้าหมายที่สำคัญในชีวิต The Glorious Purpose จังหวะนี้ Loki ต้องเข้าแล้ว 555+

ถ้าเราไม่ควบคุมชีวิตตัวเอง ไม่มี self-conscious หรือ self-awareness

บางอย่างหรือใครบางคนจะเข้ามาควบคุมชีวิตและจิตวิญญาณของเราโดยที่เราไม่รู้ตัว

ถ้าอยากมีเวลาเรียนหรือทำสิ่งที่มีความหมาย เราต้องปกป้อง “เวลา” ของเรา

Time Management for Mortals

เวลาคือ Non-Renewable Resource หรือทรัพยากรที่เราสร้างใหม่ไม่ได้

หลายคนบอกว่าเวลาเป็นเงินเป็นทอง พวกเราขายเวลาทำงานเพื่อแลกเงินเดือน แต่จริงๆมูลค่าของเวลามากกว่าเงินเดือนที่เราได้เยอะเลย

Time management is all life is

ในหนังสือ Four Thousand Weeks (2021) ของ Oliver Burkeman บอกว่า เวลาไม่ต่างอะไรกับชีวิต time is life, and life is time ประโยคนี้จริงแท้ล้านเปอร์เซ็นต์

Fact – เวลาไม่เหมือนเงินในกระเป๋าสตางค์ เราจัดการเวลาไม่ได้ หาเวลาเพิ่มก็ไม่ได้ แต่เราเลือกสิ่งที่จะทำภายในเวลานั้นๆได้

Sean เขียนกฏ 10 ข้อในหนังสือ Pronto Learning (2009) เกี่ยวกับการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อ 5 พูดถึงการ “Minimizing Dead-Time”

Dead-Time คือช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่ปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆ (เวลาที่ตายไป)

ถ้าเรารู้วิธีลดหรือเปลี่ยน Dead-Time เป็น Learning-Time เราจะสามารถเรียนรู้ได้มากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า

ตัวอย่างของ dead-time เช่น เวลาที่เราใช้ตอนเดินทางจากบ้านไปที่ทำงาน ตอนเราล้างจาน หรือทำความสะอาดบ้าน จะมีแค่ 15-30 นาที เราก็เปลี่ยนมันเป็นเวลาสำหรับการเรียนรู้ได้ หยิบหูฟังมาใส่ ฟัง podcast หรือหนังสือเสียง

Some people have so much time because they use dead-time productively

จัดการ dead-time แค่ 15 นาทีต่อวัน เราจะเรียนได้มากกว่า 90 ชั่วโมงภายในหนึ่งปี

ลองหยุดถามตัวเองว่าครั้งสุดท้ายที่เราใช้เวลาเรียนอะไรสักอย่างหนึ่งเกิน 90 ชั่วโมงคือเมื่อไหร่? เริ่มเลยวันนี้ เปลี่ยนเวลา social media เป็น reading time แค่ 15 นาที

จงปกป้องเวลา เปลี่ยน dead-time เป็น learning-time

The Most Important Skill

งาน Duck Con แอดเล่าปิดท้าย Suddenly Talented กับหัวข้อ “ทักษะที่สำคัญที่สุด”

และแอดจะขอยืนยันรอบที่ 628 ว่าทักษะที่สำคัญที่สุดของยุคนี้คือ Writing Skill ยิ่งเราเขียนเก่งเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสในชีวิตมากขึ้นเท่านั้น

ไม่ใช่แค่โอกาสในชีวิตเราเท่านั้น แต่รวมถึงโอกาสในชีวิตของผู้ที่ได้อ่านงานเขียนของเราด้วย เหมือนที่ทุกคนกำลังอ่านบทความนี้อยู่ แอดเขียนดีเนอะ เย้ 555+

Side-Note บทความนี้แอดใช้เวลาเขียนประมาณ 10 ชั่วโมงเลย ⏲️

ถ้าลองสังเกต นักธุรกิจหรือ creators ที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มีทักษะการสื่อสาร โดยเฉพาะทักษะการเขียนที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยมากๆ Doable Greatness ของแทร่

The Cultural Tutor เขียน tweets จนมีผู้ติดตามบน X มากกว่า 1.6 ล้านคน จากเด็กทำงานในร้าน McDonald’s สู่การเป็นนักเขียนโดยไม่ต้องโชว์หน้าตัวเองเลย

ใครที่ติดตามสาย One-Person Business หรือ Small Business จะเห็น pattern นี้ได้ชัดเจน Ali Abdaal, Russell Brunson และ Dan Koe ที่ตอนนี้กำลังมาแรง

Dan Koe บอก “ผมนั่งอ่าน tweets ของ creators หลายๆคนที่ผมชอบ แล้วก็คิดว่า content สไตล์นี้ เราก็น่าจะเขียนได้เหมือนกันนะ แล้วก็เริ่มฝึกเขียนเลย”

Quote ที่แอดชอบที่สุดของ อ. Dan คืออันนี้

รายได้จากงาน creator ของ Dan Koe ปีที่แล้วทะลุ 40 ล้านบาทไปเรียบร้อย แค่เปิดตัวหนังสือ The Art of Focus (2023) ก็ได้เงินประมาณ 20 ล้าน โหดมาก

นักเขียนและโค้ชอีกคนที่แอดชอบมากคือ Donald Miller แกตื่นมาเขียนทุกเช้าเลย รายได้ของบริษัทแกเติบโตจาก 1M เป็น 2M, 4M และ 8M USD ภายในสี่ปี

Clear thinking becomes clear writing; one can’t exist without the other

สิ่งที่ Don ทำคือการเขียนหนังสือใหม่ทุกปี เค้า validate มาแล้วว่าการเขียนหนังสือคือ Growth Lever ที่ดีที่สุด ในการสร้างธุรกิจของ Business Made Simple

ปีก่อนแอดไปลงเรียน Storytelling Guide Certification กับแกมาด้วย สนุกมาก แต่อย่าถามค่าคอร์สว่าเท่าไหร่ แพงมาก 555+

หรือแม้แต่รายใหญ่ๆอย่าง Steven Barlett เจ้าของหนังสือ The Diary Of A CEO ที่เพิ่งเขียนหนังสือออกมาปลายปีก่อนเช่นกัน ขายดีเป็นตับ 555+

มานั่งตกผลึกดู สิ่งที่แอดทำมาตลอด 7 ปี อาจจะวินัยหลุดไปบ้างบางช่วง แต่ยังทำต่อเนื่องมาได้ตลอดคือการเขียนบทความ แชร์ความรู้ให้กับเพื่อนๆทุกคนได้อ่าน

ข้อดีของการฝึกเขียนคือ

  • Clear Thinking – วิธีคิดเราเฉียบขึ้น
  • Focus – เป็นการฝึกวินัยและโฟกัสไปในตัว
  • Impact – งานของเราช่วยสร้าง impact ให้กับสังคมได้คือ motivation ในการเขียนที่ยิ่งใหญ่สำหรับแอด

ชีวิตก่อนเขียน กับหลังเขียน สำหรับแอดคือเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้ ปีนี้พวกเรามาเรียน มาฝึกเขียนด้วยกันนะครับ

How to Be Better

สรุปเนื้อหา Suddenly Talented กันอีกรอบ

  • Talent ไม่ใช่พรสวรรค์ แต่เกิดมาจากการฝึกฝน และความต่อเนื่อง
  • Talent คือ perception ที่คนอื่นมองมาที่เรา เปรียบเทียบกับคนอื่นๆในสภาพแวดล้อมเดียวกัน (environment & mind scope)
  • เราไม่จำเป็นต้องไปให้สุดเหมือน Kipchoge หรือ Phelps ก็สามารถประสบความสำเร็จ และมีความสุขในชีวิตได้
  • Doable Greatness คือ moment ที่คนเข้าใจผิดคิดว่าเราเป็นมืออาชีพ
  • Energy + Confidence + Skill เข้าใจสามเรื่องนี้ ก็เก่งขึ้นทันที Suddenly Talented
  • ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือ Distraction โดยเฉพาะ social media
  • ปกป้องเวลาของเรา ลดเวลา Dead-Time เปลี่ยนมันเป็น Learning-Time
  • ทักษะการเขียนคือหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดของยุคนี้
  • ยิ่งเราเขียนเก่งเท่าไหร่ โอกาสในชีวิตเรายิ่งมากขึ้นเท่านั้น

และเหตุผลที่พวกเราทุกคนต้องพัฒนาตัวเองเป็น Doable Greatness เพื่อที่เราจะได้ทำงานน้อยลง สร้างรายได้มากขึ้น และมีความสุขกับชีวิต Dan Koe’s Motto

