Category: Thought

  • AI กับการเขียน Content

    AI กับการเขียน Content

    🍌 “AI กับการเขียน Content” #คิดอะไรเรื่อยเปื่อย EP.01

    6.50 น. เมื่อเช้าแอดขับรถแล้วต่อ MRT มาทำงาน คิดอะไรเรื่อยเปื่อย เรื่อง AI แว่บเข้ามาในหัว

    เดี๋ยวนี้เราเห็นช่องหรือเพจเปิดใหม่ใช้ AI กันแบบฉ่ำๆโดยเฉพาะการเขียนสรุปหนังสือ

    ออกตัวก่อนว่าส่วนตัวแอดไม่ได้ใช้ AI ช่วยเขียนเลย ทุกบทความเราเขียนเองแบบ 100% (use case หลักๆแอดใช้ AI ช่วยทำ research หาข้อมูล เช็คความถูกต้องเป็นหลัก)

    การเขียนสรุปหนังสือเล่มหนึ่งมี “ต้นทุน” .. content มันไม่ได้เสกขึ้นมาได้ฟรีๆนะครับ 555+

    1. ค่าหนังสือ Amazon Kindle เฉลี่ยเล่มละ $9.99-$15.99 USD ประมาณ 300-500 บาท
    2. นั่งอ่านหนังสือเล่มหนึ่งใช้เวลา 10 วัน วันละสองชั่วโมง ใช้เวลาประมาณ 15-20 ชั่วโมงต่อเล่ม
    3. นั่งเขียนสรุป ทำรูปปกโพสต์ รวมๆประมาณ 2-3 ชั่วโมง ถ้าให้แอดเขียนโพสต์สรุปหนังสือใหม่ทุกวัน บอกตรงๆว่า “ไม่ไหว” นอนตอนไหน ยั๊งงงง 555+

    แต่คนที่ใช้ AI ทำสรุป สามารถเขียนโพสต์ใหม่ได้ทุกวัน แล้วคนแชร์กันเยอะด้วย ขนลู๊กกก 🤣

    คำถามคือ [1] เค้าจ่ายเงินซื้อหนังสือหรือดาวน์โหลดมาจาก source อื่นๆ (i.e. piracy ไม่ได้สนับสนุนผู้เขียนโดยตรง) [2] เค้าอ่านหนังสือเล่มนั้นจบจริงๆใช่ไหม และ [3] เค้าเขียนสรุปเองมากแค่ไหน สัดส่วน human: ai อยู่ที่เท่าไหร่

    ถ้าซื้อหนังสือมาอ่านเอง เขียนสรุปทุกวัน ต้องใช้เงินคร่าวๆ 300 บาทต่อเล่ม x 365 วัน = 109,500 บาทต่อปี ถ้าอ่านเอง เขียนเองจริงๆ ต้องใช้เวลาอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง (อ่าน 4 ชม. + เขียน 2 ชม. นี่ก็เร็วมากแล้ว พี่ไม่ทำงานอย่างอื่นเลยหรอ 555+)

    บางคนสรุปยาวมากกก มาครบเกือบทุกบท มีความเป็นไปได้สองทาง

    1. จ่ายเงินซื้อหนังสือ อ่านและเขียนสรุปด้วยตัวเองจริงๆ โหดมาก กราบบบ
    2. ดาวน์โหลดหนังสือมาจาก illegal sources โหลดออกมาเป็น “PDF” แล้วโยนให้ AI ช่วยสรุป แค่เกลาภาษาตอนจบแล้วกดโพสต์

    แต่ถ้าใช้ AI เป็น ด้วยความสามารถของเอไอตอนนี้ อาจจะไม่ต้อง edit เลยก็ได้ ยั๊งงง 555+

    ปกติ AI มันมีปัญหา “hallucinations” เขียนคอนเทนต์แบบหลอนๆให้เราด้วย วิธีการแก้ปัญหานี้คือต้องมีไฟล์ต้นฉบับของหนังสือเป็น pdf, epub, docx หรืออะไรก็ตามที่สามารถอัปโหลดให้ AI เอาไปใช้งานต่อได้

    มองมุมนี้ ความน่าจะเป็นที่เพจสรุปหนังสือแบบถี่ๆ ลงโพสต์ยาวทุกวัน จะ pirate เนื้อหามีสูงมาก

    อยากแชร์ความรู้เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าวิธีการได้ content นั้นมาแชร์ มาจากกระบวนการที่ผิด .. ส่วนตัวแอดคิดว่าไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่

    แอดอ่านหนังสือ LLMs ของ MIT Essential Series เค้าบอกว่าหัวใจของ Language Models ทำงานบนหลักการ “Paraphrasing” มันต้องเคยเห็น content นั้นมาก่อน ถึงจะสามารถเขียนสิ่งนั้นออกมาได้ (+ ทำนายคำต่อไป)

    ถ้าเปิดไปอ่านหน้า copyright ของหนังสือทุกเล่ม อย่างของ สนพ. Penguins บอกว่า

    “.. complying with copyright laws by not reproducing, scanning, or distributing any part of it in any form without permission.”