Work less, Earn More, Enjoy Life

✅ เขียนมาตั้งยาว แอดคิดว่า Doable Greatness กับ Generalist คือเรื่องเดียวกันเลย 555+ เก่งขึ้นทุกเรื่อง แต่ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด skill stacking ต้องมาแล้วทุกคน

See You at What The Duck 2024

กราบขอบพระคุณพี่ๆ เพื่อนๆ speakers ทุกคนที่มาพูดในงานเรานะครับ ✌️

  • พี่เฟิร์น True Digital Academy
  • พี่ยอด Arise
  • พี่ปูน Conicle
  • พี่แอม Amable
  • น้องคะน้า ฝรั่งอั่งม้อ
  • น้องมิว CJ & Mil’s Blog
  • น้องฝน ex-Agoda ตอนนี้เรียน ป.เอกด้าน ML/ AI อยู่จุฬา
  • และยศ 555+ ขาประจำ CJ & Malonglearn

ขอบคุณทางสถานที่ Big Coworking Space พระราม 9 ที่ดูแลพวกเราอย่างดี พี่ชุและทีม Keychron ที่แวะมาให้กำลังใจ คุณปูเป้ที่มาแจกหนังสือ meb ebook และนักเรียน bootcamp คุณธนพัฒน์สำหรับน้ำดื่ม stream

และสุดท้าย แอดอยากขอบคุณแฟนเพจ นักเรียนทุกคนที่สละเวลามางาน 300+ คน พวกเราคือ Community ด้านการเรียนรู้ที่น่าจะใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแล้วตอนนี้

สัญญาว่ารอบหน้าจะดีกว่าที่ผ่านๆมา เหมือนรอบนี้ขาดอะไรสักอย่าง ขาดพิซซ่ากับเบียร์นี่เอง ยั๊งงง 555+ 🤣 เจอกันใน What The Duck ปลายปีครับ

PS. ถ้าใครชอบบทความนี้ comment เป็นกำลังใจให้แอดได้ในโพสต์เลยนะครับ แอดอ่านเองทุกคอมเม้นต์ ชอบอ่านแนวนี้ไหม กด reply พิมพ์บอกแอดด้วยน๊า

Reference – รูปการ์ตูนทั้งหมดในบทความนี้ วาดโดยคุณ Sean D’Souza แวะไปดูหนังสือใหม่ๆและคอร์ส home study ของ Sean ได้ที่ Psychotactics

234 responses to “Suddenly Talented วิธีพัฒนาตัวเองแบบเก่งปุบปับ”

  1.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากๆเลยครับ

    1.  Avatar
      Anonymous

      กำลังหัดเปลี่ยนจาก dead time to learning time ka.

    2. Benz Avatar
      Benz

      อ่านจนมาถึงบรรทัดสุดท้าย Energy เพิ่มขึ้นเยอะเลยค่ะ ขอบคุณแอดทอยมากๆ ที่เป็นหนึ่งในfactor distract เราจาก social media

  2.  Avatar
    Anonymous

    🐤🐤🐤 คนเรามี “เวลา” ให้กับสิ่งที่เราอยากทำเสมอ ลุยค่ะ 🫶🏻🫶🏻
    ขอบคุณที่เขียน และตั้งใจอธิบายในแบบเข้าใจได้ง่ายๆ เขียนอีกนะคะ ตั้งใจอ่านทุกคำค่ะ 🤘🏼

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      สุดยอด ขอบคุณที่อ่านจนจบเลยนะครับ 🙏

      1.  Avatar
        Anonymous

        เป็นบทความที่ดีมากๆครับ

      2.  Avatar
        Anonymous

        เป็นบทความที่ดีมากๆ เลยค่ะ สามารถนำไปพัฒนาตัวเองได้ รู้เลยว่าคนเขียนต้องมีความรู้ที่แน่นมากๆ เขียนสนุก อ่านเพลิน ถึงขั้นต้องเปิดหาหนังสืออ้างอิงไปด้วยเลย 555

        ชอบบทความแนวนี้มากๆค่า อยากลงคอร์สแนวนี้เช่นกันนะคะ ถ้ามีจะลงเรียนด้วยยยยย
        พรีสสสส

  3.  Avatar
    Anonymous

    อ่านแล้วชอบมากครับ เป็นเป็นความที่อ่านแล้วสนุกมากทั้งที่เป็นบทเน้นความรู้วิชาการ

  4. RIN Avatar
    RIN

    กำลังหาคำตอบให้ประโยคนี้อยู่ “ลองถามตัวเองว่าครั้งสุดท้ายที่เราทำ Deliberate Practice ใช้เวลาอย่างน้อย 20 ชั่วโมง ฝึกฝนอะไรสักอย่างหนึ่งอย่างจริงจังคือเมื่อไหร่?” เมื่อไหร่นะะะะะะะะะ 😂

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      น้องริน 5555

    2.  Avatar
      Anonymous

      ติดตามแอดทอยมาตั้งแต่ยุคแรก ผมให้แอดทอยเป็นที่หนึ่งในใจเลย มีความจริงใจและเต็มใจในการถ่ายทอดความรู้ ไม่ว่าจะเป็นด้านดาต้าหรือการพัฒนาตนเอง…ผมว่าแอดเขียนหนังสือขายได้แล้ว พร้อมซัพพอร์ตเสมอครับ

      1. Kasidis Satangmongkol Avatar

        ขอบพระคุณมากๆครับ ปีนี้อยากเขียนหนังสือให้ได้จบสักเล่ม รอติดตามได้เลยช่วงกลางปีนี้คร้าบ

  5.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ T T
    อ่านเพลินมากๆ ตอนแรกเห็นความยาวแล้วไม่คิดว่าตัวเองจะอ่านรวดเดียวจบได้ แต่แอดทอยเขียนออกมาย่อยง่ายอ่านสนุกมากจริงๆค่ะ
    ได้รับแรงใจมาอีกเยอะแยะเลย
    ขอบคุณนะคะะ เขียนอีกเยอะๆนะคะ ติดตามเสมอค่ะะ

  6.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณสำหรับบทความค่ะแอดดด ละเอียดยิบๆ เชื่อมโนงหนังสือต่างๆยับๆ สุดยอกเบยย 💛

  7.  Avatar
    Anonymous

    เขียนดีมากเลยครับแอดทอย
    เอาไปเลย 10 กะโหลก เอ้ย 10 คะแนน

  8.  Avatar
    Anonymous

    สุดยอดมาก ขอบคุณมากครับ ให้ ร้อยเต็มไปเลย

  9. lumielz Avatar

    ขอบคุณมากครับ มาอัพสกิลการเขียนไปด้วยกันครับ 😀

  10.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากครับ ชอบบทความนี้มาก บทความแรกที่อ่านจบแบบยาวๆในปีนี้

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆเช่นกันนะครับ ✌️ มีกำลังใจเขียนต่อเลยแอด

  11.  Avatar
    Anonymous

    Distraction คำนี้มันจึกๆเลย ดึงเราออกนอกเส้นทางบ่อยมากกก

  12.  Avatar
    Anonymous

    เป็นบทความที่ดีมากๆเลยค่ะพี่ทอย เห็นชอบทุกประการ แค่อ่านบทความนี้ก็เอาไปตกตะกอนต่อยอดพัฒนาตัวเองได้แล้ว ขอบคุณที่แชร์เรื่องดีๆแบบนี้นะคะ🫶🏻🫶🏻🫶🏻🔥🔥

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆเลยนะคร้าบ

  13.  Avatar
    Anonymous

    เป็นบทความที่ดีมากค่ะ อ่านแบบตั้งใจ ตื่นมาก็อ่านจนจบค่ะ ขอบคุณนะเเอดทอยสร้างแรงงบันดาลใจมากค่ะ

  14.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณสำหรับบทความนี้ครับ

  15. Montawat G Avatar

    ไม่ธรรมดาเลยครับแอด อ่านจบแล้วมีไฟขึ้นมาทันที ข่อมค้าบบ

  16.  Avatar
    Anonymous

    อ่านจบ ชอบมาก จะซื้อหนังสืออ่านตามนะคะ แอดทอย

  17. Kittisak Chotikkakamthorn Avatar

    อ่านจบแล้วครับ เพิ่งรู้ว่าก็พัฒนาตัวเองในแนวทางเดียวกันกับในนั้น รวมถึงเรื่อง Writing ที่เขียนลงเว็บทั้งไทยและอังกฤษ