    การนำเนื้อหาในหนังสือมา “reproduce” ใหม่ (ให้ AI ช่วยเขียนสรุปทุกบทในหนังสือ) แอดว่าผิด copyright เต็มๆ เกิน fair use ไปเยอะมาก หัวจะปวด 555+

    ถ้าใช้ AI สรุปครบทุกบท จัดเต็ม 26 หน้า A4 .. เข้าค่าย “market substitute” ถ้าอ่านจบแล้วไม่ต้องไปซื้อเล่มจริงมาอ่านแล้ว แบบนี้ผิดกฎหมาย copyright, fair use เต็มๆเลยไหม?

    แล้วถ้าบอกว่าเขียนแชร์ความรู้โดยไม่แสวงหากำไร แต่เพจเปิดฟีเจอร์ “monetization” ได้เงินจากทุกโพสต์ที่แชร์ แบบนี้ยังไง แอดง๊งงงง 555+

    ปัญหา AI สรุปหนังสือไม่ใช่แค่ในไทย แต่ปัญหานี้ใหญ่ระดับโลก ช่อง YouTube สรุปหนังสือเกิดใหม่เหมือนเชื้อราขึ้นขนมปังตอนเรียนวิชาชีวะสมัยเด็กๆ

    ทำเองคนเดียวไม่พอ เปิดคลาสสอนคนอื่นทำต่ออีก คอร์สสอน content automation มาแบบรัวๆ n8n บอก “พ๊อออ” วันก่อนแอดเห็นเพจหนึ่งเปิดคอร์สสอนทำเว็บไซต์สร้างเงินอัตโนมัติ พี่เป็น FED พิมพ์เงินเองหรอ ยั๊งงง 555+

    คิดอะไรเรื่อยเปื่อย แต่ทำไมเขียนยาว อัดอั้นแหละ 🤣

    เพื่อนๆอ่านแล้ว คิดเห็นยังไงกันบ้าง มาแลกเปลี่ยนกันได้นะคร้าบ เย้

    ปล. วันนี้ตื่นสายยยย ออกจากบ้านเกือบๆเจ็ดโมง มาถึงออฟฟิศ 9.20 น. อยู่บนถนนสองชั่วโมงครึ่งเลย บ้าเอ้ย 555+

  • ตารางฝึกออกกำลังกายของ Saitama

    ตารางฝึกออกกำลังกายของ Saitama

    วันก่อนแอดไปขึ้นเวทีงาน Work Life Festival 2025 ที่สามย่านมิตรทาวน์ของ Future Trends (8 พ.ย. 2025)

    Slide 30 หน้า มีเวลาพูด 15 นาที ขยี้ตาสามที พูดยังไงให้ทัน ยั๊งงง 555+

    สรุปพูดเลทนิดหน่อย ถือว่าทำเวลาโอเคเลย วันนี้แอดมาเขียนสรุปเนื้อหา Thought สำคัญจากทอล์ค The Future of Work ให้เพื่อนๆทุกคนอ่าน สั้นๆจบได้ในสองนาที

    Simple to Incredible

    ชื่อทอล์คนี้คือ The Future of Work ธีมหลักคือเรื่องการพัฒนาตัวเอง แต่ไฮไลท์สำคัญที่สุดอยู่หน้าเกือบสุดท้าย อ. Saitama จาก One Punch Man เหยยย 555+

    คนนี้คือไอดอลแอดเลย ถ้าใครอ่านการ์ตูน จุดเริ่มต้นของการเป็น Superhero ของ อ. Saitama คือการฝึกฝนที่เรียบง่าย แต่ทำติดต่อกันทุกวัน สามปีเต็ม

    แล้ว Saitama ฝึกฝนยังไงบ้าง? สุดยอด Routine ทำแค่นี้เลยจริงๆ ยั๊งงงง 555+

    • วิดพื้น วันละ 100 ครั้ง
    • ซิตอัป วันละ 100 ครั้ง
    • สควอต (ลุกนั่ง) วันละ 100 ครั้ง
    • วิ่ง วันละ 10 กม.

    ความพีคคือ อ. Saitama ทำสิ่งนี้ทุกวัน สามปี ไม่มีหยุดพัก ผมร่วง หัวล้านเลย เย้ย 🤣

    ชีวิตเราได้อย่าง จะเสียอย่างเสมอ ชีวิตคือการ Trade Off ถ้าเรียนก็ไม่ได้นอน ถ้านอนก็ไม่ได้เรียน .. ถ้าอยากเป็นแบบ อ. Saitama หัวต้องล้าน เดี๋ยวๆ 555+

    และนี่คือวิธีการพัฒนาตัวเองของ อ. Saitama แห่งจักรวาล One Punch Man

    Routine ธรรมดาๆที่สร้าง Superhero ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก (และจักรวาล)

    มีเพื่อนหลายคนถามแอดว่า “ตารางชีวิตแต่ละวัน แอดทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ตื่นถึงเข้านอน?”