    1.  Avatar
      Anonymous

      มาเป็นเป็ดโปรด้วยกันนะครับ aka. Generalist 🤟

      1. Kittisak Chotikkakamthorn Avatar

        จริงครับ เรียนและทำงานไปมาเป็นเป็ด 555555

  18.  Avatar
    Anonymous

    อ่านจบแบบเพลินๆเลยค่ะ พี่ทอย ขอบคุณมากๆค่าา

  19.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณครับแอด ไฟมาเลย
    ลุยเรียน ลุยฝึกเขียนเลยครับปีนี้

  20.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณพี่ทอยมากครับ เขียนได้ดีมากเลย รู้สุกสนุกกับเนื้อหาและการอ่านมากครับ รอพี่ทอยมา share how to write like this นะครับ

  21. Nitat Tepnarong Avatar

    ขอบคุณครับแอด ไฟมาเลยครับ
    ไปลุยพัฒนาการเขียนกัน ก่อนอื่นเขียนสรุปให้ตัวเองอ่านก่อนนี่แหละ

  22.  Avatar
    Anonymous

    ชอบๆครับ ความรู้แน่นมาก

  23.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากค่ะแอดทอย เขียนดีมาก ชอบอ่านบทความแนวนี้มาก ปลุกพลังสุดๆๆ เขียนอีกเยอะๆนะคะ รออ่านค่า

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      รออ่านได้เลยจ้า

  24.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากนะคะพี่ทอย บทความพี่เพิ่ม Energy ให้พุ่งปรี๊ดดดดดดดเลยค่าา

  25.  Avatar
    Anonymous

    เป็นบทความที่ motivate เรามาก กอไก่ล้านตัว 🙂

  26.  Avatar
    Anonymous

    ไฟลุก พรึ๊บ ๆๆๆๆ

  27. panurak7209 Avatar

    อ่านจบเเล้วครับผม จากนักเรียน Bootcamp รุ่น 9 คร้าบบบบ ชอบมากเลยยย

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณครับ live เมื่อเช้าก็สนุกมากเลย เย้

  28.  Avatar
    Anonymous

    แอดเขียน 10 ชั่วโมง ผมอ่าน ครึ่งชั่วโมง (เกิน 15 นาที) แล้ว เย้ 555+

  29.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ค่ะแอดพี่ทอย อ่านแล้วได้พลัง (Energy!) ถือว่าวันนี้ได้รับสารดีๆ แล้ว ถัดไปก็มีความต่อเนื่องจนเป็นเป็ด เอ้ย Doable person / Generalist

    อ่านแล้วได้เทียบกับตัวเองเลยว่าทำไมเรารู้สึกว่าทำอะไรก็ทำได้ไปหมด (ยั๊งงงง ติดแอดมา 555) เพราะก่อนหน้านี้เราฝึกฝนความเป็น Generalist นี่เอง แต่ตอนนี้เราหยุดไป

    ต้องกลับมาเรียนใหม่แล้ว เริ่มเลย dead-time to learning-time!
    ขอบคุณอีกครั้งค่ะแอด

    ติดตามบทความต่อไปค่ะ 😀

  30.  Avatar
    Anonymous

    ชอบอ่านแนวนี้ค่ะแอดดดดด อ่านแล้วโดนใจเยอะมาก (aka แทงใจเต็มๆ) T_T บุ๊คมาร์คไว้อ่านเลยค่ะ ได้สะท้อนตัวเองมากๆ

  31. AorJoa Avatar
    AorJoa

    Thank you so much krub 🙏

  32. Toei Avatar
    Toei

    อ่านเกือบชั่วโมงเลย… อ่านแล้วคิดตาม ตั้งคำถามตาม ดีมากกกเลยค่ะ เชียร์พี่ทอยเขียนหนังสือเป็นเล่มแล้ว อยากซื้อเก็บ
    ส่วนเราก็มีเป้าหมายใหม่ คือต้องลองเขียนกับเค้าบ้างแล้ว

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ต้องลองเขียนบ้างแล้วววว : ) รออ่านนะครับน้อง Toei

  33. Naphon Seeluang Avatar

    สุดยอดมากครับแอด ตกผลึกวัตถุดิบชั้นดีจากหนังสือหลายๆเล่มรวมถึงประสบการณ์จากการนำไปปฏิบัติจริงของแอด นำมาประกอบจนเป็น Premium thought cuisine. ขอบคุณมากๆครับ

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆครับคุณ Naphon ชอบคำว่า “Premium Thought Cuisine” ต้องเอามาใช้บ้างแล้ว รออ่านบทความต่อไปได้เลยคร้าบ

  34. Bass Avatar
    Bass

    Have to buy writing 101 la si hahah, thanks for the great article Kubb. 🔥

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ลุยครับคุณ Bass

  35.  Avatar
    Anonymous

    รบกวนขอ link ซื้อหนังสือ Suddenly Talented หน่อยได้ไหมครับ …ค้น google ไม่พบเลย

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      มันค่อนข้างเก่าแล้วครับ 2009 แนะนำเล่ม How to be better at almost everything ดีกว่าครับของ Pat Flynn

  36. Narongvit Thipjoy Avatar
    Narongvit Thipjoy

    ขอบคุณที่แบ่งปันพลังงานดีๆ และความรู้ดีๆ ให้แกกันเสมอ ครับแอด

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณที่ติดตามเช่นกันนะค้าบ

  37.  Avatar
    Anonymous

    เป็นบทความที่ยาวมากๆ(นับจากการไถจอมือถือเกิน3ครั้ง)บทความแรกของปีนี้ที่อ่านจนจบครับ ขอบคุณมากๆเลย

  38.  Avatar
    Anonymous

    สุดครับแอด เห็นด้วยหมดเลย แต่เวลาวิ่งพี่คิปน่าจะผิด 5555

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ฮ่า ขอบคุณครับ แก้ไขแล้วครับ 2:01:09

  39. Jane Sresuwan Avatar
    Jane Sresuwan

    ขอบคุณมาก ๆนะคะ และขอบคุณพี่ชายที่แชร์บทความนี้มาด้วยค่ะ

  40.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณสำหรับบทความค่ะ ดีมากจริงๆ

  41.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณสำหรับบทความนี้ครับ เป็นบทความที่ดีมาก ในทุกๆ ด้าน ของการเขียน

  42.  Avatar
    Anonymous

    ปกติอ่านของแอดทอยอยู่แล้ว แต่อันนี้ดีมาก มาถูกช่วงเวลา มาเติม energy ที่หมดพอดี ขอบคุณครับ

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณที่ติดตามนะคร้าบ

  43. meenoydev Avatar
    meenoydev

    โชคดีที่ได้อ่านบทความนี้ ไฟลุกเลยครับ !!!

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆครับคุณ meenoy ไฟมาแล้ว

  44.  Avatar
    Anonymous

    เขียนดีมากครับ ยาวแต่น่าสนใจ เนื้อหาแน่นแต่กระชับ อ่านรวดเดียวจบเลย ขอคารวะ

  45.  Avatar
    Anonymous

    อ่านจบ Energy มาเลย 🔥ไฟลุกโชน กำลังฝึกวินัยในการเขียนบทความอยู่เหมือนกันค่ะ ขอบคุณสำหรับบทนความที่ยิ่งอ่าน ยิ่งต้องอ่านให้จบ นะคะ

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      มาฝึกเขียนด้วยกันนะครับ ✌️

  46.  Avatar
    Anonymous

    แค่อาจบทความนี้ที่พี่ทอยเขียนก็รู้สึกสร้าง impact ต่อคนๆนึง แบบผมมากแล้วครับ 🙂
    ขอบคุณนะครับ

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆครับ มีไฟเขียวต่อเรื่อยๆเลย 🤟

  47. Jirat Itt Thanatchaiwat Avatar
    Jirat Itt Thanatchaiwat

    เพลินมากครับ อ่านรวดเดียวจบเลย
    จะเอาไปฝึกดูเลยครับ ขอบคุณน้องทอยมากๆครับ

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆครับคุณ Jirat 🤟

  48.  Avatar
    Anonymous

    อ่านเพลินจนลืมทำงานเลยครับ เขียนดีมากเลยครับ

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆเลยครับ ✌️🤟

  49.  Avatar
    Anonymous

    พี่ทอยยยย น้ำตาซึมเลย แงงง โดดเรียนไปเป็นปีๆ ปีนี้จะกลับมาตั้งใจเรียนอีกครั้งค่ะ
    อ่านจบละไฟมา !!

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      กลับมาเรียนนนนนนนนน

  50.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณที่ทำให้อ่านหนังสือเกิน 8 บรรทัดนะคะ ตั้งใจอ่านมากๆ เลยค่ะ😊

  51.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากครับ เนื้อหาดีมากๆ

    1.  Avatar
      Anonymous

      ขอบคุณมากนะคะ

    2.  Avatar
      Anonymous

      ผมชอบคำว่า ความรู้ที่ดีไม่จำเป็นต้องแพง ปัจจุบันการจะได้มาซึ่งความรู้บางสิ่งบางอย่างหลายๆครั้งต้องแลกมาด้วยเงินจำนวนมาก บางคนนำเงินเก็บมาซื้อคอร์สเรียนแพงๆ เพื่อหวังว่าชีวิตจะดีขึ้นทำเงินได้มากขึ้น ประสบความสำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง ก็แล้วแต่ละบุคคลไป ประเทศเราถึงเต็มไปด้วยโค้ช รู้จริงบ้างไม่จริงบ้าง มาสอนกันเกลื่อนกลาด ผมพึ่งเข้ามาใน community นี้เพียงสัปดาห์เดียว ทำให้ผมรู้ว่าความรู้ดีๆบางทีไม่ต้องเสียเงินแพงๆ เพียงแต่ต้องเลือกให้ดีแค่นั้นเอง
      สุดท้ายนี้ ขอบคุณมากนะครับ

  52. Krai Avatar
    Krai

    ขอบคุณครับแอดดด สนุกมากเลยครับบ
    มี ref ตรงไหนที่แอดอยากแนะนำให้อ่านเกี่ยวกับเรื่อง critical skill ไหมนะครับบ

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      แอดชอบเล่ม Think Like A Freak ลองดูได้นะค้าบ

      1.  Avatar
        Anonymous

        ขอบคุณครับแอดดด

  53.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณสำหรับบทความที่ดีมากๆ 2024 เลยครับ

  54.  Avatar
    Anonymous

    ชอบมากเลยค่ะ แบ่งเป็นพาร์ททำให้ย่อยง่าย คิดว่าอยากกลับมาอ่านซ้ำเรื่อยๆอีก ขอบคุณที่เขียนบทความดีๆขนาดนี้นะคะ รอติดตามบทความถัดไปค่ะ 😊

  55.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมาก ๆ นะคะ เป็นบทความที่ดีมาก ๆ ชอบมาก ๆ ค่ะ

  56.  Avatar
    Anonymous

    บทความดีมาก เขียนได้น่าติดตามและเข้าใจง่าย ขอบคุณค่ะ

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆเลยคร้าบ 🙏

  57. Peera Avatar
    Peera

    ขอบคุณครับ

  58.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณที่ทำให้คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ สามารถอ่านบทความได้เกิน 8 บรรทัดนะคะ กราบค่ะ🙏🏻

  59.  Avatar
    Anonymous

    บทความยาว แต่อ่านเพลินมาก ๆ ค่ะ
    ชอบที่เปรียบเทียบเรื่อง Confidence กับ form ของนักกีฬา เห็นภาพชัดมาก

  60.  Avatar
    Anonymous

    อ่านตั้งแต่วันอังคาร เพิ่งแอ่านจบวันนี้ค่ะ
    social media ทำให้ skill การอ่านลดลงจริงๆ ค่ะ
    หลุดโฟกัสตลอด บทความดีมากค่ะแอด ต้องกลับมารื้อฟื้นการอ่านใหม่แล้ว

  61.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากๆค่ะแอดทอย ได้ไอเดียเอาไปคิดต่อยอดเยอะมากเลยค่ะ

    1.  Avatar
      Anonymous

      ชอบค่ะ สนุกมากกกกกก จากที่รู้สึกหมดไฟกับบางอย่าง ตอนนี้ไฟกลับมาลุกโชน 🔥🔥🔥🔥🔥

      1. Kasidis Satangmongkol Avatar

        ลุยครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเว็บเราเช่นกันนะคร้าบ 🤟🤟

  62.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณค่ะ แอดสรุปได้อ่านง่าย ทั้งการเรียบเรียงและภาษาที่ใช้เลย

  63.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณครับ อ่านเพลินมากครับ แอบอันตรายเหมือนกันน่ะครับ Doable Greatness ถ้าเขาเข้าใจผิดว่าเรา expert ด้านนั้นแล้วไปทำจริงๆ แล้วเราไม่ได้ expert นี้น่าจะงานหนักเลยครับ

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ทั้งหมดเป็น perception หมดเลยครับ หน้าที่เราคือเปลี่ยน perception เป็น reality

      การเรียนรู้คือหน้าที่ตลอดชีวิตครับ learning is a journey

  64. Ruchida Avatar
    Ruchida

    วันนี้มาอ่านซ้ำอีกรอบ เนื้อหาอ่านแล้ว energy มาเลยค่ะ ดีมากๆ ตอนนี้ปรับตารางเวลาแล้วก็มีไฟอ่านหนังสือ กับกลับมาเขียนขึ้นมากๆ จะพยายามทำให้ต่อเนื่องค่ะ บุ๊คมาร์คไว้อ่านอีกตอนหมดไฟเลย

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ลุยคร้าบคุณ Ruchida ♥️🤟

  65. keraych27 Avatar
    keraych27

    ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

  66. Pam Avatar
    Pam

    ขอบคุณแอดทอยมากๆ ที่มาแชร์แนวทางและความรู้ต่างๆ ในแต่ละประเด็น มีประโยชน์มากๆค่ะ และยังคอยย้ำเตือนให้เห็นความสำคัญของสิ่งที่ทำเป็นประจำ ถึงแม้จะใช้เวลาน้อยต่อวัน แต่ถ้ามีความต่อเนื่องก็จะส่งผลลัพท์อย่างมหาศาล รวมถึงการสะสมสกิลหลายๆอย่าง ถึงแม้จะไม่ได้ถึงขั้น expert แต่ถ้ารวมๆหลายๆสกิลในคนๆนึงเข้าด้วยกันก็ทำให้คนอื่นมี perception ไปถึงอีกขั้นได้ และสุดท้ายยังโยงไปถึงเมื่อเราจัดการ task ได้ดีขึ้นเราก็ใช้เวลาลดลง ความเครียดลดลง
    ขอบคุณแอดทอยมากนะคะ ที่เป็นแรงบันดาลใจ และก่อตั้ง learning community นี้ขึ้นมา เป็นกำลังใจให้เขียนบทความดีดีต่อไปค่ะ
    ขออภัยที่เขียนยาวมากค่า ชอบทุกบทความ ติดตามมาตลอดแต่ไม่ค่อยได้คอมเม้น😅

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆเลยครับคุณ Pam 🙏 มีกำลังใจเขียนต่อเลยคร้าบ

  67.  Avatar
    Anonymous

    ชอบบทความนี้มากครับพี่ทอย
    อ่านแล้วทำให้อยาก output สิ่งที่เรียนมาโดยการ Writing เลยครับ แต่ไม่มั่นใจสกิลเขียนตัวเองมาก ๆ

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      เริ่มเลยครับ ทุกคนต้องมี day one อยู่แล้ว เขียนเรื่องที่เราสนใจ เขียนบ่อยๆ เดี๋ยวจะหา voice ของตัวเองเจอ สู้ๆครับ

  68. iamboat Avatar
    iamboat

    อ่านเพลินมากค่ะแอด ตอนนี้ไฟลุกโชนนนน 💪🏻💪🏻💪🏻🔥🔥🔥
    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ 😊🫶🏻

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณครับคุณ boat รออ่านบทความต่อไปได้เลยค้าบ

  69.  Avatar
    Anonymous

    อ่านเพลินมากเลยค่ะ ยิ่งมีรูปการ์ตูนคุณ Sean D’Souza ยิ่งเพลินเลยค่ะ อ่านแล้วทำให้กลับมาถามตัวเองว่า why ลงเรียนกับแอดแล้วเรียนไม่ครบทุกบทสักที หาข้ออ้างให้ตัวเองตลอด แต่ bootcamp รุ่น 10 มาพอดี ไปลงอีกรอบดีกว่า 5555 รอบนี้ต้องทำให้ได้ เรียนให้ครบ !!!
    ขอบคุณมากค่ะแอด energy มาเลยยยยย

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      กราบบบ ไว้เจอกันรุ่น 10 นะครับ แต่จริงๆรุ่น 9 เราต่อเวลาถึงเมษาแล้ว ยังไงรอสู้ดูก่อนน๊า

  70.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณแอดสำหรับเนื้อหา ที่สรุปได้เข้าใจง่ายสุดๆ ไปเลยค่ะ อ่านได้อ่านดี อ่านต่ออ่านได้อีกก 😁😁 #แอดทอยผู้เปิดโลก_การอ่านไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออย่างที่คิด

  71. Ohm Avatar
    Ohm

    อ่านจบ ได้ทั้ง energy,confidence & skill ที่จะนำไปต่อยอดได้ทันที ขอบคุณสำหรับบทความที่ดีที่สุดที่ได้อ่านในปีนี้ครับ🙏🙏🙏🍅🍅🍅