    ส่วนตัวแอดไม่ได้ทำอะไรพิเศษ หรือกิจกรรมอะไรแปลกๆเลย กิจวัตรประจำวันธรรมดาๆเหมือน อ. Saitama ที่ใครๆก็ทำได้ ง่ายจนงง 555+

    • ตื่นเช้า (ตีห้า จะดีมาก แต่บางวันแอดก็ Snooze หลายรอบ แง๊ 555+)
    • อ่านหนังสือวันละ 15-60 นาที
    • เขียนวันละ 1-2 ชั่วโมง ตกผลึกสิ่งที่เราได้เรียนรู้ ช่วงหลังแอดใช้ Google Keep เป็นหลักเลย แต่เมื่อคืนเจอ Supernotes เหยย ของดีจัด สร้างโน้ตการ์ด ชอบคอนเซ็ปต์มาก ว่าจะลองใช้จริงจัง เดี๋ยวแอดมาเล่าให้ฟังจ้า
    • แชร์สิ่งที่เราเรียนรู้ให้กับเพื่อนๆในคอมมูนิตี้ e.g. DataRockie, Fight Club
    • เข้านอนช่วงหุ้าทุ่ม ไม่เกินเที่ยงคืน นอนวันละ 5.5-6 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

    ตื่นเช้า อ่าน เขียน แชร์ คือตารางชีวิตแอดในแต่ละวัน ทำแค่นี้เลยจริงๆ

    ที่เหลือก็ออกไปสอน ไปทำงาน กลับบ้านมาเลี้ยง เอ้ย เล่นกับคิโนะ 555+ (เล่นเป็นหลักเลย เมย์เลี้ยงฉ่ำ แฮร่)

    Comfort is a Cage. The Obstacle is The Way.

    Stoic Philosophy

    ส่วนตัวแอดคิดว่าเรื่องยากที่สุดคือ “การลืมตาตื่นเช้า” ลุกออกจากเตียงสบายๆตอนตีห้า Stoic เชื่อว่าความสบายคือกรงขังที่ทำให้ชีวิตเราอ่อนแอลงทุกวัน

    และความยากลำบากคือเส้นทางที่เราต้องเลือกเดิน (เพื่อสร้างชีวิตที่แข็งแกร่ง)

    Logic คือถ้าไม่ตื่นนอน เราก็อ่านหนังสือ เขียนคอนเทนต์ดีๆไม่ได้ ก็จริง เย้ยยย 555+

    Simple but Not Easy

    Routine เรียบง่าย ที่ไม่ใช่ใครจะทำตามก็ได้ อ. Saitama คือตัวแทนของความเพียรพยายาม ตื่นเช้ามาลงมือทำสิ่งที่มีความหมายในทุกๆวันที่เรายังมีลมหายใจ

    และเหตุผลที่ อ. Saitama เริ่มฝึกฝนตัวเอง เพราะเค้าอยากใช้พลังนี้ปกป้องโลกและเหล่าผู้คนที่เค้าห่วงใย สิ่งเดียวที่พวกเราจะไม่ทนคือความไม่ถูกต้อง (ความอยุติธรรม)

    A Worthy Goal เหมาะสมอย่างยิ่งกับตำแหน่ง Superhero ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

    ตอนนั่งทำสไลด์ แอดอย่างอินนนนน อยากมีเวลาสักชั่วโมง อยากเล่าต่อ ยั๊งงง 555+

    สรุปหลักการสำคัญ 5 ข้อที่แอดเชื่อว่าจะนำพาเราไปสู่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ (แข็งแกร่งขึ้นทุกวัน) แบบ อ. Saitama ขนลู๊กกก

    1. A Worthy Goal ตื่นมาทุกเช้า พยายามเป็นตัวเองเวอร์ชันที่ดีที่สุด
    2. Work Harder on Yourself จงทำงานหนักกับตัวเอง
    3. Always Reading อ่านหนังสือตลอดเวลา
    4. Focus on What You Can Control โฟกัสสิ่งที่อยู่ในการควบคุมของเรา ความคิดและการกระทำ แค่สองอย่างนี้ ชีวิตก็ดีขึ้นทุกวันแล้ว
    5. Relentless Pursuit ทำสิ่งที่ต้องทำ คุณธรรม และความดีงาม

    📂 ดาวน์โหลดสไลด์ The Future of Work (OPB) จากงาน Work Life Festival 2025

    อ่านสนุก ลุกนั่งสบาย ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่มาเจอกันเมื่อวานมากๆนะคร้าบ

    PS1. แอดกลับมาแล้วทุกคน ปีนี้ไม่ค่อยได้เขียนบทความขึ้นเว็บเลย แหะๆ จะกลับมาจริงจังกับเว็บแล้ว รอติดตามได้เลยคร้าบ เย้

    PS2. เปิดตัว Category ใหม่ชื่อ Thought ไว้แชร์ไอเดียเร็วๆ จะเน้น Short Form Post คล้ายๆแบบที่แอดเขียนแชร์บน FB เป็นประจำ ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ติดตามนะฮ๊าฟ