  72.  Avatar
    Anonymous

    อ่านทุกบรรทัดเลย สนุกมากค่ะ

  73.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากๆ ไม่เหมือนอ่านบทความเหมือนแอดมายืนเล่าให้ฟัง มีจังหวะ มีโทนเสียง มีการเน้น มีสรุป เรียกสติ ปลุกไฟลุก ชื่นชมและติดตามต่อไปในทุกช่องทางนะครับ

  74.  Avatar
    Anonymous

    บทความนี้ ใครพลาดอ่าน บอกเลยเสียดาย
    เราเสียดายที่อดไปฟังตอนแอดพูดสดๆ ในงาน
    ถ้าวันนี้ T shaped or Y shaped ไม่ตอบโจทย์แล้ว เราจะพัฒนาตัวเองอย่างไรให้เก่งปุปปั๊บ Suddenly Talented อ่าน ปุบปับเก่งเลย
    Energy > Confidence > Skill (ESC)
    พลังงาน ความมั่นใจ และทักษะ มันต้องเรียงแบบนี้นะ ห้ามสลับ
    แสดงว่า ทักษะมันจะมาทีหลังพลังงาน และถ้าไม่มีพลัง เราก็ขาดความมั่นใจ และ จะมีทักษะได้อย่างไร แต่ทุกวันนี้เราจะไปเอาทักษะ ด้วยไม่มีพลัง และไม่มันใจ มันเป็นไปไม่ได้เลยยยยย 555555
    Energy –> พลังงาน
    มาจากการพักผ่อน กิน นอน ให้เพียงพอ
    Energy คือ metric ที่สำคัญที่สุดในชีวิต ถ้ามีพลังงาน เราก็สามารถที่จะทำกิจกรรมต่างๆได้ ถ้าเมื่อไหร่ energy เป็นศูนย์ นึกภาพตัวเรานอนเป็นผักทันที 555+
    การใช้ Energy คือ ทำยังไงก็ได้ ให้เรากลับมาเรียนได้เรื่อยๆ เรียนได้ทุกวัน ไม่เยอะไม่น้อยจนเกินไป คือก้าวแรกสู่การเป็น Suddenly Talented อย่างแท้จริง++
    Confidence —> “ความมั่นใจ”
    There is no skill without confidence
    ถ้าเรียกความมั่นใจกลับมาได้เมื่อไหร่ ทุกอย่างก็กลับมาปกติได้แบบงงๆ
    Confidence precedes skill by a lot
    Mindset คือชุดความคิด ความเชื่อ และสมมติฐาน ที่เราใช้สร้างตัวเราและโลกขึ้นมา เป็นตัวกำหนดสิ่งที่เราทำได้ ทำไม่ได้ และอะไรที่เป็นไปได้ what’s possible
    ถ้าเราคิดว่าทำได้ เราก็ทำได้ ถ้าเราคิดว่าทำไม่ได้ เราก็ทำไม่ได้ ทั้งสองความคิดเป็นจริงทั้งคู่ อยู่ที่เราเลือกมี mindset แบบไหน เฉียบ
    The safe zone is a simple and easily the most effective way to create confidence in a person
    Skill (ทักษะ)
    แอดสรุปได้เป็น 3 ข้อหลักๆ
    – Skill คือการที่เราทำงานหนึ่งๆได้โดยไม่ต้องใช้สมองคิดเยอะ
    – Skill คือการทำงานเสร็จได้เร็วขึ้น และมีความแม่นยำ ถูกต้อง หรือพูดอีกแบบ ทักษะคือความสามารถในการ errors ให้น้อยลงเรื่อยๆ
    – Skill คือการที่เราสามารถทำอะไรสักอย่างที่คนอื่นทำไม่ได้ (แบบชั่วคราว)
    Comparison trap คือกับดักที่ทำให้เราเสีย confidence (self-doubt) และไม่สามารถพัฒนา skill ใหม่ๆได้
    หยุดเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่นแล้ว focus ที่ตัวเองเป็นหลัก เป้าหมายคือการเก่งขึ้นทุกวัน มุ่งหน้าสู่ Doable Greatness เทียบตัวเองวันนี้ กับตัวเราเองเมื่อวานก็พอแล้ว

    ปล. อ่านจบ เราก็เก่งขึ้นปั๊บ อีกหนึ่งระดับหลละเพราะบทความยาว แต่แอดทอยสรุปมาให้แล้ว ง่ายแบบนี้ไม่อ่านได้ไงเนอะ😆😆

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆคร้าบคุณ Mio

  75. Bunyanit Avatar
    Bunyanit

    Greatest article in the quarter 1 2024 that I’ve ever read. 🙂

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      Thank you very much kub K.Bunyanit

  76.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากค่ะ
    ยาวแต่อยากอ่านไปเรื่อยเรื่อย
    อ้าวจบแล้วหรา
    ชอบค่ะ

  77.  Avatar
    Anonymous

    ชอบครับ ได้ข้อคิดดีๆหลายเรื่องเลย

  78.  Avatar
    Anonymous

    เนื้อหาเป็นประโยชน์มากจริงๆ ค่ะ + เขียนเล่าสนุกเหมือนเคย ยาวแค่ไหนก็อ่านจบแบบไม่ข้าม 555 ขอบคุณค่ะ

  79.  Avatar
    Anonymous

    ของโคตรดี สูดหนึ่งที จบบทความซะแล้ว // อ่านเพลินมากครับแอดทอย

  80.  Avatar
    Anonymous

    บทความเพื่อปลุกไฟในตัว 🔥🔥🔥

  81. Haruuuuuuuuu Avatar
    Haruuuuuuuuu

    ขอบคุณแอดทอยนะคะ บทความนี้ดีมากๆ ทำให้เราอยากพัฒนาตัวเองให้มากขึ้น มีแนวทางว่าเราควรทำอะไรบ้าง จัดการเวลาให้ดีขึ้น เล่น social media น้อยลง ขยันเรียน ฝึก และอ่านหนังสือมากขึ้น แล้วก็จะฝึกเขียนบ้างนะคะ รู้สึกโชคดีมากที่ได้มาอ่าน ขอบคุณค๊าบ

  82.  Avatar
    Anonymous

    Good write !

  83. nat Avatar
    nat

    เป็นงานเขียนที่ดีมากๆเลยครับ ขอบคุณมากครับ

  84.  Avatar
    Anonymous

    เป็นบทความที่ส่งต่อพลังงานดีๆให้ผู้อ่านได้มากจริงๆค่ะ

  85. PREEYA Avatar
    PREEYA

    ดีมากๆเลยค่ะ แอด ยกให้เป็นบทความที่ดีที่สุดของปีนี้เลย (เพราะอ่านแค่บทเดียว เอ้ยยย ยั๊งงงง 555555)
    ชอบมากๆค่า 💕

  86. Jinnypcn Avatar
    Jinnypcn

    ขอบคุณแอดทอย สำหรับบทความดีๆเสมอมาเลยค่า ติดตามและเป็นกำลังใจให้ตลอดนะคะ หวังว่าจะได้เจอกันอีกครั้งปลายปีนี้ค่ะ💗

  87. Bell Avatar
    Bell

    แอดพี่ทอยเขียนดีมากๆ เลยค่า มีกำลังใจในการเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ เพิ่มขึ้นไปอีก

  88. happysandy Avatar
    happysandy

    layoutดี เนื้อหาดี flowดี
    ทำให้แม้ยาวแต่น่าติดตามอ่านจนจบค่ะ

  89.  Avatar
    Anonymous

    บทความดีมากๆ อ่านแล้วมีกำลังใจขึ้นมาก หลังจาก burnout กับการทำงานมาพักใหญ่แล้ว อยากวิ่งหนีออกจากออฟฟิศวันละหลายครั้ง บทความนี้ทำให้รู้สึกชีวิตมีความหมายอีกครั้ง ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ

  90.  Avatar
    Anonymous

    เขียนสนุกมากเลย เป็นไอดอลด้านการเขียนของเราเลย

  91.  Avatar
    Anonymous

    อ่านแล้วมองตนเองตอนนี้ทำให้รู้ตัวเองว่า ที่รู้สึก Burnout จากงาน สิ่งที่ทำหล่นหายไปตอนนี้คือ Confidence และ energy ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนี้ครับ

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆครับ energy สำคัญสุดเลย ลองหาอะไรทำที่ให้เรามี energy เพิ่มขึ้น ช่วยได้เยอะเลยครับ 💯

  92.  Avatar
    Anonymous

    อ่านจบพร้อมจดโน๊ตไปด้วย ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ เขียนสนุกอ่านเพลิน
    energy มาทันที 🙂

  93. peera.s Avatar
    peera.s

    ขอบคุณครับแอด อ่านเพลินมากครับ

  94.  Avatar
    Anonymous

    อ่านจบแล้วต้องรีบเขียน Comment เลยค่ะ ตั้งแต่บรรทัดแรกจนถึงบรรทัดสุดท้าย เห็นถึงความตั้งใจที่ถ่ายทอดสิ่งดีๆ ผ่านตัวหนังสือ ตั้งใจอ่านมาก เป็นบทความที่ดีมากๆๆ ค่ะ ขอบคุณที่ช่วยเติมไฟที่มอดให้กลับมาอีกครั้ง บทความต่อไปคืออะไร?? มาแล้วยั้งง รอติดตามนะคะ^^

  95.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากค่ะ บทความดีมากๆ Energy มาเลย

  96.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณกับความรู้ดีๆครับ แอดทอยเป็นหนึ่งในคนที่ทำให้ผมอยากฝึกฝนการอ่านและพัฒนาตัวเองครับ บทความยาวมากสำหรับคนที่อ่านหนังสือน้อยอย่างผม แต่ผมอ่านจนจบ พอจบแล้วได้ความรู้ รู้เลยว่าการอ่านเป็นสิ่งที่ดี ขอบคุณครับ

  97.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆมากเลยครับ

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆคร้าบ 🤟💯

  98.  Avatar
    Anonymous

    โคตรใช่ครับ ผมเพิ่งมาตกผลึกกับตัวเองและยิ่งอ่านบทความนี้ ยิ่งตอกย้ำความคิดตัวเองเลย maintain energy ยังไงให้เราสามารถ keep going ไปได้ตลอดไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เรื่องการเรียนรู้ของตัวเอง เพราะปีนี้ยังไม่ทันจบปีพลังหมดแล้ว ไม่อยากเรียนรู้อะไร ไม่อยากหยิบอะไรมาอ่านแล้ว ทั้งที่มี commitment กับตัวเอง ยั๊งๆๆๆ (555+ ขอ copy นะครับ) จะรีบหาทาง balance energy กลับมาครับ

    ขอบคุณสำหรับบทความที่ดีๆมากๆครับ

  99. วัยแก่ Avatar
    วัยแก่

    สำคัญ คือ energy จริงๆ ครับ จะบริหารยังไงให้มันอยู่กับเราไปได้ตลอด เพราะมันเป็นตัวบอกว่าเราจะเรียนรู้ไปได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ passion is bullshit thing

    ขอบคุณมากๆเลยครับสำหรับบทความนี้

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆครับ 🙏💯

  100.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณครับ เขียนดีมากๆครับ รออ่านหนังสือพี่ทอยอยู่นะครับ 5555

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      กราบบบ รอติดตามได้เลยคร้าบ

  101.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากค่ะ อ่านเพลิน เนื้อหาสนุก เข้าใจง่าย เชื่อมโยงเรื่องได้ลงตัว มองเห็นภาพชัดค่ะ ทำให้รู้ว่าตัวเองมี energy แต่ขาด confidence นั่นเอง ต้องฝึกเยอะๆ .^^

  102.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณบทความแอดทอยอันนี้มากๆ เป็นบทความคุณภาพที่มีประโยชน์ที่สุดตั้งแต่ตามอ่านมาจากหลายๆ ที่ของปีนี้เลย อ่านแล้วนอกจากจะได้ความรู้ ยังได้กำลังใจและรู้สึกได้ถึงพลัง energy ที่แอดทอยใส่ตอนเขียนเลย ตอนนี้ได้พลังได้ energy จากแอดละ ขอตัวไปหาหนังสือมาอ่านตามแอดก่อนนะคะ 💚

  103.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากๆ ครับ

  104.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากค่ะ อ่านทุกตังอักษรเลย❤️

  105.  Avatar
    Anonymous

    อ่านบทความนี้แล้วเกิด Confidence และ energy เลยค่ะ มีกำลังใจไปฝึก skill แล้วววว

  106.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากครับ

  107.  Avatar
    Anonymous

    อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ บทความของแอดสุดยอดมากเลยค่ะ ขอบคุณที่เขียนออกมานะคะ

  108.  Avatar
    Anonymous

    สนุกมากค่ะ เผลอมาอ่านตอนตี 4 จะเช้าแล้วยังไม่ได้นอน
    นานแล้วที่ไม่ได้อ่านแล้ววางไม่ลงแบบนี้

  109.  Avatar
    Anonymous

    สนุกมากกก แอบได้ลิสหนังสือดีๆไปตามหลายเล่มเลย
    อ่านไปอ่านมา Binge เฉย ตอนแรกนึกว่าจะมีเป็นวีดีโอให้ดูอย่างเดียว

    พอมีวิธีการให้เข้าถึงเนื้อหา ทั้งวิดีโอ บทความและประสบการณ์ตรงของแอดให้อ่าน แล้วยังมีลิงก์ไปให้อ่านบทความนั้นๆอีก

    ขอยาดเข้าด้อมด้วยคนนึงนะค้าา จะคอยติดตามผลงานต่อไป ขอบคุณที่แชร์ความรู้ดีๆตาม Why ของ Datarockie XD

  110.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากครับ สรุปหนังสือหลายๆเล่ม มาในบทความเดียว

  111. 9effort Avatar
    9effort

    ดีใจที่เปิดยูทูปไปเจอ ดีใจที่ตามไปดูเพจ facebook ดีใจที่ได้อ่านบทความนี้ ขอบคุณสำหรับความรู้ และ Energy ที่ดีมากๆเลยครับ

  112. BS Avatar
    BS

    ชอบค่าาาา อ่านเพลินเหมือนเดิม

    “There is no skill without confidence.“

    ปย. นี้ทัชใจมาก…..

  113.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ อ่านแล้วเหมือนได้เติมไฟ

  114.  Avatar
    Anonymous

    บทความดีมาก น่าจับแต่ละหัวข้อไปสึกษาเพิ่มเต็มเลยยยย
    ผมได้ลองเจขียนที่ lemons ละ แต่ขาดความต่อเนื่องไป ไว้มาลองลุยใหม่ครับ

  115.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากค่ะ เป็นประโยชน์มากเลย 🙂

  116.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณค่ะ กำลังอยู่ในจุด loss อยู่พอดี อ่านแล้วมีแรงฮึบขึ้น รู้ว่าตัวเองต้องปรับ mindset หลักๆน่าจะเครียดจากการที่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น แล้วทำให้ช่วงนี้หลุด โฟกัสอะไรไม่ค่อยได้เลย ชอบที่บอกว่าเอาเราไปเปรียบเทียบตัวเองของเมื่อวานก็พอแล้ว ฮือ ทัชใจ

  117.  Avatar
    Anonymous

    ปกติเป็นคนอ่านบทความยาวๆ ไม่เคยจบ อ่านข้ามบ้าง หยุดอ่านกลางคันบ้าง แต่บทความนี้ต้องให้เค้าเลยจริงๆ อ่านจนจบทุกตัวอักษร พยายามทำความเข้าใจแต่ละส่วน ขอบคุณแอดทอยมากๆ ที่แบ่งปันความรู้ดีๆ ค่ะ

  118.  Avatar
    Anonymous

    good content krub

  119.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณ แอด สำหรับบทความดีๆ ชิ้นนี้ สั้น กระชับ เข้าใจง่าย น่าติดตาม จนต้องอ่านให้จบก่อนนอน ได้หลายเทคนิคนำไปพัฒนาต่อสำหรับการเป็น “Suddenly talented” เช่น ECS สร้างวินัย โฟกัส ปล่อยวางการเปรียบเทียบ อื่น ๆ (ก่อนหน้า มองว่า Suddenly talented ทำได้ด้วยรือ ???)….. จะติดตาม บทความของแอด ตลอดนะ ขอบคุณทุกความตั้งใจดีๆๆๆและการแบ่งปันค่า ….. สัมผัสถึง energy and passion ของแอดนะ

  120.  Avatar
    Anonymous

    ชอบมาก ๆ ครับ ทำอีกเยอะ ๆ นะครับ

  121.  Avatar
    Anonymous

    โหห บทความนี้ดีมากเลยค่ะ อ่านเพลินสุดๆ เพิ่งเข้ามารู้จักและติดตามแอดได้ไม่นาน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ

  122.  Avatar
    Anonymous

    บทความดีมากๆ สุดยอดไปเลยค่ะ

  123. pat Avatar
    pat

    บทความดีมากเลยครับ อ่านเพลินเลย

  124.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณพี่แอดทอยที่เขียนบทความนี้ขึ้นมาครับ มันทำให้ผมเห็นกลับมาเห็นคุณค่าของตัวเอง มีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น และเชื่อว่าทุกอย่างสามารถดีขึ้นได้

  125. Sutthimon Gift Ounnapiruk Avatar
    Sutthimon Gift Ounnapiruk

    รู้สึกดีใจมากที่ได้อ่านบทความนี้ของพี่ทอยค่ะ ทำให้มีไฟอยากกลับมาเขียน Blog ส่วนตัวอีกครั้ง เมื่อ 10 ปีที่แล้วคึกที่จะทำ Blog ส่วนตัวมาก จนมาช่วงหลังที่เทรนด์ Short VDO เข้ามาจนไม่ได้เขียน Blog บ่อย ๆ อีกแล้ว แต่ก็ยังต่อ Domain ชื่อ .com ของตัวเองอยู่นะคะ ขอบคุณพี่ทอยที่พูดถึงความสำคัญของงานเขียนตั้งแต่ Meet up Data จนได้มาอ่าน Blog นี้ค่ะ

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆนะครับน้อง Gift 💯

  126.  Avatar
    Anonymous

    ดีมากขอบคุณมากครับ

  127.  Avatar
    Anonymous

    👍👍👍

  128.  Avatar
    Anonymous

    อ่านไปหัวเราะไปค่ะแอด #iloveenergy

  129. Phisith Tanaphaisansakul Avatar
    Phisith Tanaphaisansakul

    ชอบแหละ อ่านจนจบ ได้ไฟกลับไปอีก น่าจะต้องมาอ่านซ้ำ ช้าๆ จะได้ซึมซับไปได้เยอะๆ ขอบคุณที่เขียน long form essay ที่ดีให้อ่านครับ

  130. loxylac Avatar
    loxylac

    Short-Read-Pain(tiktok).. Long-Read-Gain(Suddenly-talented)..! Thank you for the best story ka!!

  131.  Avatar
    Anonymous

    อ่านจบก่อนที่จะสิ้นปี 2024
    เปรียบเสมือนได้ inspiration ชั้นดี ให้เตรียมตัวก่อนก้าวเข้าสู่ 2025

    ขอบคุณแอดทอย และ HNY2025 ครับผม

  132.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณแอดทอย มากๆ เลยครับ ได้ทั้งแรงบันดาลใจ และความรู้

  133.  Avatar
    Anonymous

    ดีมากๆ เลยคับ energy energy ขอบคุณสำหรับ บทความดีๆ ครับ

  134.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากค่ะ

  135.  Avatar
    Anonymous

    very gooooood เย้ๆ

  136.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ

  137.  Avatar
    Anonymous

    ดีมากๆครับ

  138. Wasukan Jaranane Avatar
    Wasukan Jaranane

    ขอบคุณครับ

  139. Eve Avatar
    Eve

    อ่านตั้งแต่ต้นจนจบไม่ข้ามสักคำเลยค่า ติดตามแอดทอยเอบสมอค่ะ คุณที่เขียนบทความดีๆออกมาตลอดนะคะ

  140.  Avatar
    Anonymous

    อ่านแล้วได้พลังงานในการฝึกเขียนเลยครับ

  141. Tor Avatar
    Tor

    “ไม่ใช่แค่โอกาสในชีวิตเราเท่านั้น แต่รวมถึงโอกาสในชีวิตของผู้ที่ได้อ่านงานเขียนของเราด้วย”
    แค่ประโยคนี้ ก็ enjoy life ไม่พูดเยอะ ขอบคุมากครับ (จบ OPB มะคืน) มาต่อ Suddenly Talented

  142.  Avatar
    Anonymous

    หนึ่งในบทความที่ดีที่สุด
    และควรค่าแก่การอ่าน
    ขอบคุณแอดมากครับ

  143.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณแอดทอยมากๆ มาอ่านบทความจากคอร์ส Writing ไฟลุกสุดๆ เขียนสนุกมากๆ แอดเป็น idol ในการเขียนและการเรียนรู้เลยครับบ ได้ไฟในการส่งอิทธิพลบวกๆ ให้สังคมด้วย writing skill สามารถเปลี่ยนชีวิตของเราและคนอื่นๆ ได้เลยอะ

  144.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณแอดทอยมาก ๆ สำหรับการสละเวลา 20+10 ชั่วโมงในการ Distill บทความดี ๆ มาให้คนอ่านน้อยแต่อ่านนะอย่างทรายได้มาอ่าน บทความนี้น่าจะเป็นการอ่านที่ใช้ความตั้งใจอ่านอย่างที่สุดในรอบหลายปีตั้งแต่เรียนจบมหาลัยเลยค่ะ ทุกอย่างในบทความเป็นเรื่องจริงไม่เถียงสักคำเลยค่ะ //ขอบคุณอีกครั้ง และขอเป็นกำลังใจให้แอดทอยได้เขียนบทความต่อไปค่ะ 🐸🍌🧢

  145.  Avatar
    Anonymous

    ดีมากเลยครับ

  146. Nitcha Avatar
    Nitcha

    ขอบคุณที่แชร์ค่ะ จะบอกว่าเปืดสลับระหว่าง google translate สลับกับหน้าบทเรียนบ่อยเลย รวมถึง จดโน๊ตชื่อหนังสือน่าตามอ่านเพียบเลยค่ะ แต่บางเล่มไม่มีแปลไทย น่าจะต้องไปฝึกเรียนภาษาก่อนเลยค่ะ ฮาาา เป็นการจุดประกายไฟในการเรียนหลายๆ เรื่องที่เราดองมันไว้เลยค่ะ

  147.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากครับ อ่านจบแล้ว อีก 30 วัน หันมามอง จะยิ่งขอบคุณทั้งแอดทอยทีลงทุนเวลาเขียนบทความนี้ และตัวเองที่อ่านจบ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอนครับ

  148.  Avatar
    Anonymous

    อ่านจบแล้วว ขอบคุณแอดมากเลยที่เขียนบทความดีๆแบบนี้ กระตุ้นคนอ่านอย่างเรามาก
    แล้วจะติดตามอ่านบทความอื่นๆต่อไปฮะ

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆที่แวะมาอ่านบทความเรานะครับ

  149.  Avatar
    Anonymous

    อ่านจบแล้ว ยาวเหมือนกันนะนี่ ขอบคุณที่เสียสละเวลามาเขียนนะคะ รู้สึก inspired มาก ๆ จะคอยติดตามเป็นประจำค่ะ

  150.  Avatar
    Anonymous

    อ่านจบแล้ววว…เย้ ๆ ๆ อ่านไป ฮึดไป อยากเก่งปุ๊บปั๊บขึ้นมาเลย เขียนได้สนุก สรุปได้สุดยอดมากคะ

  151. Krit A Avatar
    Krit A

    อ่านจบ 10 นาทีไม่มีจริง 😂 สงสัยแอดไม่ได้เขียนเกินแค่เขียนแถมมานิดหน่อย 5555+ ขอบคุณมากๆครับ มีประโยชน์มฝให้ไปปรับใช้กับชีวิตได้มากๆเลยครับ 🙂

  152. Oat Krit Arun. Avatar
    Oat Krit Arun.

    10 นาทีอ่านจบไม่มีจริง 😵 สงสัยแอดทอยไม่ได้เขียนเกินแต่เขียนแถมมา 5555555 ขอบคุณมากๆครับเป็นประโยชน์มากๆ จะเอาไปใช้กับชีวิตตัวเองครับ

  153.  Avatar
    Anonymous

    ยาวจัดดดดดด แต่อ่านจบบบบบบบ
    1) Energy —-> Confidence —> Skill
    2) เปลี่ยน dead-time เป็น learning-time
    ขอบคุณบทความดีๆครับแอดทอย

  154.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากนะคะ สำหรับบทความที่ดีมากๆ ขนาดนี้ และบทความอื่นด้วย ปลดล็อกปมความสับสนในความคิดได้ทีละเปราะ สติมาปัญญาเกิดเลยพออ่านจบ แชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยแล้ว

  155.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ

  156.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากครับ มีประโยชน์อีกแล้ว
    ได้เอาไปคิด+ทำอะไรต่อ
    ใช้เวลาอ่านนาน (แต่เพลินมากนะครับ) ใช้เวลาเขียนน่าจะนานกว่าอีก (ทักษะการคิดเพื่อถ่ายทอดออกมาเป็นการเขียนของพี่ก็ผ่านการฝึกมานานแน่ๆ)

  157.  Avatar
    Anonymous

    อ่านสนุกมากครับส่งต่อให้เพื่อนๆ ด้วยดีมากครับ

  158.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ ไม่ได้อ่านอะไรยาวๆ จนจบแบบนี้มานานแล้ว รู้สึกว่าตัวเองมีสมาธิน้อยลงและใช้เวลากับ social media มากเกินไปจริงๆ คงต้องกลับมาพัฒนาทักษะตามบทความนี้บ้างแล้วค่ะ

  159. Siwakorn Avatar

    ขอบคุณนะคับพี่ทอย This is the time. Dont stop until you’re proud.🙌🏻

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆนะคร้าบคุณ Siwakorn 🫶

  160.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากๆ สำหรับบทความ ได้ความรู้เพียบ ระหว่างอ่านก็เกิดคำถามกับตัวเองมากมาย และที่แน่ๆ เรายังบริหารเวลาได้ย่ำแย่มาก มี Dead time to much and I want to change it to Learning time, for sure.

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆเลยนะคร้าบ

  161.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณครับพี่ทอย ผมไปอยู่ไหนมา เพิ่งได้อ่าน ฮ่าๆๆ

  162.  Avatar
    Anonymous

    ตามมาอ่านจากงาน “The Brain Audit 2025″ (ปีกว่า…เพิ่งมาอ่านนนนน เด๋วววววววว)
    ทำไมเพิ่งได้อ่าน เข้าใจว่า AdToy in กับความเป็น ‘เป็ดโปร’ มาก ๆ

    แต่ไม่คิดว่ามากขนาดนี้ ปกตินิยามตัวเองว่าเป็นเป็ด ชอบเรียนรู้หลายอย่าง แต่พอจะ earn more เข้าใจแล้วว่าเราไม่ได้ a lost of form แต่ว่าเราอาจจะ a lost of confidence เพราะเรามี skills แน่ ๆ energy พอมี แต่มันยังไม่ strong why มากพอ

    อ่านแล้ว ยิ่งเข้าใจ The Brain Audit มากขึ้น เหมือนเรื่อง the suddenly talent เป็นภาคต่อของ The Brain Audit หรือเปล่า (อนุมานว่าใช่ ^^”) เพราะเพิ่งซื้อ The Brain Audit จากงานที่ไปมา ขอบคุณ AdToy ที่ชวนไป join งานนี้ด้วยนะครับบบบ

  163.  Avatar
    Anonymous

    แอดเขียนบทความได้รื่นไหลมากครับ สามารถอ่านจนจบได้โดยง่ายและช่วยกระตุ้นความอยากรู้เพิ่มเติมให้ต้องไปหาอ่านเพิมเติมต่อ

  164.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณสำหรับบทความครับ ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง

  165.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณ Adtoy ครับ
    อ่านแล้วได้พลังจริงๆ ขอบคุณมากๆ

  166.  Avatar
    Anonymous

    อ่านจบแล้ว เริ่มเห็นภาพแล้วครับ ว่าทำไมแอดทอยถึงบอกว่าเรียนจนร้องขอชีวิต หรือ ต้องมีเวลาให้ประมาณ 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

    ยอดเยี่ยมมากครับแอดทอย Two Thumbs up !

  167.  Avatar
    Anonymous

    เป็นบทความที่สุดยอดมากครับ ทำให้เรากลับมานั่งคิดว่าวันนี้เราเก่งกว่าตัวเองในเมื่อวานหรือยัง?

  168. KITTIPONG PHOPAIJIT Avatar
    KITTIPONG PHOPAIJIT

    เป็นบทความที่ดีมากครับ นานๆทีจะได้เจอบทความที่อ่านเพลินขนาดนี้ เป็น 20 นาทีที่สนุกมากเลย เหมือนได้เจอเพื่อนนักเรียนรู้อีกท่าน รอติดตาม Content ใหม่ๆนะครับ (มาจากคอร์ส Writing 101)

  169.  Avatar
    Anonymous

    ร้อยเรียงเนื้อเรื่องได้ดีเลยค่ะ แบบอ่านเร็วแล้วต้องกลับไปย้อนอ่านใหม่ คือเป็นบทความที่ต้องค่อยๆอ่านไปกับเนื้อเรื่อง ไม่สามารถเร่งได้เพราะจะข้ามจุดที่สนใจ (แบบว่าสนใจทุกจุดเลยไม่อยากข้ามเลยค่ะ) ต้องขอบคุณที่มีโอกาสได้อ่านสิ่งที่แชร์ ทำให้เปิดโลกแห่งการเรียนรู้อีกครั้ง หลังจากที่เรียนจบก็ไม่ได้อ่านอะไรยาว และนานได้ขนาดนี้เลยค่ะ ^^

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบพระคุณมากๆเลยนะคร้าบ

  170.  Avatar
    Anonymous

    บทความดีมากค่ะ อ่านไหลลื่น เข้าใจง่ายจนงง คนเก่งหลายคนอาจไม่ได้มาพร้อมพรสวรรค์ แต่มากับพรแสวงที่มามากกว่าคนปกติหลายเท่า ดังนั้น ในเมื่อค่าเฉลี่ย Social Media อยู่ที่ 6ชม.48นาที งั้นเราจะเล่นอยู่ที่ 7 ชม. เพื่อเหนือกว่าค่าเฉลี่ยเราจะมีพรสวรรค์ทางด้านการเล่น Social Media ขอบคุณค่ะ ยั๊งงง อ่ะหยอกๆ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ที่ช่วยสร้างEnergy และPassionค่ะ

  171.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณครับแอดพี่ทอย ไม่เคยผิดหวังในการอ่านเลยสักครั้ง ขอบคุณความรู้ดีๆที่หาได้ฟรีใน Datarockie ครับ 😃🙏

  172.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆแบบนี้นะคะ อ่านจบ ก็มีความคิดชุดใหม่ขึ้นมาจริงๆอย่างที่แอดบอกเลยค่ะ เพียงแต่หลังจากนี้ ถ้าอยากให้เข้าใกล้คำว่า “เหนือค่าเฉลีย” มากขึ้นทุกวัน ขอเพียงแค่ลงมือทำค่ะ 🙂

  173. ceancee Avatar
    ceancee

    เพิ่งเรียนคอร์ส SQL ใน Datacamp ไปเมื่อเดือนก่อน จบ track fundamental ไปค่ะ แต่ถ้าจะไปทำงานเขารับแต่คนมีปสก คนมีพอร์ต ต้องสร้างอีกเยอะเลย เลยหางานสายวิจัยที่ตัวเองทำได้บ้างแต่หายากเหลือเกิน ท้อไปละ พออ่านบทความนี้ก็เอ๊อเราสู้ถึง 30ชม 90 ชมยังนะ เรามี commitment สร้างความต่อเนื่องในทักษะนี้ขนาดไหน พอหรือยัง เหมือนท้อเร็วไปด้วย555555555 โอเคค่ะ ฝึกต่อ เรียนต่อ เริ่มสร้างพอร์ตซะทีเถอะ ขอบคุณบทความดีๆ ค่ะ ตอนนี้เป็นแต่นักคิดเขียน แต่ยังไม่กล้าเขียน กะว่าจะพยายามเขียนออกมาให้ได้ภายในเดือนนี้สัก 1 อย่างค่ะ

  174.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณที่แชร์ความรู้ค่ะ ^^

  175.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากครับ เป็นบทความแรกในอายุ 29 ปีของผม (เมื่อ 2 ชม. 39 นาทีที่แล้ว) ที่มี Value มากครับ

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      HBD นะครับบบบบ 💯

  176.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากนะคะ ได้ idea ใหม่เยอะเลย

  177.  Avatar
    Anonymous

    ตั้งแต่ที่ Save favorite ไว้ ในที่สุดก็ได้อ่านบทความนี้จบแล้วว เย้ น่าจะมาอ่านนานแล้วนะ 555
    พออ่านจบแล้ว รู้ตัวเองเลยไม่ขาดวินัย มีแค่ Passion แต่มี Energy แค่บางครั้ง บวกกับเป้าที่เยอะเกินไปที่อยากทำในแต่ละวัน จนทำให้ไม่มี energy หมด ท้อไปซะก่อน และส่วนใหญ่ไปใช้เวลา Dead-Time มากกว่า Learning-Time แต่เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ต้องเริ่มจากการมีวินัย จัดการเวลา ลด Dead-Time มาเป็น Learning-Time ขอบคุณมากค่ะ แอดด Fight ✌️

  178.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากๆครับ

  179.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณมากครับแอดทอย ได้แง่คิดเยอะมาก 👍👍👍

  180.  Avatar
    Anonymous

    ขอบคุณครับแอดทอย รักแอดนะครับ

    1. Kasidis Satangmongkol Avatar

      ขอบคุณมากๆเลยนะคร้าบ

Leave a Reply

Discover more from DataRockie

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading